I really like space and the solar system.

 

ในวันที่เรื่องดวงดาว และอวกาศที่แสนห่างไกลหลายปีแสงได้กลายเป็นบทสนทนาในชีวิตประจำวันของคนรอบตัว เราจึงอยากชวนทุกคนออกไปสำรวจจักรวาล ความคิดของ เติ้ล – ณัฐนนท์​ ดวงสูงเนิน และ กร – กรทอง วิริยะเศวตกุล 2 เด็กหนุ่ม Under 20 ผู้ก่อตั้ง SPACETH.CO เว็บไซต์ที่บอกเล่าเรื่องราวข่าวสารเกี่ยวกับอวกาศสุดเนิร์ดให้กลายเป็นเรื่องป็อปอ่านสนุก แถมยังจุดประเด็นทางสังคมให้คนขบคิดได้อย่างแสบซน จนต้องคุย

 

  • ถ้าการ Big Bang ทำให้เกิดจักรวาล แล้วอะไรที่ทำให้เกิด spaceth.co

เติ้ล: เติ้ลเริ่มชอบอวกาศตั้งแต่เด็ก ชอบดูสารคดี ชอบอ่านหนังสือ ด้วยที่เติ้ลเป็นลูกคนเดียวเกิดในครอบครัวยุคใหม่ที่คุณพ่อคุณแม่ไปทำงานลูกอยู่บ้านมีหนังสืออวกาศทิ้งไว้ให้อ่าน โดยที่พ่อแม่ไม่ได้คิดไว้หรอกว่าลูกจะชอบเรื่องอวกาศขนาดนี้ อ่านพบอะไรก็จะชอบเล่าให้แม่ฟัง แล้วก็เริ่มไปเล่าให้เพื่อนที่โรงเรียนฟัง จนช่วงม.3 เริ่มเขียนเว็บไซต์ขึ้น พอมีเว็บก็เลยทดลองเขียนคอนเทนต์ บทความแรกเป็นเรื่องของฝรั่งที่เขาวิพากษ์ชีวิต สังคม การเมือง จากนั้นก็มีเขียนเรื่องไปซ่อม Mac ที่ร้านแห่งหนึ่งแล้วกลายเป็นว่ามีคนตามไปซ่อมที่ร้านนั้นเยอะมากเลยค้นพบว่าการเป็น Blogger มันส่งผลกับคนอื่นๆ นะ ดังนั้นจากที่เล่าเรื่องของตัวเอง ก็อยากลองเล่าอะไรที่เป็นประโยชน์ จากที่เคยตั้งต้นด้วย Look at me! Look at me! เราก็ปรับเป็น Look at this! Look at this! ลองดูพวกนี้สิ มามองดูอวกาศกัน น่าสนุกนะ เราก็เลยลองดู

กร: หลังจากจบแฟนพันธุ์แท้ระบบสุริยะจักรวาล ประมาณ ม.3 เราก็ได้ไปเข้าค่ายจูเนียร์เว็บมาสเตอร์แคมป์เจอพี่เติ้ล พอเป็นเพื่อนกันเราก็แลกเปลี่ยน คุยกันเรื่องเทคโนโลยี เรื่องอวกาศ แล้ววันที่ 1 มิถุนายน ของปีที่แล้วพี่เติ้ลก็เริ่มชวนให้มาทำเว็บ SPACETH.CO

 

  • ถ้าย้อนกลับไปสำรวจตัวเอง ความรักในอวกาศของกรมันเริ่มต้นขึ้นมาตอนไหน และเริ่มขึ้นมาได้อย่างไร

