“I’m just a small human being but

if there’s anything at all

I could do to help them, I’d do it in a heartbeat.”

 

ริมฝีปากสีแดงของเธอ มาพร้อมกับดอกไม้เล็กๆ ที่ทัดอยู่บนมวยผม ตัดกับเสื้อสีครามเด่นชัดมาแต่ไกลทำให้เราได้เห็นรายละเอียดของตัวเสื้อที่สวยงาม อดไม่ได้ที่จะถามว่า ซื้อมาจากที่ไหนคะ? เธอฉีกยิ้มพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายอยากจะบอกเล่าให้เราฟังและนั่นก็กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาทั้งหมดนี้จาก คุณตุ้ม – กรรณิการ์ แสงจันทร์ สไตลิสต์เจ้าของแบรนด์ Made By Hotcake ที่ต้องการนำเสนอความเป็นพื้นบ้านในแบบที่ไม่ธรรมดา

 

“..มันเริ่มมาจากที่พ่อแม่เราขายผ้า ทำให้เราผูกพันกับผ้ามาก เวลาไปที่ไหนก็จะซื้อเก็บไว้ตลอด รู้ตัวอีกทีก็มีเยอะมากจนทำให้คิดว่า เราจะเอามันมาทำอะไรดี บวกกับการชอบไปเที่ยวต่างจังหวัด ชอบไปดูผู้คนชุมชนความเป็นอยู่ และธรรมชาติต่างๆ ทำให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติ มันคือ Slow Life ที่เราไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องประดิษฐ์ เราเห็นคนต่างชาติมานั่งทำ นั่งเรียนแล้วเอาไปขายที่ต่างประเทศ เรายิ่งรู้สึกว่าเราเป็นคนไทยอ่ะ เราต้องทำอะไรสักอย่าง เลยกลายมาเป็นธุรกิจเสื้อผ้า ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ว่า สนับสนุนเรา = สนับสนุนชุมชนและด้วยความที่เราทำงานด้านสไตลิสต์เสื้อผ้ามา ยิ่งทำให้คิดต่อว่า ‘ผ้าไทยทำไมต้องเชย?’ เราไม่อยากทำเสื้อผ้าเอาใจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เราอยากให้ข้าราชการใส่ได้ ฮิปสเตอร์ใส่ได้ คนทั่วไปใส่ได้ในรูปแบบของเสื้อผ้าง่ายๆ ยิ่งเราแก้แพทเทิร์นบ่อยๆ ชาวบ้านอาจจะไม่แฮปปี้ เราอยากทำอะไรที่มันมาจากใจ คนทำมีความสุข คนใส่ก็มีความสุข..”

 

ท่าทีของเธอขณะเล่าก็ทำให้เผลอแอบมองลายเสื้อที่เธอใส่อยู่ ทำให้เราสงสัยต่อว่าสิ่งนี้คืออะไรลายอะไรหรือมีวิธีการขั้นตอนอย่างไร ในหัวมีแต่ภาพผ้าไหมในละครยามเช้าวันเสาร์ – อาทิตย์หรือภาพคุณยายแต่งตัวสวยไปตักบาตร อะไรกันที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้ไม่เชย ไม่น่าเบื่อเพื่อให้เข้ากับคนในปัจจุบันมากที่สุด..

 

“การเขียนเทียนแรกเริ่มมาจากกลุ่มม้ง เค้ามีมานานมาก มันเป็นสัญลักษณ์ของชาวเขาในสมัยก่อนเค้าจะนิยมใช้มือลากไปเรื่อยๆ เราเห็นแล้วรู้สึกมหัศจรรย์ใจมาก มันเป็นลายขนาดนี้ได้เลยเหรอนั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มีราคาแพง พอยุคหลังชาวบ้านเริ่มรู้จักการแกะบล็อกจากทองเหลืองเพื่อนำมาทำเป็นลวดลาย ทำให้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ราคาจับต้องได้ และตอบโจทย์ตลาดได้มากขึ้น พอเราเห็นก็รู้สึกว่ามันไปได้มากกว่านั้นเลยนำมาทำเป็นเสื้อยูกาตะ หมวก หรือกระโปรง ถ้ามันไปอยู่กับดีไซน์ที่ใช่ มันน่าจะดีและดูทันสมัยมากขึ้น โดยขั้นตอนไม่ยุ่งยากเลย เริ่มจากต้องใช้ความร้อนและมีแท่งทองเหลือง ลักษณะคล้ายปากกา นำไปจุ่มใส่เทียนแล้วเอามาวาดให้เกิดเป็นลวดลายจากน้ำตาเทียน หลังจากนั้นก็นำไปจุ่มคราม ซึ่งถ้าจุ่มช้าน้ำตาเทียนแห้งก่อนก็อาจจะไม่ติด ต้องอาศัยความชำนาญ ต้องดูเนื้อผ้าด้วยเพราะมันต้องโดนความร้อน ควรเลือกผ้าที่แข็งแรง พอเสร็จก็เอาไปตาก ก็จะเกิดเป็นลายที่สวยงาม ชาวบ้านทุกคนคล่องมาก ทำไปพูดคุยไปในขณะที่เราเพิ่งหัดทำ ทำผ้าเสีย ชาวบ้านขำกันใหญ่เลย..”

