The Summer Sonic is an annual

rock festival in Japan. Reaching

the 18th anniversary this year,

it boasts an impressive line-up that would satisfy the appetites of many generations.

 

 

ตัดภาพมาอีกที จากรองเท้าผ้าใบเดินบนทางเดินหินเนี้ยบๆในโตเกียว กลายมาเป็นรองเท้าแตะบนพื้นทรายในชิบะ

 

ระหว่างที่ผมยืนโยกหัวไปกับ Tom Misch บนเวทีที่ตั้งอยู่บนพื้นทรายของ Beach Stage ผมก็เริ่มรวบรวมสติแล้วก็เริ่มพยายาม

 

หาความคิดแหลมคมที่น่าจะได้จาก Summer Sonic 2018 และเอาไปเขียนลง The Jam Mag. ให้ดูฉลาดและดูเป็นปรมาจารย์ด้านเฟสติวัล ความคิดรวมยอดผุดขึ้นมาในหัวผมอย่างเฉียบพลันนั้นคือ

 

Noel Gallagher นั้นแก่ลงไปเยอะเลย แต่ก็ยังโคตรเท่

 

ระหว่างที่คุณพี่แกเล่นดนตรีบน Marine Stage เมื่อคืน แล้วก่อนขึ้นเพลงต่อไป พี่แกส่งเสียง กิช เบาๆ เหมือนเป่าใส่ไมค์ แค่นี้คนก็กรี๊ดกันทั้งสนาม คนอะไรแค่กิชก็เท่ได้ขนาดนี้จนหูก็เบลอๆ ไป เล่นเพลงอะไรบ้างก็ไม่รู้ มัวแต่ดูแสงที่จับลงไปบนผมสีดอกเลา กับเนื้อหนังที่เหี่ยวย่นของแกแล้วก็มีกำลังใจ ว่าแก่ไปอีกนิดนี่เราก็น่าจะยังพอไหวอยู่ มีคุณพี่โนเอลเป็นที่หมายก็พอไหว ในระหว่างที่กำลังจะรีบเดินออกไปก่อนจบเพราะลูกชายจะรีบไปดู Tame Impala ให้ทัน หูก็แว่วได้ยิน Don’t Look Back In Anger ดังมาไกลๆ ไม่แน่ใจว่าแกใจดีเล่นให้ฟัง หรือหูผมแว่วไปเอง เพราะฝันอยากได้ยินเพลงนี้สดๆ สักครั้ง

35 SUMMER HIRES 9

Summer Sonic นี่มีมา 18 ปีแล้วได้นะครับและก็ยังเป็นเทศกาลดนตรีที่มีแฟนมาร่วมกันอย่างเหนียวแน่นตลอด 18 ปีที่ผ่านมา ผมเองนี่ก็มัวแต่ไปที่โน่นที่นี่จนลืม Summer Sonic ไปเลย ถ้าปีนี้ไม่ได้ลูกชายบังคับให้มาเป็นเพื่อนก็สงสัยว่าจะเป็นซัมเมอร์โซนิคเวอร์จินไปจนถึงตอนที่เขาฉลองครบรอบ 20 ปีโน่น

 

ดูจากตารางแสดงแล้วก็ไม่ต้องสงสัยว่าทำไม Summer Sonic ถึงอยู่ยงคงกระพันน่าจะเป็นเพราะ line up มีความปะปนที่เอาใจคนรุ่นพ่อยุค 2000 ไปจนถึงรุ่นลูกวัยรุ่นได้อย่างมีสมดุลที่ดีทีเดียว ผมสามารถดู Beck เสร็จแล้วต่อด้วย Paramore ได้ในคืนเดียวกัน เป็นการผสมผสานระหว่างยุคสมัยที่มีเสน่ห์มาก แล้วผมก็นึกขึ้นได้ถึงความคิดแสนฉลาดเรื่องที่สอง

 

ผมเข้าใจ Beck มากขึ้นจากการดูเขาแสดง

 

ผมเองก็ไม่ได้เป็นแฟนแบบฮาร์ดคอร์ขนาดนั้นก็ซื้อแผ่นของ Beck มาฟังบ้าง บางเพลงก็เกท บางเพลงก็งง แต่พอได้ดู Beck แสดงบนเวทีแล้วถึงเริ่มเข้าใจความมีกิเลสตัณหาในดนตรีของเขาวิธีที่เขาเล่นกีตาร์เก่าๆ บนเวที แต่ใส่เสื้อสูทปักเลื่อมและหมวกดำ บ่งบอกได้ชัดถึงความกวนตีนของศิลปิน และพอเริ่มฟังดนตรีของ Beck มาจากมุมมองว่าเขาเป็นคนกวนตีนแล้ว ก็เริ่มเข้าใจดนตรีของเขาได้มากขึ้นอย่างประหลาด และก็สนุกไปกับเพลงของ Beck ได้อย่างดื่มด่ำกันเลยทีนี้

 