กร: เริ่มมาจากเรื่องดาวพลูโตที่ตอนนั้นคิดกันว่ามันต้องโดนเอาออกจากการเป็นดาวเคราะห์ เราก็สงสัย อยากรู้คำตอบว่ามันหายไปได้ด้วยเหรอ เลยไปค้นในอินเทอร์เน็ตก็พบว่ามันยังอยู่นะ ไม่ได้หายไปไหน จากนั้นก็ตามหาตามอ่านไปเรื่อยๆ พอค้นหาเรื่องระบบสุริยะจักรวาลในหนังสือเรียน ก็มักจะอยู่ในหน้าท้ายๆ บทสั้นๆยิ่งพอเขาบอกว่าระบบสุริยะมีดาวเคราะห์แปดดวง รู้แค่นี้พอนะ เราก็เลยยิ่งพยายามค้นหาค้นคว้ามากขึ้น

 

  • ท่าไม้ตายในการเล่าเรื่องจักรวาลกว้างไกลให้กลายเป็นเรื่องฮิตใกล้ตัว

เติ้ล: เติ้ลว่ามันคือการเล่าผ่านมุมมองพวกเรามากกว่าการอธิบายข้อมูลเชิงวิชาการล้วน เราใส่อารมณ์เรา ว่าอันนี้ตลกว่ะ อันนี้มันน่าทึ่งนะ อันนี้ดูเศร้าจัง ยานอวกาศใช้แล้วต้องสั่งให้พุ่งชนดาวเคราะห์ด้วยหรอ เราเอามุมมองนี้เข้ามา เราก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ข้อมูลธรรมดาแบบ A B C นะ แต่นี่คือข้อมูลที่ฉันมองว่า A มันคือแบบนี้ว่ะ ส่วนเรื่องราวของดาวเคราะห์ B มันแบบนี้ว่ะ ผลคือเราจะได้ผลลัพธ์อีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ ความคิดเชื่อมโยง เติ้ลว่าตรงนี้มันน่าจะเป็นไม้ตายมากกว่า

 

  • อย่างเรื่อง 4 ปีผ่านมาวงการอวกาศพัฒนาแค่ไหน เราชอบและมองว่าทีม SPACETH.CO มีการสะท้อนความเป็นไปทางการเมืองในบ้านเราได้แบบสนุก แสบ และฉลาดมาก

เติ้ล: จริงๆ ในวงการอวกาศแต่ละอย่างผ่านไปไวมากเลยนะ ไม่ใช่ว่าเวลาเดินไวขึ้น แต่เป็นความเร่งรีบอันจำเป็น พวกเราต้องรีบสำรวจอวกาศให้ทันก่อนที่ผู้ร่วมโครงการจะเสียชีวิต หรือหมดอายุขัยไปก่อน อย่างยานกาลิเลโอ (Galileo Space Probe) ก็กินระยะเวลาดำเนินการ 30 – 40 ปี สมมติว่าเริ่มทำโครงการตอน 50 ทำไปทำมาก็อายุ 90 แล้ว ดังนั้นทุกโครงการจึงต้องไว ไม่ใช่แค่ท้าทายความกว้างใหญ่ของอวกาศ แต่ยังท้าทายกับเวลาในช่วงชีวิตของคนเราที่อาจไม่เกิน 100 ปีด้วย ในเวลา 4 ปีที่คนอีกกลุ่มหนึ่งอีกมุมโลกกำลังเร่งรีบพัฒนาพยายามดึงศักยภาพของมนุุษย์ออกมาให้มากที่สุด ประเทศเราทำอะไรกันอยู่ พอเปรียบเทียบกันแล้วมันก็ทำให้เห็นภาพความแตกต่าง อันนี้เป็นความคิดของกรเลยนะ คือว่ากรเขาทักมาว่า “เห้ยพี่เติ้ล ครบรอบ 4 ปีแล้วนะพรุ่งนี้”

 

