จากออสโลเมืองหลวงที่ขนาดเล็กกะทัดรัด ผู้คนเป็นมิตร แค่ทำท่าลังเล ไม่มั่นใจ บนรถราง ว่าต้องลงป้ายนี้ไหม ระหว่างทางไป Vigeland sculpture park คุณลุงใจดีก็บอก “เลยแล้วเดี๋ยวลงป้ายหน้า เดินย้อนกลับมานะ นิดเดียว” เรื่อยมาจนถึงสต็อคโฮล์มที่เวลาผมหาที่หมายไม่เจอ กางแผนที่ออกดูในสถานีรถไฟใต้ดิน พอหันไปถามทางหญิงสาวใส่โอเวอร์โค้ทวัยทำงานกำลังเดินมุ่งหน้าไปที่ทางออก เธอหยุดอธิบายอยู่แป๊บนึง แล้วบอกให้ตามมาดีกว่า เดินตามเธอออกมาข้างบน พร้อมเอาแผนที่เราไปกาง แล้วก็ ค่อยๆ อธิบายละเอียดยิบ อย่างไม่เร่งรีบ ทั้งๆ ที่เธอบอกว่านัดเพื่อนไว้แถวนี้

 

จากสต็อคโฮล์มนั่งเรือครูซลำใหญ่ 1 คืนมาที่ทัลลินน์ (Tallinn) เมืองหลวงของเอสโตเนีย เมืองเล็กๆ บนคาบสมุทรบอลข่าน เขตโซนเมืองเก่าถูกบำรุงรักษาไว้อย่างดี ให้เข้ากับวิถีชีวิตของผู้คน ร้านค้า ร้านอาหารฝังตัวอยู่กับอาคารอย่างกลมกลืน เป็นเมืองมรดกโลกที่ยังคงมีชีวิตชีวา ไม่เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาเหมือนบางแห่ง!

 

เพลิดเพลินกับย่านเมืองเก่ามา 3 วัน วันสุดท้ายก่อนไปจากทัลลินน์ นั่งหาข้อมูลของมิวเซียม ที่มีอยู่หลายที่ก็มาสะดุดกับ KGB มิวเซียม ใช่แล้ว… ฟังไม่ผิดล่ะฮะ KGB* ตัวอักษร 3 ตัว ที่ลึกลับ ที่มีกิตติศัพท์ไปทั่วโลกว่าเป็นหน่วยสืบราชการลับที่สุดยอดของสหภาพโซเวียต… มาถึงล่ะ โอกาสที่จะได้รู้อะไรๆ มากขึ้นเกี่ยวกับ KGB โดยไม่ต้องจินตนาการไปเอง ผมเลยไม่ลังเล ตัดสินใจว่าจะต้องไปให้ได้

 

ตัวมิวเซียมอยู่บนชั้น 23 ของโรงแรม Viru เรารีบจ้ำไปจากที่พักซึ่งห่างไป 10 นาที เดินเท้าเพื่อจะเข้าชม ปรากฏว่าทัวร์นำชมมีเป็นรอบเวลา จำกัดคนด้วย รอบบ่าย 2 เต็ม อีกทีก็ 4 โมงเย็น เลยจองไว้ เรากลับมามาถึงล็อบบี้ของโรงแรมก่อนเวลา 5 นาที ค่านำชมคนละ 11 ยูโร หลังจากคณะมากันครบ ราว 12-15 คน กะประมาณโดยสายตา ไกด์บอกให้เราทยอยไปขึ้นลิฟต์แล้วกดขึ้นไปชั้น 22 “อ่ะ ยังไง ไหนบอกว่ามิวเซียมอยู่ชั้น 23!”

 

ลิฟต์จอดที่ชั้น 22 พวกเราออกมายืนออรออยู่ตรงระเบียงทางเดินที่เป็นกระจก มองเห็นอีกปีกที่ยื่นออกมาของโรงแรม มีเพียงทางเดินนอกตัวตึกยาวราว 10 เมตร เชื่อมอยู่ ราว 5 นาที ไกด์สาวอายุราว 40-45 ใส่แจ็กเก็ตสีแดงสด ยูนิฟอร์มของมิวเซียม นำคณะขึ้นมาสมทบ แล้วก็เริ่มเล่าที่มาของมิวเซียม เพียงแค่บทเกริ่นนำ เธอก็ดึงความสนใจของผู้เยี่ยมชมทั้งหมดไว้ได้

 

เธอชี้ให้ดูห้องที่อยู่เยื้องไปด้านบนตรงสุดทางเชื่อมนอกตัวตึก ซึ่งก็คือชั้น 23 ที่ไม่ปรากฏอยู่บนแผงกดในลิฟต์ กระจกด้านข้างมีบานเกล็ดขนาดเล็กสีขาวที่ปลายด้านล่างเอียงกระเท่เร่ปิดบังอยู่เต็มบาน ราวกับผ่านการใช้งานมานานและถูกละทิ้งอยู่อย่างนั้นเหมือนถูกปล่อยให้ปิดบังบางอย่างอยู่

