ศิลปินหญิงผู้บุกเบิกศิลปะนามธรรม ที่สร้างสรรค์ผลงานด้วยการให้ผีจับมือวาดภาพ

 

จากตอนที่ผ่านมาที่เรากล่าวถึงสาวแซ่บในโลกศิลปะ ผู้เปลือยกายท้าทายโลกมาแล้ว ตอนนี้เราจะกล่าวถึงสาวแซ่บในโลกศิลปะอีกคนหนึ่ง แต่ต่างกันตรงที่เธอคนนี้เป็นศิลปินในอดีตที่ล่วงลับไปนานแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความแซ่บของเธอจะเลือนหายไปตามกาลเวลา เพราะเธอได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปินหญิง

ผู้บุกเบิกศิลปะแนวนามธรรม (Abstract Art) เป็นคนแรกๆ ของโลก เธอผู้นั้นมีชื่อว่า ‘ฮิลม่า อัฟ คลินต์’ (Hilma af Klint)

 

ที่บอกเช่นนั้นก็เพราะ ผลงานภาพวาดแบบนามธรรมที่เธอทำขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นั้น ถูกทำขึ้นก่อนที่ผลงานของศิลปินเพศชายที่ได้ชื่อว่าเป็นคนทำงานศิลปะแนวนามธรรมคนแรกๆ อย่าง ‘วาซิลี คันดินสกี’ (Wassily Kandinsky) หรือ‘คาซิมีร์ มาเลวิช’ (Kazimir Malevich) จะถูกทำขึ้นมาเสียอีก

 

ฮิลม่า อัฟ คลินต์ เกิดในปี 1862 เดิมทีเธอเริ่มต้นอาชีพศิลปินด้วยผลงานภาพวาดทิวทัศน์ ภาพเหมือนบุคคลและภาพลายเส้นของต้นไม้พืชพันธุ์ ถึงแม้ภาพวาดแบบประเพณีนิยมเหล่านี้จะเป็นที่นิยมและเป็นรายได้หลักเลี้ยงชีพของเธอ แต่หัวข้อในการทำงานศิลปะที่เธอหลงใหลอย่างลึกซึ้งกลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิงนั่นก็คือเรื่องเกี่ยวกับปรัชญาและจิตวิญญาณ ด้วยความที่ในปี 1880 น้องสาวของเธอเสียชีวิตลง นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่เธอเริ่มหันมาสนใจเรื่องราวเหล่านี้

 

ในปี 1886 เธอละทิ้งการวาดภาพแบบประเพณีนิยม และดำดิ่งสู่สิ่งที่เธอสนใจหลงใหล นั่นก็คือเรื่องราวของโลกที่มองไม่เห็นที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ หรือโลกแห่งจิตวิญญาณนั่นเอง

 

ที่น่าสนใจอย่างมากก็คือ ผลงานศิลปะของ ฮิลม่า อัฟ คลินต์ นั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของจิตวิญญาณโดยตรงตามตัวอักษร แล้ว ‘จิตวิญญาณ’ ที่ว่านี้ ก็ไม่ได้หมายถึง ‘จิตวิญญาณของศิลปิน’ ที่คุณเฉลิมชัยชอบพูดอยู่บ่อยๆ หากแต่เป็นวิญญาณและสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่า ‘ผี’ นั่นแหละครับ

 

โดยเธอรวมตัวกับศิลปินหญิงอีกสี่คน ก่อตั้งกลุ่มศิลปินในชื่อ “De Fem” (The Five) ขึ้นมาและดำเนินพิธีกรรมติดต่อกับโลกวิญญาณและสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ ซึ่งพวกเธอเชื่อว่าวิญญาณเหล่านั้นต้องการที่จะสื่อสารผ่านการวาดภาพ พวกเธอทำการบันทึกเอาไว้ในหนังสือเกี่ยวกับระบบการทำงานศิลปะรูปแบบใหม่ที่ได้รับการถ่ายทอดความคิดอันลี้ลับที่อยู่ในรูปแบบของสารหรือถ้อยคำจากจิตวิญญาณอันสูงส่งที่เธอเรียกว่า “Höga Mästare” (The High Masters) หรือ “เหล่าปรมาจารย์ผู้สูงส่ง” พูดง่ายๆ ก็คือการเข้าทรงให้ผีมาจับมือวาดภาพนั่นแหละ