  • ทำไมเราเลือกหยิบเรื่องการเมืองเข้ามาโคจรรอบจักรวาลคอนเทนต์อวกาศ

เติ้ล: ตอนนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องที่คนไทยชอบบอกว่าเห้ยพูดเรื่องการเมืองไม่ได้ เดี๋ยวถูกจับไปปรับทัศนคติ แล้วหลายสื่อจะมีนโยบายว่าเราไม่ยุ่งกับการเมือง แต่ว่านโยบายของเราคือเราจะยุ่งทุกอย่างที่เป็นการเมือง แต่ไม่ได้จิกกัด หรือต่อว่าเราเพียงยกกรณีศึกษาต่างๆ ในวงการอวกาศมาคิดวิเคราะห์เชื่อมโยง เราไม่ได้เริ่มต้นจาก“ทุกคนเรามาเขียนคอนเทนต์แซะนายกฯ กันดีกว่า” แล้วค่อยหาเรื่องอวกาศมาจิกกัดอีกทีนี่เป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำเลย หรือ “เห้ย ทุกคนเราเขียนเรื่องดาวพลูโตกันไหม เขียนเรื่องยานลำนี้กันไหม” เราไม่เคยทำ แต่ถ้าสมมติว่ายานแคสสินีต้องไปพุ่งชนดาวเสาร์ เราก็เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาจากคำถามว่า “จะทำยังไงให้คนเขาซึ้งไปกับ 20 ปีที่ผ่านมาของยาน?”

 

  • ใดๆ ในโลกล้วนเป็นการเมือง แล้วกับวงการอวกาศล่ะ

กร: จริงๆ อวกาศเราโดนการเมืองมาปนเปื้อนมาตั้งแต่วันแรกที่เกิดขึ้น สหภาพโซเวียตกับสหรัฐอเมริการแข่งขันพลังอำนาจกัน พอรัสเซียปล่อยยานปุ๊บ ก็กลายเป็น Sputnik crisis เป็นช่วงเวลาที่โลกตะวันตกวิตกกังวลหวาดกลัวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางอวกาศของสองมหาอำนาจ แล้วพัฒนามาสู่จุดที่ว่าเรา และใครหลายคนก็อยากออกไปสำรวจนอกโลก

เติ้ล: ใครของบให้นาซาช่วงแรกรู้ไหม?

 

  • ไหนใครกัน

เติ้ล: วอลต์ ดิสนีย์ (Walter Elias Disney) เขาทำสื่อทำเรื่องราวเกี่ยวกับอวกาศจนอเมริกันชนเชื่อว่าเป้าหมายของฉันคืออยู่บนดวงดาว

กร: วอลต์ ดิสนีย์ เขาเป็นคนที่นาซาชักชวนให้ช่วยทำพวกแอนิเมชันมาอธิบายเรื่องอวกาศให้คนทั่วไปเข้าใจ พอประชาชนสนใจก็มีแรงกดดันไปที่สภา ของบให้ NASA เพิ่มด้วย อดีตเพื่อนร่วมงานของดิสนีย์ อย่าง เวิร์นเฮอร์ วอน บรอน (Wernher von Braun) ก็ย้ายมาทำงานให้ NASA ทำจรวดรุ่นต่างๆ ตัวดิสนีย์เองก็สนใจความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศ แล้วช่วงที่งบนาซาพุ่งขึ้นมากเลยก็คือตอนที่มนุษย์จะไปดวงจันทร์

 

  • แล้วถ้าเราตัดเรื่องการเมืองออกไปล่ะ

เติ้ล: อวกาศอาจขับเคลื่อนด้วยการเมือง แต่ถ้าตัดมันก็คือแก่นของความเป็นนักสำรวจในตัวเราทุกคน มนุษย์เป็นสัตว์ที่ถูกสร้างให้เรียนรู้ได้ทั้งสิ่งเก่าสิ่งใหม่ เราเป็น Pioneer เป็นนักเดินทางเพื่อเฟ้นหาสิ่งใหม่ๆ เสมอ

 

