“ท้ายที่สุดเราก็ต้องพึ่งสัญชาตญาณ”

ชายหนุ่มใส่แว่นตอบกลับคำถามของผมถึงสิ่งสำคัญในการคัดเลือกงานศิลปะ เรือใบ – ราม กาญจนะวณิชย์ เล่าให้เราฟังต่อว่าก่อนหน้าที่เขาจะมาเป็น Gallery Director ให้กับที่ Gallery Oasis เขาเรียนจบจาก International Center of Photography (ICP) โรงเรียนสอนการถ่ายภาพที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และใช้เวลาอยู่ที่นั่นทั้งหมด 3 ปี หนึ่งปีสำหรับการเป็นนักเรียนและอีกปีกว่าสำหรับการเป็นผู้ช่วยอาจารย์ในโรงเรียน แต่ทุกปีเขากลับพบว่าตัวเองชอบศิลปะเข้าให้แล้ว

จากชายผู้หลงใหลในการถ่ายภาพกลับกลายเป็นต้องหลงรักกับงานศิลปะและเฝ้าคอยเห็นงานที่น่าตื่นเต้นอยู่เสมอ ที่มาของเรื่องราวอันน่าสนใจเหล่านี้จะเป็นอย่างไร เมื่อคิดแบบนั้นผมจะเอ่ยถามคำถามต่อไปอย่างสนใจ

 

  • ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คุณเริ่มสนใจการถ่ายรูป

ย้อนไปก่อนหน้านี้ผมเรียนจบปริญญาตรีมาด้านการสื่อสาร แต่ตลอดการเรียน รู้ตัวเองเลยว่าไม่ได้ชอบงานทางนี้เท่าไหร่ กลับไปสนใจเรื่องการถ่ายรูปเสียมากกว่า พอถึงช่วงที่ต้องไปฝึกงานก็เลือกไปที่แกลเลอรีแห่งนึง ซึ่งนั่นก็ทำให้เรารู้สึกว่าการถ่ายรูปน่าจะเป็นสิ่งที่เราทำได้ดี เลยตัดสินใจไปเรียนต่ออย่างจริงจังที่นิวยอร์ก

 

  • ทำไมถึงต้องเป็นนิวยอร์ก

ความจริงที่บ้านผมจะคุ้นเคยกับประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่แล้วเพราะเรามีญาติอาศัยอยู่ ทำให้ผมได้แวะเวียนไปเยี่ยมท่านบ้าง และตอนช่วงก่อนไปเรียน ผมมีโอกาสได้ลองเข้าไปชมด้านในของโรงเรียนด้วย เพราะมีเพื่อนเรียนอยู่ที่นั่นพอดี ทำให้เราได้เห็นห้องเรียน ห้องล้างฟิล์ม และสตูดิโอต่างๆ เราเลือกตัดสินใจอย่างนั้น

  • โรงเรียน ICP สอนอะไรให้คุณบ้าง

เขาสอนให้เราวิเคราะห์และสร้างไอเดียใหม่ๆ ที่หลากหลาย โดยนำเอางานจากศิลปินและเพื่อนในคลาสของเรามาพูดคุยกัน ไม่รู้ว่าโชคดีหรือเปล่า แต่ผมเป็นคนไทยเพียงคนเดียวในรุ่นทำให้เหมือนตัวแทนประเทศไทยไปแลกเปลี่ยนมุมมองกับชาติอื่น บรรยากาศการเรียนเต็มไปด้วยความสนุก เพราะความคิดของทุกคนหลากหลายมาก

 

  • ฟังดูเป็นเรื่องน่าสนุก แต่อยากรู้ว่าคุณเจอปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่าตลอดการเรียนที่นั่น

บอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่ใช่ศิษย์รักของบรรดาอาจารย์ที่นั่นเท่าไหร่ เอาจริงถ้าจะใช้คำว่าตัวแสบเลยก็ได้ มันเริ่มมาจากช่วงการทำธีสิส เราพบว่าตลอดการเรียนที่ผ่านมา เราได้รับข้อมูลเกี่ยวกับงานศิลปะแขนงอื่นเยอะมาก จนทำให้เราสนใจและอยากลองใส่อะไรลงไปในงานดู คือความสนใจเราตอนนั้นไม่อยากให้ไอเดียมันถูกจำกัดอยู่แค่รูปในกรอบสี่เหลี่ยมเฉยๆ อีกแล้ว