 

ในการทำงานศิลปะร่วมกับกลุ่ม The Five ฮิลม่า อัฟ คลินต์ได้คิดค้นการทดลองวาดภาพแบบอัตโนมัติในช่วงปี 1896 (ซึ่งเธอทำขึ้นมาก่อนศิลปินกลุ่ม เซอร์เรียลลิสม์ (Surrealism) จะคิดค้นเทคนิคการวาดเส้นแบบอัตโนมัติ (Automatic drawing) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันลือเลื่องของพวกเขาเป็นเวลาหลายสิบปีเลยด้วยซ้ำ) ซึ่งนำเธอไปสู่การสร้างสรรค์ภาษาภาพที่ใช้รูปทรงเรขาคณิตที่ได้แรงบันดาลใจจากพลังที่มองไม่เห็น ทั้งจากโลกภายในและโลกภายนอก

 

ในปี 1905 เธอได้รับการว่าจ้างโดยบุคคลกลุ่มหนึ่งให้สร้างสรรค์ผลงานที่สำคัญที่สุดของเธอ นั่นก็คือภาพวาดในชุด “Temple” (วิหาร) ที่ประกอบด้วยภาพวาดแบบนามธรรมที่ยังไม่เคยมีศิลปินคนใดทำขึ้นมาก่อน ในตอนที่ทำงานเธอรู้สึกว่า ตัวเธอถูกกำกับโดยพลังอำนาจลึกลับบางอย่างที่ชี้นำมือของเธอให้วาดภาพ โดยเธอเขียนบันทึกเอาไว้ว่า

 

“ภาพเหล่านี้ ถูกวาดผ่านตัวฉันด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ โดยที่ฉันไม่ได้ร่างภาพเลยแม้แต่น้อย ตอนที่วาดฉันไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าภาพวาดเหล่านี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร อย่างไรก็ตาม ฉันทำงานด้วยความรวดเร็วและแน่นอน โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขฝีแปรงเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

ฮิลม่า อัฟ คลินต์ วาดภาพชุดนี้ออกมา 193 ภาพ ที่ถูกจำแนกหมวดหมู่ออกเป็นกลุ่มย่อยๆ หลายกลุ่ม ในบรรดานั้นมีภาพวาดจำนวนสิบชิ้นที่มีขนาดใหญ่กว่า 3 เมตร (ซึ่งถูกเรียกว่า The Ten Largest) ภาพวาดเหล่านี้มีความสดใหม่และสุนทรียะอันแปลกตาด้วยเส้นสายอันรวดเร็วและฉับไว ไม่ว่าจะเป็นภาพวงกลมที่ถูกแบ่งซอยเป็นส่วนๆ รูปเกลียวที่ถูกแบ่งเป็นแถบสีสเปกตรัม สัญลักษณ์ ตัวอักษร และถ้อยคำ ฯลฯ

 

ตลอดชีวิตเธอเฝ้าค้นหาหนทางที่จะทำความเข้าใจกับความลี้ลับที่เธอเคยได้สัมผัสผ่านการทำงานศิลปะของเธอ นอกจากทำงานวาดภาพแล้ว เธอยังเขียนบันทึกเกี่ยวกับความคิดและการศึกษาเกี่ยวกับจิตวิญญาณเอาไว้กว่า 150 เล่ม

 

แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่เคยกล้าแสดงภาพวาดแบบนามธรรมของเธอเหล่านี้ออกสู่สาธารณะเลยแม้แต่ครั้งเดียว ด้วยความคิดที่ว่ายุคสมัยนั้นยังไม่พร้อมที่จะเข้าใจมัน เธอระบุเงื่อนไขเอาไว้ในพินัยกรรมว่า ผลงานศิลปะนามธรรมของเธอจะต้องไม่ถูกแสดงสู่สาธารณะเป็นเวลาอย่างน้อย 20 ปี หลังจากการเสียชีวิตของเธอ

 

