หลังสุดที่ผ่านไปแถวถนนบรรทัดทอง รู้สึกตื่นเต้นจนกระเพาะร้องครวญครางสายตาปาดไปทีละร้านบนสองฝั่งถนนอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

นี่มันร้านอาหารข้างถนนในความทรงจำของเราทั้งนั้นเลยนี่

 

ผลพวงจากการพัฒนาแบบทุนนิยมนำทาง ทำให้โครงสร้างเมืองแบบตึกแถวที่ครั้งหนึ่งคือการพัฒนาที่ยั่งยืนของเมืองแบบกรุงเทพฯ นั้น ค่อยๆ ถูกไล่รื้อลงไปทีละส่วนเพื่อพัฒนาให้เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีความหนาแน่นบนที่ดินมากขึ้น สิ่งที่เคยคิดว่ายาก เช่น การไล่ซื้อที่ดินแปลงเล็กๆ หลายสิบแปลงมารวมกันเป็นแปลงใหญ่ เพื่อมาพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ด้วยปัจจัยของราคาที่ดินที่สูงขึ้นไปหลายสิบเท่าตัวจากตอนที่ตึกแถวเหล่านั้นถูกสร้างขึ้น ปัจจุบันที่ดินแปลงเล็กน้อยเหล่านั้นก็ถูกซื้อขายไปอย่างว่านอนสอนง่าย และเป็นผลให้ตึกแถวที่อยู่บนที่ดินเหล่านั้นถูกรื้อถอนทิ้งไปตามกัน

 

ตึกแถว เป็นอาคารพาณิชย์ที่มีโครงสร้างการใช้งานแบบ Multiple Use ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ค้าขายด้านล่าง อยู่อาศัยด้านบน ลดการจราจรเพื่อไปทำงานบนท้องถนน แถมยังมีการเข้าถึงจากทางเท้าได้ง่าย ทำให้ทำมาค้าขายได้สะดวก ไม่มีอาคารพาณิชย์ในรูปแบบไหนที่จะสะดวกสบายไปกว่าตึกแถวอีกแล้ว จากตึกแถว 2 ชั้น กฎหมายก็ค่อยๆ อนุญาตให้ทำตึกแถวสูงขึ้นเรื่อยๆไปถึง 4 ชั้น ถ้าไม่ค้าขาย เอาไว้อยู่อาศัยอย่างเดียว เราก็เรียกให้สวยขึ้นว่าทาวน์เฮาส์ แล้วก็พัฒนาไปเป็นบ้านแฝด ทั้งหมดนี้ก็เป็นการพัฒนาด้านอาคารในผังเมืองที่เริ่มมาจากความนิยมอันยิ่งยวดของตึกแถวนี้เอง แต่เมื่อมูลค่าของที่ดินเพิ่มขึ้น การพัฒนาแบบตึกแถวที่สร้างจำนวนชั้นไปแค่ 2 ชั้น หรือ 4 ชั้น แบบที่ไม่เต็มศักยภาพของที่ดินที่อนุญาตให้สร้างกันได้ถึง 8 เท่า (ในบางพื้นที่) จึงเริ่มไม่สอดคล้องของการพัฒนาของเมืองในทางเศรษฐศาสตร์ ตึกแถวจึงกลายเป็นเนื้อเยื่อของเมืองที่ไม่พึงประสงค์อีกต่อไป

 

37 BANTADTONG 005A2165 HIRES.jpg

 