วงแรกๆ ที่ผมดูอีกวงนึง Pale Waves อันนี้ยอมรับเลยว่าลูกชายมันลากไปดู ไม่งั้นคงไม่ได้รู้จักPale Waves มาจากเมืองแมนเชสเตอร์ในอังกฤษ แนวเพลงเป็นแบบ synth pop ที่มีกลิ่นgoth pop อยู่ค่อนข้างแรง ฟังแล้วก็นึกถึงวงในยุคสมัยเราอย่าง The Cure หรือ Prince ผสมมานิดหน่อยจางๆ

 

แล้วก็ยืนแฟลชแบคไปครู่หนึ่ง

 

วงที่ผมชอบอีก 2 วงใน Summer Sonic และเป็นครั้งแรกที่ผมได้เคยฟังเพลงของพวกเขาด้วยซ้ำเป็นวงญี่ปุ่นทั้ง 2 วง วงแรกเป็นวงชื่อประมาณPokadot Stingray นักร้องนำเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียว แต่ร้องเพลงร็อกแบบดุเดือด แถมยังร้องไปพูดไปตลอดเวลา หันไปถามลูกชายว่าเขาพูดอะไรบ้าง ก็บอกว่าเขาพูดถึงความคิดที่เขามีเกี่ยวกับตัวเองและสิ่งรอบๆ ตัวเขา ถ้าจะให้นึกก็น่าจะเป็นวิธีที่ศิลปินญี่ปุ่นหลายวงเลือกที่จะสื่อสารกับคนดูของเขาให้แฟนๆ ของเขาเข้าใจว่าดนตรีของศิลปินนั้น ถูกสร้างขึ้นในบริบทแบบไหนที่ศิลปินอาศัยอยู่ เขามองเห็นสังคมเป็นแบบไหนเขาถึงแต่งเพลงออกมาแบบนั้น ภาษาไทยอาจจะเป็นคำว่า ’ทัศนคติ’ ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ศิลปินทำงานภายในบริบทที่ชัดเจนเหล่านั้น ไม่ใช่ทำงานออกมาก่อนแล้วพยายามหาบริบทมาครอบ แบบนั้นอาจจะทำให้ศิลปินดูไม่ค่อยจะ authentic สักเท่าไหร่นะ

 

MFS: My First Story เป็นวงญี่ปุ่นชื่อแปลกอีกวงที่การแสดงสดนั้นเดือดมากลูกชายบอกว่า Hiro นักร้องนำของวงเป็นน้องชายแท้ๆ ของ Taka นักร้องนำของวง One Ok Rock ที่แสนจะโด่งดังและถูกลูกบังคับให้ไปดูคอนเสิร์ตเป็นเพื่อนที่กรุงเทพฯ หลายครั้งอยู่ และดูจากปริมาณแฟนในกรุงเทพฯ ของ One Ok Rock ก็เลยไม่ต้องสงสัยเลยว่า Hiro จะมีความกดดันแค่ไหนในการต้องพิสูจน์ตัวเองที่จะส่องแสงพ้นเงาพี่ชายให้จงได้ การแสดงสดของ MFS จึงดุดันกว่า แรงกว่า และมีความอ่อนวัยและสิ้นคิดกว่า ในวิธีที่เป็น ‘เพราะเราเด็กทำอะไรก็ได้ไม่ผิด’ ได้มากกว่า ก็เลยพาเอาคนดูระดับมัธยมปลายทั้งหลายคลุ้มคลั่งกันได้สุดตัวคนแก่ก็ยืนสนุกและทำตาปริบๆ ด้วยความอิจฉา อยากกลับเป็นเด็กอีกสักครั้ง

 

แต่คนญี่ปุ่นที่มา Summer Sonic นี่มีอายุรุ่นผมก็ไม่ใช่น้อยนะครับ ใจนึงวูบแรกตอนมาถึงก็คิดว่า หรือวันเวลาของเรามันผ่านไปแล้ว (วะ) แต่พอเห็นลุงๆ ญี่ปุ่นรุ่นราวคราวเดียวกันสมัย Woodstock ยังเดินเกลื่อนไปมาได้ใจก็ชื้นขึ้นมานิดนึง

 

All of a sudden you realize your life

has been creeping ahead bit by bit,

whether you notice it or not.

 

35 SUMMER HIRES 42Mike Shinoda มาเล่นใน Summer Sonic โดยพาเอาเงาของ Linkin Park วงที่เขาก่อตั้งและเป็น rap vocalist มาด้วย

แบบภาคภูมิใจ Mike เล่นหลายเพลงของ Linkin Park ในโชว์สลับกับเพลงใหม่ของเขาเอง และกล่าวถึง Chester บนเวทีโดยไม่ได้พูดจากมุมมองของความโศกเศร้าแต่จากมุมมองของความภาคภูมิใจที่เคยได้รู้จัก เคยทำงานด้วยกัน และก็ยังเชื่อมั่นว่าChester เป็น vocalist คนหนึ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก และยากที่จะหาใครมาทดแทนได้กล้องซูมหน้าของ Mike Shinida ขึ้นไปบนจอ LED ทั้งสองข้างแบบใหญ่มากจนยากที่จะซ่อนความเศร้าในแววตาของ Mike ที่ยังคงมีอยู่ได้ และชัดเจนในความรักของเขาที่มีให้กับเพื่อนร่วมวงที่เพิ่งจากไปไม่นาน

 

เรื่องฉลาดเรื่องสุดท้ายที่ผมได้จาก Summer Sonic ปีนี้ คือ Paramore ทำวงมาได้14 ปีแล้ว!