หลังจากที่เธอเสียชีวิตในปี 1944 ด้วยวัย 82 ปี ผลงานศิลปะนามธรรมของเธอที่ประกอบด้วยภาพวาด 1,200 ภาพ บทความกว่า 100 ชิ้น และบันทึกจำนวน 26,000 หน้า จึงถูกเก็บซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด จนกระทั่งในปี 1986 หรืออีกสี่สิบกว่าปีให้หลังผลงานของเธอจึงถูกจัดแสดงเป็นครั้งแรกในนิทรรศการ The Spiritual in Art, Abstract Painting 1890-1985 ในลอสแอนเจลิส ตามมาด้วยอีกหลายนิทรรศการ เมื่อนั้นเองงานศิลปะนามธรรมอันน่าตื่นตะลึงของเธอจึงได้ปรากฏสู่สายตาของสาธารณชนในที่สุด

 

ทุกวันนี้คอลเลกชันผลงานศิลปะนามธรรมของ ฮิลม่า อัฟ คลินต์ถูกครอบครองและบริหารโดยมูลนิธิ Hilma af Klint ที่ตั้งอยู่ในกรุงสต็อกโฮล์ม สวีเดน ในปี 2017 บริษัทสถาปนิกสัญชาตินอร์เวย์ นำเสนอโครงการสร้างศูนย์แสดงงานของ ฮิลม่า อัฟ คลินต์ ขึ้นในสต็อกโฮล์ม ด้วยมูลค่ากว่า 6 ล้านยูโร

 

หลังจากถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ ผลงานศิลปะนามธรรมของเธอกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทำงานสร้างสรรค์มากมายนับไม่ถ้วน ไม่เพียงแค่ในวงการศิลปะเท่านั้น ผลงานของเธอยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับวงการออกแบบสร้างสรรค์อีกหลากหลายวงการ

 

ไม่ว่าจะเป็นวงการแฟชั่น อาทิ ห้องเสื้อ Acne Studios ในสต็อกโฮล์ม ที่หยิบเอาผลงานของเธอมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเลกชันฤดูร้อนในปี 2014 หรือในวงการภาพยนตร์ อาทิ หนังรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเมืองคานส์อย่าง Personal Shopper (2016) ที่ได้แรงบันดาลใจอันสำคัญส่วนหนึ่งมาจากผลงานของเธอนั่นเอง

 

Text : Panu Boonpipattanapong

Illustration : Kanavit Wattanakamolsirichote

 

 

Part 2

 

In this article, we’ll talk about no less sassy female

artist than the last one. Regarded as the pioneer

artist of abstract art, Hilma af Klint painted a volume of abstract art even before the male artists like Wassily Kandinsky or Kazimir Malevich did.

 

Born in 1862, her artistic career began with scenery

and portraits which were main source of her income. Her passion, though, is vastly different; she deeply

fascinated with philosophy and spirits having

undergone the experience of her sister’s passing in 1880. Six years later, she abandoned traditional art and dived into the spiritual world, literally meaning ghosts.

 

Collaborated with four other female artists, they

established a group called “De Fem” (The Five) who engaged in paranormal activity and séance. They believed that the deceased want to communicate through painting and called this novel form of art “Höga Mästare” or the High Masters. Basically, it means they were possessed by the ghosts while they painted. Their self-invented technique of automatic drawing in 1986 predates Surrealism artists, and this led them to create unique paintings with geometry inspired from worldly and otherworldly spirituals.

 

In 1905, hired by a group of people, she delivered

unprecedented abstract art in a series called “Temple.” The series consist of 193 paintings divided into

categories. They are fresh and strange, swift and

rapid, circling and spiral separated in color spectrum, symbols, alphabets and words.

 

Yet, her arts were never displayed to public. In her will, she demanded that her abstract pieces will only be posthumously displayed 20 years after because the public was not ready. By the time of her dead, her 1,200 paintings, 100 articles and 26,000 pages diary were firmly kept. It was not until 1986 that her works were exhibited for the first time in ‘The Spiritual in Art,

Abstract Painting 1890 – 1985’ exhibition. Her legacy lives on since then as inspiration not to only artists but to all those whose works require creativity.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s