การรื้อตึกแถวลง ในทางประวัติศาสตร์ของเมือง ก็เท่ากับเป็นการค่อยๆ ลบประวัติศาสตร์ของเมืองที่เชื่อมโยงกับตึกแถวเหล่านั้นลงไปพร้อมๆ กัน อาคารพาณิชย์ที่เป็นจุดเริ่มต้นการทำมาหากินของผู้คนในยุคสร้างตัว หรือเหล่าบรรดา start up ในยุคบุกเบิก ซึ่งมีธุรกิจหลายอย่างที่คงอยู่มาตั้งแต่ยุคนั้น ก็มีจำนวนลดน้อยลงไปทุกวันด้วย หนึ่งในบรรดาธุรกิจ start up ที่เฟื่องฟูในยุคตั้งต้นของกรุงเทพฯ ก็หนีไม่พ้นธุรกิจการขายอาหารเป็นร้านในตึกแถว หรือบาง start up ที่ทุนน้อยหน่อยก็ต้องมาเปิดร้านขายกันหน้าตึกแถวตอนกลางคืนหลังร้านในตึกแถวปิดร้าน ทำให้กรุงเทพมหานครในอดีต เป็นเมืองแห่งสีสันของอาหารยามค่ำคืน และเป็นที่นิยมของคนเมืองกรุง ด้วยว่าอาหารเหล่านั้นราคาไม่แพง แถมส่วนใหญ่ก็รสชาติดีเพราะทุกคนแข่งขันกันหนีจากความยากจน มีสติปัญญาคิดสูตรหาวัตถุดิบมาปรุงขายกันอย่างสุดชีวิต แบบที่ start up ภูมิต้านทานความลำบากต่ำในสมัยนี้ต้องอายม้วนกันเลยทีเดียว และด้วยสาเหตุนี้เอง กรุงเทพฯ จึงมีย่านอาหารริมถนนเต็มเมืองไปหมด อาหารถูกรสชาติดี ที่รับประทานกันได้ทั้งคนมีเงินน้อยและคนมีเงินเยอะ ใครบ้างล่ะจะไม่ชอบอาหารข้างถนนเลิศรสเหล่านั้น และเป็นสาเหตุให้อาหารข้างถนนมีชีวิตยืนยาวมาได้เกือบศตวรรษ

 

จนกระทั่งอวสานของตึกแถวเริ่มคืบคลานมาถึง

 

ย่านหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่เป็นย่านอาหารข้างถนนที่ได้รับความนิยมคือสามย่านฝั่งบัญชีจุฬาฯ และสามย่านฝั่งคณะนิติศาสตร์จุฬาฯ และต่อเนื่องเรื่อยยาวไปถึงสะพานเหลืองจนจบหัวลำโพงสามย่านส่วนแรกนั้นถูกไล่รื้อลงไปก่อนเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน เพื่อพัฒนาเป็นโครงการของทางจุฬาฯ เอง บรรดาร้านอาหารที่เราชื่นชอบก็เลยต้องพร้อมใจย้ายไปรวมตัวกันแถวบริเวณด้านใกล้กับถนนบรรทัดทองที่เราเรียกกันว่าสวนหลวง และกลายเป็นปรากฏการณ์อาหารข้างถนนย่านสวนหลวงที่ได้รับความนิยมอยู่พักหนึ่ง ไม่นานต่อมา ทางจุฬาฯ ก็มีนโยบายที่จะพัฒนาย่านสวนหลวงต่อไปอีกครั้ง ประกอบกับตึกแถวย่านสะพานเหลืองพระรามสี่หลายบล็อคก็เริ่มถูกไล่รื้อเพื่อทำการพัฒนาโดยเอกชนเช่นกัน เป็นช่วงเวลาที่ยากเย็นของเหล่าร้านอาหารข้างถนนที่เราโปรดปรานเสียเหลือเกิน และดูเหมือนจะต้องเป็นอวสานของร้านโปรดของพวกเราเป็นแน่แท้ เพราะคราวนี้ดูเหมือนจะไม่มีที่ไหนในย่านที่สามารถจะขยับขยายไปขายของกันที่ไหนได้อีก

 

แต่ที่ไหนมีชีวิต ที่นั่นก็มีทางออก

 