 

เวลามันช่างผ่านไปเร็วอย่างน่ากลัว Hayley บอกว่าเธอมาร่วมกับวงครั้งแรกในปี 2004 นั่นเธออายุแค่ 17 ปีเอง และหลายๆ เพลงในชุดแรกๆ นั้น เนื้อหาที่มีเธอก็ไม่ได้เชื่อแบบนั้นแล้ว แต่ก็เอามาร้องตอนนี้ได้สนุกๆ อายุ 17 ปี! ตอนนี้เธอก็คง 31 แล้วสินะ แต่ดูจากเธอทั้งร้องทั้งเต้นบนเวทีสุดตัวขนาดนั้นผมคะเนจากสายตาอย่างเดียวให้ไม่เกิน 27 เอ้า ผมมาฟัง Paramore ครั้งแรกก็เป็นชุดประมาณชุดที่สามได้แล้วมั้ง Brand New Eyes (2009) แล้วก็ยังรู้สึกว่า Paramore เป็นวงร็อกใหม่ๆ สดๆ ที่วัยรุ่นเขาฟังกัน เผลอแป๊บเดียวแค่กระพริบตาผ่านไป 14 ปีเฉยเลย ผมชอบ Paramore เพราะกลิ่นอายของ rock ที่มี pop punk และ grunge ปนอยู่นิดๆ ทำให้ผมนึกถึง Cyndi Lauper ผสมปนเปกับ No Doubt นิดๆ เออใช่ จะว่าไปลีลาของ Hayley บนเวทีนี่ก็ทำคิดถึงความบ้าของ Cyndi อยู่ไม่น้อยคุณเธอแสดงออกอย่างเป็นอิสระกับเสื้อยืดTalking Head บางๆ ตัวเดียวกับอันเดอร์แวร์สีแดงแจ๋ ไม่รักก็ไม่รู้จะยังไงละฮะ พ่อลูกชายถึงกับไม่ยอมพลาดแม้แต่นาทีเดียวของการแสดงบอกว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่วงที่ต้องดูให้ได้สักครั้งก่อนตาย

 

ใช่ เวลามันผ่านไปเร็วอย่างน่ากลัว และดูเหมือนจะไม่ยอมหยุดรอใครแม้แต่วินาทีเดียว ชีวิตของเราทั้งชีวิตค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านไปเงียบๆ ทีละน้อยเงียบเชียบในวิธีที่ถ้าเราเผลอ เพียงกระพริบตาทั้งชีวิตมันก็จะผ่านเราไป ถ้าคิดจะทำอะไรก็อย่าลังเลที่จะทำมันวันนี้ ทำมันเดี๋ยวนี้ เพราะกว่าจะรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ ทั้งชีวิตมันอาจจะผ่านเราไปเสียแล้ว และเร็วกว่าที่คิดไม่ต้องสงสัยว่าคงต้องกลับมา Summer Sonic อีกสักหลายๆ ครั้งแน่นอน ถ้ามันเฟสติวัลนี้ยังหนังเหนียวไปจนถึงรุ่นหลาน ปู่กับพ่อมันคงได้มีเรื่องเมาท์กันสนุก และเถียงกันต่อไปอีกได้ว่าควรจะไปดูวงไหนก่อนกันดีในวันนี้

 

Text : Duangrit Bunnag

Photography : Narit Bunnag and Duangrit Bunnag

 

The Summer Sonic is an annual rock festival in Japan. Reaching the 18th

anniversary this year, it boasts an

impressive line-up that would satisfy

the appetites of many generations. And it’s the reason why I find myself in Chiba, wearing flip-flops and rocking my head

to the beat of Tom Misch.

 

Then I begin to have a few revelations.

 

First, Noel Gallagher is still every bit

marvelous despite the obvious signs of aging. I’m gazing at his grey hair and wrinkled face, not really listening to the blasting tune from the stage, when my son says he doesn’t want to miss seeing Tame Impala. At a far distance, I hear the song Don’t Look Back In Anger and wonder whether it’s really on or I’m merely dreaming.

 

My second revelation comes when

I watch Beck’s performance. I realize that – strangely – I’m beginning to understand, and enjoy, this artist so much more, just from staring at him in a sequin suit and a hat, playing an old guitar.

 

Among the best newcomers this year are Polkadot Stingray and My First Story from Japan. Polkadot Stingray’s lead singer is a tiny teenager who switches back and forth between singing her heart out and mumbling words of self-reflections. My First Story comes out with a fierce and fiery performance, exuding a sense

of youth and recklessness.

 

My last revelation at The Summer Sonic is the fact that Paramore has been around for 14 years! I still remember how I fell for their music – a mix of pop punk and grunge that reminded me of Cyndi Lauper and

No Doubt. It’s somewhat alarming how time flies. All of a sudden you realize your life has been creeping ahead bit by bit, whether you notice

it or not.

 

Better start living today.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s