37 KGB 2 HIRES.jpg

ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป นั่นคือห้องทำการของ KGB radio center ในเอสโตเนีย เมื่อครั้งที่ประเทศยังผนวกอยู่กับสหภาพโซเวียต ห้องนี้ KGB มีเครื่องไม้เครื่องมือไว้สำหรับดักฟัง สอดแนมแขกทุกคนในโรงแรม ว่าใครพูดอะไร พูดกับใครพนักงานโรมแรมทุกคนจะจดจำใบหน้าแขกที่มาพัก ทันทีที่มีคนแปลกปลอม พวกเค้าจะเริ่มจับจ้อง มีนักท่องเที่ยวหลายคนสงสัยเกี่ยวกับชั้น 23 นี้

ว่าทำไมไม่อนุญาตให้ขึ้นไป ทางโรงแรมก็ได้แต่บอกว่า เป็นห้องธรรมดา “ห้องนั้นดูวิวไม่สวยหรอก”

แน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อ!

 

ในยุคก่อนปี ค.ศ. 1960 ทัลลินน์ภายใต้ปีกสหภาพโซเวียตไม่มีนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่กลิ่นเงินสกุลชาติตะวันตกนั้นยั่วยวนและมีอำนาจเกินจะต้านทาน และคอมมิวนิสต์เองก็ต้องการให้โลกได้รับรู้ว่าการได้เป็นพลเมืองในโลกคอมมิวนิสต์นั้น ดีงาม ทัดเทียมไม่ต่างจากโลกเสรีตะวันตก หลังจากโรงแรม Viru ถูกสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1972 นักท่องเที่ยวจากยุโรป ก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาเป็นทวีคูณ นักท่องเที่ยวที่ว่านี่ หมายรวมไปถึง จารชนจากโลกเสรีตะวันตกที่แฝงตัวเข้ามาด้วย เพื่อหาข้อมูลความเป็นไปของฝั่งคอมมิวนิสต์ให้ได้มากที่สุด …นี่แหละรูปแบบสนามรบในช่วงสงครามเย็น

37 KGB 1 HIRES.jpg

60 ห้อง จากห้องพักทั้งหมดถูกติดเครื่องดักฟังการสอดแนมมีอยู่ในทุกจุดของโรงแรม แม้กระทั่งบนโต๊ะอาหาร ซึ่งใครจะคิดว่าที่เขี่ยบุหรี่ก็กลายเป็นเครื่องดักฟังได้

 

มีเรื่องเล่าว่าครั้งหนึ่งมีแขกมานั่งทานอาหารด้วยความที่เป็นคนไม่สูบบุหรี่ เลยหยิบที่เขี่ยบุหรี่ย้ายไปโต๊ะข้างๆ บริกรเห็นเข้ารีบวิ่งเอากลับมาวางไว้ที่เดิม แขกก็บอกอย่างสุภาพว่า “ผมไม่สูบบุหรี่” เลยหยิบออกไปอีก บริกรเห็นเข้าก็ย้ายกลับมาที่เดิม ทำแบบนี้อยู่ 3-4 รอบ ในที่สุดบริกรก็บอกแขกคนนั้นว่า “It needs to be here, ok?” ที่เขี่ยบุหรี่จำเป็นต้องอยู่ตรงนี้” เท่านั้นแหละจบบทสนทนา ความเงียบงันเป็นทางออกที่ดีที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้ แขกที่มาพักรับรู้ได้ในทันทีว่ากำลังเผชิญอยู่กับอะไร

 

อีกครั้งเมื่อไกด์ชาวฟินแลนด์มาพัก ระหว่างเข้าห้องน้ำในห้องพัก เห็นกระดาษชำระในห้องน้ำตัวเองหมด แกล้งบ่นเชิงเย้ยหยันดังๆ ว่า “Look

at the communist! They can’t even afford to have proper toillet paper” …ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น พนักงานทำความสะอาดห้องของโรงแรมก็มาเคาะประตูห้องแล้วเอาม้วนกระดาษชำระมาให้ แต่ไม่ใช่ต้องการเอาใจ ไม่ได้อยากได้ทิป แค่อยากให้รู้ไว้ว่า ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในโรงแรมนี้ ไม่มีทางรอดหูรอดตา KGB ไปได้เลย

37 KGB 3 HIRES.jpg

 

 

 