  • สุดท้ายแล้วจักรวาลเป็นเรื่องไกลหรือใกล้ตัว

เติ้ล: มันอยู่ในตัวเรา (ยกมือขึ้นมอง) ร่างกายเราประกอบด้วยแคลเซียม โพแทสเซียม ธาตุต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นมาได้เฉพาะแกนกลางของดาวฤกษ์หรือดวงอาทิตย์ แล้วดวงอาทิตย์ระเบิดออก สสารพวกนั้นก็กระจายไปทั่วจักรวาลด้วยแรงโน้มถ่วงรวมกันจนกลายเป็นโลกเป็นตัวเรา ร่างกายเราท้ายสุดเรื่องที่เราเล่ามันก็จะไปกระตุ้นความอยากเป็นนักสำรวจของทุกคน อันนี้คือเป้าหมายสูงสุดเลย เพราะว่าทุกคนจะกลายเป็นคนที่อยากรู้ไปหมดทุกเรื่อง ต่างจากที่ผ่านมาพวกเราต่างถูกปิดกั้นด้วยอะไรบางอย่างว่า ทำไมต้องรู้? รู้ไปทำไม?

34 SPACETH 3 HIRES.jpg

  • เคยมีความคิดอยากสำรวจ อยากเป็นนักอวกาศบ้างไหม

กร: ตอนเด็กๆ เราก็อยากลองไปสำรวจเหมือนกันนะ แต่พอโตมาเราก็พบว่าเราไม่ได้มีความฝันเดียว นักสำรวจก็อยากเป็นนะ แต่ว่าอย่างอื่นเราก็ยังอยากลองอยู่เหมือนกัน เช่น เขียนเว็บ ทำแอปฯ เราอยากทำหลายอย่างมาก

 

  • เศรษฐกิจโลกไม่ค่อยดี บินกันก็ไม่ได้บ่อย สมมติว่าต้องเป็นนักบินอวกาศ เราสามารถรับงาน Part – Time อย่างอื่นได้ไหม

เติ้ล: ก็มีนะ เป็นนักบินอวกาศแต่ไปเขียนหนังสือ ส่วนใหญ่เขาหันไปเขียนหนังสือกันแทบทุกคนเลย

กร: อย่าง อลัน บี เชพเพิร์ด (Alan Shepard) เขาก็เป็นจิตกรด้วย วาดรูปอะไรพวกนี้ด้วยงานแต่ละงานที่รับก็ราคาโหดอยู่เหมือนกัน

เติ้ล: บางคนก็เป็นนักดนตรี บางคนก็อัดPodcast ไปเป็นพิธีกรเป็นดาราตอนกลับมาบนโลกแล้ว

 

  • วีรกรรมไหนของนักบินอวกาศที่ทำให้พวกเราทึ่งอึ้ง

เติ้ล: เยอะครับ (หัวเราะ) ที่ฮาสุดคือเขาไปเล่นกอล์ฟบนดวงจันทร์ คือ อลัน บี เชพเพิร์ด เขาซ่อนไม้กอล์ฟเข้าไปตอนทำภารกิจอะพอลโล 14 คนอื่นก็ไม่รู้ นึกว่าเป็นเสาอากาศ หรือเอาหนังสือโป๊ขึ้นไปบนดวงจันทร์ก็ทำมาแล้ว คือมีมุมอะไรแบบนี้ที่โรงเรียนไม่ได้สอน บทที่พูดเรื่องระบบสุริยะจักรวาล อวกาศก็เลยขาดความเป็นมนุษย์ไป

กร: เวลาอ่านในแบบเรียน เราจะติดภาพจำว่าเขาไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไป ทั้งที่ความจริงพวกเขาก็มีมุมที่รั่วเหมือนเรา มุมที่ธรรมดาเหมือนพวกเราทุกคน

 

  • ถ้าสมมติอยากมีแฟนเป็นนักบินอวกาศในฐานะคนที่สนใจเรื่องอวกาศ พวกเราพอจะมีคำแนะนำอะไรไหม