เหล่าบรรดาร้านอาหารจากย่านสวนหลวงและสะพานเหลืองพระรามสี่ ต่างก็รวมใจมุ่งหน้าเข้ายึดตึกแถวซ้ายขวาบนถนนบรรทัดทอง ที่ก่อนหน้านี้มีความเงียบเหงาเนื่องจากเศรษฐกิจที่ซบเซาและหลายร้านค้าต่างย้ายกันไปขายในห้างใหญ่ ทำให้หลายห้องว่างลงและราคาค่าเซ้งไม่น่าจะแพงเกินไป เป็นสมการที่ร้านอาหารข้างถนนเหล่านั้นโปรดปราน ค่าเช่าถูก อาหารอร่อยราคาถูก ลูกค้าเยอะ ขายกันได้ดึกนานๆ แล้วปรากฏการณ์ที่น่าสนใจด้านผังเมืองก็เกิดขึ้นอีกครั้งโดยไม่ต้องอาศัยการออกแบบของสถาปนิกหรือนักผังเมืองใดๆ ที่เนรมิตให้ถนนบรรทัดทองกลายเป็นสวรรค์ของผู้ที่รักในการสรรหาอาหารอร่อยราคาถูก ทุกค่ำคืนบนถนนสายนี้ แสงไฟจะสว่างไสวจนดึก ริมฝั่งถนนเด็กนักเรียนนิสิตนักศึกษาเดินกันขวักไขว่ตั้งแต่ฝั่งพระรามสี่ไปจนยันพระรามหนึ่ง ทุกคนต่างเพลิดเพลินกับชีวิตที่รายล้อมไปด้วยของกินเลิศรสที่เราคุ้นตาสมัยยังเด็กอยู่หลายร้าน ก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง โจ๊ก ห่านพะโล้ อาหารทะเล มีทุกสิ่งที่อยากกินดูมันละลานตาไปหมดและคิดว่าสามารถเดินไล่กินไปทุกร้านได้อีกเป็นเดือนโดยไม่เบื่อได้

 

เมืองมีวิวัฒนาการที่น่าสนใจเสมอ บนพื้นฐานของอุปสงค์และอุปทาน ไม่ใช่บนพื้นฐานองค์ความรู้ที่ตื้นเขินของสถาปนิกหรือนักวิชาการแต่เพียงอย่างเดียว วิธีเดียวที่จะสร้างเมืองได้คือการเดินบนถนนและใช้ชีวิตอยู่กับคนในเมืองจริงๆ และไม่ใช่บนหน้าจอหรือแค่หน้าโต๊ะทำงาน และนั่นคือความสุขเหลือเกินสำหรับการเป็นคนเมืองและการมีชีวิต

 

Indeed, true urbanism starts

in the streets where life really happens.

 

Last time I visited Bantadtong Road, I couldn’t quite believe my eyes. As I gazed from one shop to the next, I recalled – with a rumbling stomach – that they were my favorite street foods from the past. Yet their emergence is only the surface of a long history of shop houses.

 

For a long time, the shop house was the most popular kind of multi-use commercial buildings in Bangkok. The ground floor was for business use, while the upper floors were the living areas. As roadside businesses, shop houses were close to pedestrians who brought business opportunities. In truth, there was unlikely any commercial building more sensible than the shop house. And for decades, shop houses remained the epitome of urban living. But in this modern era when property prices have skyrocketed, many seem to think it’s not commercially viable to have four-storied buildings in major business districts especially when you can replace them with multi-million Baht real estate projects.

 

But demolishing shop houses is equal to erasing an important part of our urban history. These buildings housed many pioneer entrepreneurs who turned shop houses into restaurants and food stalls, adding excitement and colors to Bangkok’s city life. They played a major role in our street food scene, offering food that was abundant, cheap and exceptionally delicious.

 

One of Bangkok’s most diverse street food scenes was a clutter of neighborhoods namely Saphan Lueng, Hua Lamphong and Sam Yan. But most food shops in these areas have ceased to exist after the landlords terminated the leases, paving ways for private investors to build mega real estate enterprises. Within the past 2 decades, they have been through multiple relocations to the point where it seemed as if there were no places for them to do business anymore.

 

But life always finds a way. These evicted food shops have made a collective effort to take over both sides of the nearby Bantadtong Road. Once desolate, this three-kilometer shortcut connecting Rama I Road to Rama IV Road is now a bustling paradise for city dwellers and tourists looking for a great dining experience on the streets. Compared to their previous locations, the newly opened shops also reap the benefits of cheaper rents. So every night, you’ll see them put on colorful shows of delicious food the same way they’ve been doing for generations: noodles, chicken and rice, roast pork and rice, congee, five-spiced braised geese, made-to-order seafood dishes and much more.

 

Urban development is a fascinating evolution that sometimes takes its own course without any architects or academics who spend most time in office cubicles. Indeed, true urbanism starts in the streets where life really happens.

 

Text : Duangrit Bunnag

Photography : Kong Pantumachinda

Retouching : Nutcha Pajareya

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s