ส่วนจัดแสดงของมิวเซียมเป็นห้องเล็กๆ เพียงแค่ 4 ห้อง ส่วนมากจะเป็น เครื่องมือ ของใช้ รูปภาพประกอบ แต่เมื่อผนวกกับการเล่าเรื่องของไกด์นำชมของเราแล้ว สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เหมือนกลับมามีชีวิต ทำให้มองเห็นภาพเรื่องราวย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 50 ปีก่อนได้ชัดเจน ห้องหนึ่งที่ชอบมาก คือห้องที่จัดไว้เป็นโต๊ะทำงานของ KGB มีเครื่องพิมพ์ดีดอยู่มุมหนึ่ง มีสมุดจดบันทึก มีเอกสารต่างๆ อยู่กลางโต๊ะ อีกมุมหนึ่งมีโทรศัพท์วางอยู่ติดกัน 2 เครื่อง เครื่องสีครีมใช้โทรตามปกติทั่วไป อีกเครื่องสีเทาไม่มีหน้าปัดใดๆ แต่ในกรณีฉุกเฉิน แค่ยกหูขึ้นมา ก็จะได้พูดกับหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์แห่งเอสโตเนียได้ในทันที

 

คนเอสโตเนียเท่าที่ผมได้สัมผัสเพียงไม่กี่วันกับการมาทัลลินน์ บาดแผลของคอมมิวนิสต์แม้จะจางหายไปมากแล้ว แต่ก็ยังคงทิ้งร่องรอยไว้บนสีหน้าที่เรียบเฉยและการยิ้มยากของผู้คน ถึงจะดูเป็นมิตร แต่ก็ดูสงวนท่าที การต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวง ปราศจากความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันระหว่างรัฐกับผู้คนในอดีต ยังคงสะท้อนอยู่ในท่าทีของผู้คน

 

ต่างกับวิถีชิวิตของผู้คนในประเทศทางสแกนดิเนเวียที่ผู้คนดูรู้สึกปลอดภัย ใช้ชีวิตอย่างรื่นรมย์ มีอิสระ เสรีภาพในความคิดสร้างสรรค์ การแสดงออกรัฐส่งเสริม สนับสนุน สร้างโอกาสให้อย่างพอเพียง เมื่อหล่อหลอมกับวัฒนธรรมที่มีมายาวนาน มันสะท้อนออกมาเป็นนิสัยใจคอของคนให้ไม่รู้สึกหวาดระแวงคนแปลกหน้า สัมผัสได้เลยด้วยรอยยิ้มที่ส่งมาให้สังคมอุดมคติหรือสังคมที่เสื่อมถอย อยู่ที่รัฐกับผู้คนจะเดินทางร่วมกันไปในจังหวะก้าวเดินเดียวกัน อย่างไว้เนื้อเชื่อใจกัน เผชิญอุปสรรคและร่วมกันแก้ปัญหาอย่างเอื้ออาทรต่อกัน โดยไม่ทิ้งเพื่อนร่วมทางคนใดไว้ข้างหลัง ผมเชื่ออย่างนั้น!

 

*KGB นั้นย่อมาจาก Komitet Gosudarstvennoy Bezopasnosti เป็นภาษาอังกฤษก็ Committee for State Security ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1954 เมื่อ 64 ปีที่แล้ว

 

Traveling in Estonia, I discovered the KGB* museum located on the 23rd floor of Hotel Viru in the capital city of Tallinn. I booked an 11-euro guided tour with a dozen or so other tourists and we took an elevator to the 22nd floor where we landed on a glass balcony. The guide drew our attention to a room at the end of a walkway

 

above us. Yes, this was the KGB operation room located on the mysterious 23rd floor. When Estonia was once part of the Soviet Union, this room was well equipped with tools designed for spying on the hotel guests. Many guests themselves had

suspicions about the inaccessible 23rd floor (the elevator doesn’t have a no. 23 button). But the hotel staff simply said, “Well, the view there isn’t very good.” Of course, no one believed them.

 

Built in 1972, Hotel Viru attracted tourists from all over Europe including spies from the Free World who came to perform their side of duty in the Cold War. All sixty rooms in the hotel were being watched and surveillance was at every corner.

 

One story goes that a guest entered the hotel’s restaurant and removed an ashtray from his dining table because he didn’t smoke. Noticing the ashtray was missing, a waiter quickly returned it to the table. The guest then told him he didn’t need it and removed it from the table again. After 3-4 times of this back-and-forth, the waiter snapped, “It needs to be here, OK?” Silence followed. Suddenly, the guest had a better grasp of the situation.

 

The museum exhibition had 4 small rooms displaying tools, appliances and photographs. These objects came to life when the guide explained the stories

behind them. For example, there were two telephones sitting on a desk. The cream-colored one was for general use. But the grey one with no dial was intended for an emergency. In other words, picking up the grey phone would put you directly in contact with the head of Estonia’s Communist Party.

 

Decades have passed since the collapse of the Soviet Union. The Estonians’ general mistrust towards the government has probably subsided. However, seeing their unsmiling faces and reticent demeanor, it is quite clear this nation’s past woes are still wounds not entirely healed.

 

* KGB stands for Komitet gosudarstvennoy bezopasnosti translated in English as Committee for State Security

 

Text : Sataporn Nuallaong

Photography : Sataporn Nuallaong and Pimpimol Kongkriengkrai