เติ้ล: เติ้ลว่านิสัยเขาก็คงจะประมาณนายทหารหน่อย เพราะเขาก็เหมือนนักบินรบ แต่บินไกลไปนอกโลก ถามว่ามีเวลาให้กันไหม อันนี้เติ้ลว่าเป็นช่วงๆ ไปนะ ถ้าเขาอยู่โลก เขาก็จะอยู่ยาวใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป แต่ว่าช่วงที่ขึ้นไปประจำการก็อาจต้องห่างกันสักพัก

 

  • ถ้าต้องเป็นแฟนนักบินอวกาศล่ะ

เติ้ล: อยากมีแฟนเป็นนักเขียน นักดนตรีอะไรแบบนี้มากกว่า (หัวเราะ)

กร: กรดูว่านิสัยใจว่าคลิกกันไหมมากกว่านะ

 

  • มีนักบินอวกาศที่ชื่นชอบเป็นพิเศษไหม

กร: จิม เลิฟเวลล์ (Jim Lovell) เขาเป็น 1 ใน 3 คนแรกที่เดินทางไปดวงจันทร์กับอะพอลโล 8 และเป็นผู้บัญชาการของอะพอลโล 13 แต่ไม่ได้

ลงดวงจันทร์ มันเศร้าที่เขาต้องเห็นดวงจันทร์อยู่ข้างหน้าแค่ 100 กิโลเมตร แต่ไปไม่ได้ เพราะเกิดอุบัติเหตุจนทำให้ยานลอยเคว้งคว้างกรชื่นชอบความเป็นผู้นำในภารกิจที่เสี่ยงตายเขาเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากสู้ต่อไปแม้ในสถานการณ์ที่แย่ที่สุดของชีวิต

เติ้ล: ชอบ 2 คน 2 แบบ คือชอบคนทีเป็นฮีโร่ แล้วก็ชอบคนที่เป็นผู้เสียสละ ถ้าฮีโร่ก็คือ อะเลคเซย์ เลโอนอฟ (Alexey Leonov) เป็นนักบินอวกาศรัสเซีย เป็นคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนและเป็นคนแรกที่ได้ไปจับมือกับนักบินอวกาศสหรัฐอเมริกาในโครงการทดสอบอะพอลโล–โซยุซ (ASTP) ซึ่งเป็นโครงการแรกที่ 2 มหาอำนาจเอายานมาเชื่อมกัน แล้วจับมือกัน กอดกันแสดงออกร่วมกันว่าเรื่องของอวกาศจะเป็นเรื่องของมนุษยชาติ ไม่ใช่เรื่องของการแข่งขันนะอีกคนที่ชอบก็คือ วลาดีมีร์ โคมารอฟ (Vladimir Komorov) เขาเป็นนักบินอวกาศรุ่นแรกๆ เก่งพอๆ กับยูริ กาการิน โคมารอฟคือคนแรกที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติภารกิจยาน โซยูซ 1 มันเป็นภารกิจที่เร่งรีบเขาต้องกลับมาให้ทันวันฉลองวันเกิดผู้นำสหภาพโซเวียต ทำให้ขากลับอุปกรณ์ไม่พร้อม สิ่งที่เศร้าคือ เขาได้รับอนุญาตให้คุยกับภรรยาครั้งสุดท้ายก่อนเสียชีวิตอีกไม่กี่นาที ถึงรู้ว่าจะต้องเสียชีวิต แต่เขาก็พยายามทำหน้าที่ตัวเองจนวินาทีสุดท้ายการสูญเสียของคุณโคมารอฟในครั้งนั้นก็ทำให้ยานโซยูซ 1 ของเขากลายเป็นยานลำเดียวที่สามารถขนส่งนักบินไปกลับ ระหว่างสถานีอวกาศนานาชาติได้ปลอดภัยที่สุดในโลก

 

  • อยากรู้จังว่าการได้ดำดิ่งเข้าไปอยู่ในจักรวาลและอวกาศมันเปลี่ยนนิสัยใจคอหรือตัวตนเราขนาดไหน