35 CRAFT HIRES 005A9326-2.jpg

ขณะที่ฟังเธอเล่า ก็ทำให้เกิดไอเดียว่าทำไมเราไม่นำมาวาดเป็นลวดลายกราฟิกหรือการ์ตูนน่ารักๆ แบบในยุคปัจจุบันนี่นะ คำตอบของเธอก็ทำให้เข้าใจได้มากขึ้นว่าสิ่งไหนควรทำหรือสิ่งไหนไม่ควรทำ “..คือมันเป็นความเชื่อ ไม่ใช่ว่าจะนำการเขียนเทียนมาทำลายตามใจ ไม่ได้นะ ต้องมีพิธีการขอของหมู่บ้านใครหมู่บ้านมัน ลายของแต่ละที่ก็จะไม่เหมือนกัน เรารู้สึกว่ามันมีเสน่ห์มาก มันมีเรื่องราว มันมีความขลังอยู่ในนั้น และนิยมย้อมครามโดยจังหวัดที่เป็นออริจินัลเลยคือ จังหวัดน่าน..”

 

“..การทำอะไรแบบนี้ทำให้เราใจเย็นขึ้นมากเลยนะ มันคือ Slow Life ของจริงอ่ะ บางทีเอาไปขายเรารู้สึกว่ามันน้อยไป เราให้เค้าเพิ่มเลยนะ มันไม่ใช่

แค่อาชีพแต่มันหล่อเลี้ยงใจเค้าด้วย บางทีเราไปหาเค้าเราต้องรอรถเป็นชั่วโมงเลยกว่าจะได้ขึ้นดอยพอรถมาเราดีใจมากคิดว่าคงได้ไปแล้ว คุณตาคนขับเอากล้วยแขกมากินแล้วบอกว่ารอคนอื่นก่อนแล้วทุกคนก็นั่งรอแบบนั้นอ่ะ เราเลยมองเป็นเรื่องบวกไปเลย เช่น ฤดูหนาวคุณยายเหยียบจักรไม่ได้ มันเลยกลายเป็นความน่ารักอีกแบบหนึ่งมีครั้งหนึ่งไปลำบากมากเดินทางหลายชั่วโมง รถติดหล่มไปไม่ได้ พอไปถึงเราเห็นป้ายคำว่าโครงการในพระราชดำริ เราน้ำตาไหลเลย มันหายเหนื่อยเลย คือเราเป็นคนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง เราอยากทำให้ชาวเขามีอาชีพ เราอยากจะช่วย อยากพัฒนาให้ได้มากที่สุด ถ้าทำได้เราจะทำโดยไม่คิดมากเลย..”

 

คำพูดจากคุณตุ้มทำให้เรารู้สึกว่ากว่าจะได้ผ้าไทยหนึ่งชิ้น มีเรื่องราวมากมายแล้วมันจะมีเหตุผลอะไรอีกที่เราจะไม่สนับสนุนชาวเขากลุ่มนี้..

 

Text : Jularat Hanrungroj

Photography : Kong Pantumachinda

Retouching : Nutcha Harnpukdipatima

 

 

Kannikar Saengchan, stylist and owner of the casual-chic clothing line Made By Hotcake, is a woman with a vision to bring traditional Thai craftsmanship into a new, modern light.

 

“…Foreigners came to learn the know-how. Then they went back to their countries and made a lot of profits. As a Thai, I felt I needed to do something,” she explains the reason behind the inception of the brand, whose concept ‘Support us. Support the communities’ is the essence of Kannikar’s endeavor.

 

Indeed the soul of Made by Hotcake lies in the traditional Thai textiles Kannikar acquires from all over Thailand. Each fabric has its own unique story, partly because each requires a particular method to make – indigo dye, intricate pattern makings, various weaving techniques, etc. More than anything, Kannikar’s wish is to preserve and better the livelihood of craftspeople from remote villages in Thailand – “I’m just a small human being but if there’s anything at all I could do to help them, I’d do it in a heartbeat.”

 

Given Kannikar’s dedication to one of Thailand’s most precious crafts, there is no reason for us not to support Made by Hotcake.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s