พอคิดแบบนี้ผมเลยตัดสินใจเลือกนำไฟล์ภาพถ่ายมาพิมพ์ลงบนแผ่นไม้ รวมไปถึงการลองเพนติ้งอื่นๆ แต่นั่นก็ทำให้อาจารย์ค่อนข้างหัวเสียพอสมควร เพราะนี่เป็นโรงเรียนสอนการถ่ายรูป ทำให้สุดท้ายงานของผมก็ถูกจัดแสดงได้แค่เพียงบางชิ้น

  • นั่นเลยเป็นเหตุผลที่คุณกลับมาประเทศไทยหรือเปล่า

ไม่เชิง แต่เหมือนเรารู้ตัวแล้วว่าเราไม่ได้ชอบการถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว เราสนใจงานศิลปะด้วย ถ้าเราจะต้องถ่ายรูปมันก็ควรจะสื่อสารในสิ่งที่เราสนใจ ทำให้พอกลับมาถึงไทยเลยนำเอางานธีสิสที่เราไม่ได้แสดงตอนเรียนมาจัดแสดงเลย ซึ่งก็มีเสียงตอบรับค่อนข้างดีทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติ

  • คุณเริ่มงานกับทาง Gallery Oasis ได้อย่างไร

มันเริ่มมาจาก Cinema Oasis ที่คุณอาของผม สมานรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ และ คุณมานิต ศรีวานิชภูมิ ทั้งสองท่านมีความต้องการสร้างโรงภาพยนตร์ที่ฉายหนังอิสระได้ และมีพื้นที่เล็กๆ ไว้จัดแสดงงานศิลปะ เพื่อส่งเสริมศิลปะแขนงอื่นด้วย

ผมก็ถูกชวนให้ลองมาเป็น Gallery Director ที่ต้องคอยจัดงานแสดงและคัดเลือกศิลปิน ซึ่งมันก็เป็นโอกาสดีและยังช่วยให้ผมได้อยู่กับศิลปะที่รักด้วย ก็เลยตอบตกลงรับงานเข้ามาทำที่นี่

  • หน้าที่ของ Gallery Director ต้องทำอะไรบ้าง

ก่อนอื่นผมต้องบอกก่อนนะครับว่า ณ เวลานี้ผมเพิ่งเข้ามาทำงานนี้ได้แค่สามเดือน นั่นแปลว่าผมค่อนข้างใหม่มากกับหน้าที่ตรงนี้ และเอาจริงงานผมก็ค่อนข้างโดดเดี่ยวพอสมควร อย่างการติดต่อ หรือการทำลิสต์รายชื่อศิลปินที่จะมาจัดแสดง รวมถึงการติดตั้งต่างๆ ผมรับหน้าที่เหล่านี้เอง

เพราะงั้นถ้าจะให้ตอบคำถามนี้ ผมคิดว่าก็คงต้องตอบว่าทำทุกอย่างครับ (หัวเราะ)

  • การเป็น Gallery Director สามารถบอกได้ไหมว่างานศิลปะชิ้นไหนดีหรือไม่ดีอย่างไร

เรื่องการบอกว่าสิ่งไหนดีหรือไม่ดี คงเป็นเรื่องไม่เหมาะสมถ้ามาจากใครคนใดคนหนึ่ง สิ่งที่ผมพอทำได้คือเพียงบอกคุณว่างานแบบนี้เหมาะกับแกลเลอรีของเราหรือเปล่า เพราะที่นี่เราก็มีความตั้งใจและเหตุผลในการนำเสนออยู่

 

  • งานศิลปะที่คุณกำลังมองหาคืองานแบบไหน

ผมอยากเห็นงานที่เป็นออริจินัลหนึ่งเดียวดูสักครั้งนะ ถึงจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่ามันคงจะเป็นไปได้ยาก เพราะตอนนี้ทุกสิ่งอย่างก็เกิดขึ้นจากการผสมผสานทางความรู้ ประสบการณ์ และเหตุผลของผู้สร้างสรรค์อยู่แล้ว ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่แต่เป็นเพียงการดัดแปลงและปรับปรุงให้ดูน่าสนใจมากขึ้น