เติ้ล: ถ้าเราศึกษาจักรวาล เราจะพบว่าเราไม่มีอะไรเลย เราเป็นแค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่หลงคิดกันไปว่าทุกคนจะต้องมาหมุนรอบฉัน อวกาศคือศาสตร์ที่ทำให้ตัวเองเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนและพยายามเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น เข้าใจตัวเองมากขึ้น

กร: อวกาศทำให้เรารู้ว่าเราตัวเล็กขนาดไหนแต่ในขณะเดียวก็ทำให้รู้ว่าความอยากรู้อยากเห็นของเรานั้นมันยิ่งใหญ่ขนาดไหน

 

  • ทั้งคู่เคยเล่าว่านักบินอวกาศสามารถเลือกเพลงฟังได้ 3 เพลงก่อนเครื่องจะออกไปนอกโลก ถ้าเกิดตอนนี้พวกเรากำลังเดินทางออกโลกจริงๆ เติ้ลกับกรจะเลือกเพลงอะไร

กร: ก็น่าจะเป็นเพลง ชีวิตต้องเป็นของเรา ของ Bodyslam คือมันเป็นเพลงที่อยู่เบื้องหลังของการปั่นบทความหลายๆ อัน เพลงต่อมาก็คือชีวิตที่มีชีวิต ของ GETSUNOVA ชอบเนื้อหาตรงที่เขาบอกว่า “ทำไมต้องเดินตามเส้นทางของใคร ทำไมต้องเดินตามเส้นทางเขา” และเพลงสุดท้ายขอผลักทุกอารมณ์ออกไป กรขอเลือกเพลง Beautiful Memory ของ Sweat16 ชอบท่อน “Goodbye my friend. See you again.” เหมือนเราบิวท์ความร็อกให้เข้มขึ้นไปสุดท้ายก็จบแบบซึ้งๆ

 

เติ้ล: เพลงแรกเราจะเลือกเพลง What I’ve done ของ Linkin Park เหตุผลก็คือ เป็นเพลงที่เกี่ยวกับมนุษยชาติ ไม่ใช่แค่ฉันรักเธอ เธอรักฉัน

แต่มันคือการถามว่าเราทำอะไรเพื่อโลก เพื่อเพื่อนมนุษย์ได้บ้าง เพลงต่อมาคือ Boulevard Of Broken Dreams ของ Green Day และเพลงสุดท้ายก็คือ

 

He even brought a pornography to the moon.

34 SPACETH 2 HIRES.jpg

  • ใจเพชร?

กร: แล้วประเด็นคือคนอื่นจะต้องฟังเพลงที่เราเลือกด้วยไง

เติ้ล: ก็อาจจะโดนเพื่อนร่วมยานด่า (หัวเราะ) โอเค เพลงสุดท้ายของเราก็คือ …Thunderstruck ของ AC-DC เหตุผลคือมันกระตุ้นความเป็นนักสำรวจของเรา เพลงสุดท้ายมันจะเหงาไม่ได้นะ พวกเรากำลังออกไปนอกโลกอยู่แล้ว มันก็ต้องเห้ย ลุยวะ!

 

ขอบคุณสถานที่ HUBBA-TO ชั้น 3

โครงการ HABITO สุขุมวิท 77 ซอยอ่อนนุช 1/1

โทร. 02 118 0839

facebook.com/hubbato/

 

Text : Kotchakorn Musiphol

Photography : Kong Pantumachinda

 

 

 

When a galaxy far far away is not so far away anymore, we’d like to bring you to the exploration of Tle – Nattanon Dungsunenarn and Korn – Kornthong Wiriyasawetkul , 2 boys under 20 who turn space literature into pop reads and found SPACETH.CO, an astronautical and space exploration content.

 

  • If Big Bang creates the universe, then what creates SPACTH.CO

Tle: I’ve like space since I was young. I like the documentaries. I love to read. I’m the only child in a modern family so I was left with space books to read. Around Grade 9, I started to write a website. Once I have a website, I started to write an article. I used to write an article about fixing Mac at a store and it was so well-received that I started to realize how influential Blogger is. So instead of ‘Look at me!’ story, I started to write ‘Look at this!’ story. Let’s look at space.