แต่ในทุกวันนี้ หน้าที่ของผมคือการมองหางานที่สามารถสร้างความรู้สึกพิเศษให้ผู้ชมรู้สึกอะไรติดกลับไปด้วย

 

  • ดูเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นอย่างมาก กลับกลายมาเป็นคนที่หันมาสนใจงานศิลปะแขนงอื่นอย่างจริงจัง

ผมว่ามันเป็นแค่มุมมองที่กว้างออกไปมากขึ้นเท่านั้น แค่ลองเปิดใจลองรับทุกความน่าสนใจและเป็นไปได้กับงานของตัวเอง ถ้ามันทำให้สารที่ต้องการจะสื่อชัดเจนขึ้น ผมว่าก็ไม่มีเหตุผลที่เราต้องปฏิเสธสิ่งนั้นเลยสักนิด

 

  • ในสายตาของคุณคิดว่ายังมีงานศิลปะแขนงไหนอีกที่คนไทยควรจะได้เห็น

ก็คงเป็นงานที่ไม่ฉาบฉวยหรือเพียงแค่ต้องการกระแสแค่ช่วงเวลานึงเท่านั้น สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่แย่หรอก แต่หากคุณต้องการที่จะเข้าใจงานศิลปะ คุณควรให้เวลากับมันบ้าง การสนใจบางสิ่งเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ได้ทำให้คุณได้รับสิ่งเหล่านั้นไปจริงๆ หรอก

ผมคิดว่าในประเทศนี้ยังมีงานศิลปะอีกมากมายที่รอการรับชมจากคนไทยอยู่ แค่เพียงคุณลองเปิดใจดูแค่นั้นเอง

 

  • เป็นที่รู้กันว่าเรือใบเคลื่อนที่ได้ด้วยลมและทะเล และสำหรับคุณเรือใบ อะไรเป็นแรงขับเคลื่อนในทุกๆ วัน

งานศิลปะใหม่ๆ ครับ สำหรับผมแล้วการได้รอคอยผลงานซึ่งสร้างความรู้สึกพิเศษขึ้นได้ เป็นเหตุผลให้ผมอยากใช้สัญชาติญาณมองหาสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจอยู่เสมอ

 

Text : Tossaphol Leongsupporn

Photography : Kong Pantumachinda

Retoucher : Nutcha Harnpukdipatima

 

 

 

“In the end, it comes down to instinct.” Ram Kanchanavanich, a new gallery director to the Gallery Oasis answered our questions when referring to the time of decision making. He was originally a mass communication undergrad but realized that it did not set his soul on fire. Photography did. That’s why for an internship, he decided to work in a

gallery which allowed him to discover his fondness towards photography

and set his course to New York for a serious pursuit of photography study

in International Center of Photography (ICP).

At ICP, he learnt to analyze and generate new ideas using works from artists and classmates. Fortunately, as the only Thai in the class, cultural exchange flourished and the class atmosphere was great fun. Yet, he had a little too much fun. Some

of the professors became frustrated

with him because his interest grew

beyond the square frame. Applying his

photographs on the wooden board or trying on different painting, large part of his works were disregarded and only selected few of his works were chosen to the final exhibition because after all it was the institution of photography. When asked if this was the reason that he came back to Thailand, he said not quite but it did allow him to realize that photography was not the only interest

he has. Hence, later in Thailand, he

exhibited the remaining works that

were not shown in New York and they were well received.

As for the path to the director of the

art gallery, it started with his uncle and his partner who own Cinema Oasis

asking him to run the exhibition and

select the artists. His experience as a

director, though, has not yet exceeded three months which mean that he is totally new to the field. His work is

quite surprisingly a one-man show

and all encompassing; he does

everything from finding connections

to making a list to do the installation.

In a long run, he hopes to find the

original work for once in his life, albeit knowing its difficulty. But for now,

what he does is looking for artistic

pieces that stimulate special feelings within audience to take it back home with them.

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s