 

Korn: I really like space and the solar system. After finishing the game show on TV answering hard-core fan questions about the solar system, at around 9 Grade, I went to Junior Master Camp and met Tle. Once we’ve friends, we exchanged technology about space. And on 1 June last year, Tle asked me to do SPACETH.CO together.

 

  • If you explore your heart, when and how did the love for space commence?

Korn: It began when Pluto was being taken off from the Solar System so I started to wonder how can the planet just disappear like that? Once I looked up on the internet, I’ve found out that it’s still there, not missing. After that, I just read more and more.

 

  • What’s the catch for making the universe so popular for SPACETH.CO

Tle: I think instead of giving academic explanation, we put in emotions. Fun. Amazing. Sad. Did the used aerospace has to clash the planet? It’s not straight explanation like A B C. It’s my take on A and B. The result is systematic thinking. This is the catch.

 

  • I think the question about ‘how much did the space industry improved in the past four years’ is downright clever and reflective of our political atmosphere in a very funny and sarcastic manner.

Tle: I think the space industry moves forward very quickly. It’s not that just time passes quickly but with the necessity that space must be explored before the project surpasses the astronaut’s longevity. Like Galileo Space Probe, it takes 30 – 40 years. The 100 year limitation is there. During a four year period, whilst a group of people is trying to maximize human potential, what is our country is doing?

 

  • Why do you bring politics into the space’s orbit?

Tle: It seems that Thai people said we can’t talk about politics. And the media try to avoid politics. But our policy is to include all things political but we don’t mean to be sarcastic or reprimanding. We just bring up case studies and associate them. Our idea is to come up with narratives like if the Cassini spacecraft has to crash with Saturn, “how do we make people appreciate the past 20 years of the spacecraft?”

 

  • Everything is political. What about the space circles?

Korn: In fact, the space industry was contaminated from the moment the USSR and USA competed for power using space exploration. Once the Soviet launched, it’s a Sputnik crisis.

Tle: Do you know who asks for NASA’s budget at first?

 

  • Who?

Tle: Walt Disney. He created a media about space so well that Americans believe that their goals lie with the universe.

Korn: Walt Disney was a person NASA asked to do animation to explain

space for commoners, and once they got hooked up. The pressure was on the congress and that’s how NASA got

more budget.

 

  • So is the universe distant or near?

Tle: It lives within us. Our bodies consist of Calcium and Potassium, and these minerals come from the axis of star like the Sun. The sun explodes such minerals to all over the space and with gravity, they become our bodies. In the end, we hope our story stimulate the explorer within every one. Make them more curious about the knowledge that was hidden from them before.

 

  • What kind of story from astronauts make you amazed?

Tle: The most hilarious one is playing golf on the moon which NASA forbid Mr. Alan B. Shepard to do so but he hid it when he was carrying out Apollo 14 mission. He even brought a pornography to the moon. These are what missing in school education –his human side.

 

  • Your favorite astronauts?

Korn: Jim Lovell, one of the first three guys to moon with Apollo 8, and the captain of Apollo 13.

Tle: A hero, Alexey Leonov, a Russian astronaut, and a martyr, Vladimir

Komorov.

 

  • How does being deep in space change our self?

Tle: If we study the universe, we’ll discover that we’re nothing. Just a tiny human beings –being vain enough to ask everything else to revolve around us. Space makes us humble and understanding.

 

  • Three songs you choose before you go out of space like the real astronauts?

Korn: Bodyslam’s Life Must Be Ours, GETSUNOVA’s Life that has a Life and Sweat 16’s Beautiful Memory.

Tle: Linkin Park’s What I’ve Done, Green Day’s Boulevard of Broken Dreams and AC-DC’s Thunderstruck.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s