Text : Kotchakorn P.

Photography : Kong Pantumachinda

บริเวณชั้น 3 ของอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ย่านจรัญสนิทวงศ์ มีโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่วางตั้งอยู่ตลอดแนวผนัง บนโต๊ะเต็มไปหลอดแก้วเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 มิลลิเมตร 10 มิลลิเมตร และ 15 มิลลิเมตร ถูกดัดโค้งเป็นตัวอักษรอังกฤษ เส้นสายเย้ายวน อ่านว่า ‘love you yesterday’

ผมเดินผ่านตี่จู้เอี๊ยะบริเวณทางขึ้นบันไดตามหาต้นตอของเสียงสนทนาปริศนาว่าด้วยการดัดงอหลอดแก้วหลากขนาดให้สวยงามตามแบบที่วาดไว้

“ประคองตัวหลอดไว้ ค่อยๆ หมุนให้ทั่ว อย่ารีบงอหลอด ไม่งั้นตอนเย็นตัวแล้วมันจะแตกเสียหมด” โต – สิทธิศักดิ์ ธนาไพศาล ทายาทรุ่นที่ 2 ของ ธนาศักดิ์ ธนาไพศาล 1 ใน 3 ช่างดัดหลอดไฟนีออนรุ่นบุกเบิกของกรุงเทพฯ เอ่ยปากขึ้นหลังเห็นท่า ปิ้งเส้น1 อันทุลักทุเลของเด็กสาวผู้ตัดสินใจมอบตัวเป็นช่างฝึกหัดหนึ่งวันเต็ม

เด็กสาวพบโตจากการติดตามผลงานภาพถ่ายนีออนดัดสะสมบนโลกออนไลน์ของกันและกันก่อนค้นพบความจริงว่า เขา คือ ช่างฝีมือผู้อยู่เบื้องหลังป้ายตัวอักษรดัดเรืองแสงยามค่ำตามย่านธุรกิจ – บันเทิง ตั้งแต่ซอยคาวบอย รัชดา เยาวราช ทองหล่อ และสยามสแควร์ จำนวนมากที่เธอเคยซัดชัตเตอร์ใส่ไม่ยั้ง

“เรียบร้อย! (หัวเราะ)” โตก้มลงดูร่องรอยแตกร้าวบนผลงานชิ้นแรกของช่างฝึกหัด “ไม่ง่ายเลยพี่โต” เด็กสาวยิ้มเขิน “คนจะทำอาชีพนี้ได้ต้องใจเย็น ไม่เป็นไร ใหม่ๆ ผมก็แบบนี้ ดัดเสียไปหลายอัน รนเวลาหลอดมันร้อนจัดๆ กลัวจะละลายหลุดจากมือ คนเป็นช่างดัดนีออนต้องใจเย็น ต้องฝึกฝนมากๆ ขั้นตอนนี้ยากสุด แต่ก็เป็นขั้นตอนที่ชอบที่สุด เวลาดัดออกแล้วผมเห็นว่ามันสวย ร้านบางร้านในสยามที่ลูกสาวแนะนำให้ทำงานป้ายดัด ผมเห็นแบบป้ายเขาแล้ว ผมว่ามันยาก แต่ผมก็อยากทำเพราะว่ามันสวย”

หลังสำรวจดูกล่องกระดาษบรรจุซากนีออนดัดเสีย ซึ่งโตเรียกมันว่าสุสานนีออนจนพอใจ ผมเดินตามเขา และช่างทำนีออนฝึกหัดลงมายังชั้น 2 พื้นที่นี้เป็นส่วนงานอัดก๊าซเข้าหลอดไฟ แต่สำหรับผมนี่มันคือห้องผ่าตัด มีโตเป็นคุณหมอ มีหลอดนีออนดัดสำเร็จแล้วเป็นคนไข้

เขาหยิบเครื่องมือประหลาดสามารถปล่อยแก๊ส เพื่อเชื่อมขั้วหลอดไฟเข้ากับตัวหลอดสนิทแนบแน่น วางคนไข้ลงบนเตียงต่อสายระโยงระยาง แล้วเปิดสวิตซ์ไฟ เสียงหม้อแปลงดังขึ้น

เขาหมุนวาล์วสีใสจำนวนมาก คนไข้ร่างกายขาวซีด ค่อยๆ มีสีแดงระเรื่อออกมา สว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ

“ขั้นตอนนี้คือการอัดก๊าซ มีก๊าซสีน้ำเงิน กับแดง เมื่อเราบรรจุก๊าซจะได้สีที่ต่างกันไปตามตัวหลอด เช่น ตัวหลอดฟลามิงโก ผงแป้งข้างในก็จะทำให้ได้แสงสีชมพูแบบนกนั่นแหละ”

หากจะพูดถึงจุดเริ่มต้นการทำป้ายนีออนดัดของโต ผมขอพักเหตุการณ์ตรงหน้า พาทุกคนเดินทางย้อนกลับไปยังปี พ.ศ. 2530 ช่วงเวลาให้หลังจากโตเริ่มรู้วิชาการทำนีออนดัดจากพ่อ เขาตัดสินใจเดินทางไปฝึกฝีมือดัดนีออนที่นิวยอร์ก กับสตูดิโอนีออนดัดตำนานของโลก อย่าง LET THERE BE NEON

“ตอนอยู่นิวยอร์กเรามีโอกาสได้เห็นงานที่ละเอียดกว่า แต่เอาจริงๆ ตอนนั้นฝีมือเราก็ยังไม่ดีเท่าไหร่ เขาก็ยังไม่เชื่อเราหรอก เขาก็จะให้ดัด แต่ตัวที่มันไม่ยาก อย่างตัวที่ผมดัดเล็กๆ สไตล์วินเทจ ย้อนยุคอย่างที่เห็นทุกวันนี้ ถ้าเป็นตอนนั้นเขาก็ยังไม่ให้เราดัดหรอก (หัวเราะ)”

“โตเขาไปฝึกงานอยู่ที่นั่นประมาณ 1 ปี พอเขากลับมามันเป็น 10 ปีทองนีออนดัดคืออยู่ประมาณช่วงปี พ.ศ. 2530 – 2540 ตอนนั้นงานเยอะมาก บางคนเขาเดินเอาเงินมาให้ขอให้ทำ เห็นเงินตรงหน้าแต่ก็ไม่มีปัญญาหยิบ เพราะทำไม่ทัน ทีมงานตอนนั้นมีกันแค่ ผม ลูกชาย 2 คน แล้วก็ทีมงานอีก 1 แล้วสมัยนั้นก็มี 3 เจ้าใหญ่ มีชื่อ ฉ่อย อยู่แถวสะพานเหลือง ปีนี้ก็น่าจะอายุ 80 เติ๋ง ตรอกจันทน์ และเรา เราเป็นคนที่สามที่พึ่งเข้ามา” ช่างดัดหลอดนีออนรุ่นแรกๆ ของกรุงเทพฯ แบ่งปันความทรงจำวันรุ่งเรือง “สมัยก่อนใครเปิดร้านอะไรก็ต้องใช้นีออนเป็นป้ายหน้าร้าน เป็นทั้งแฟชั่น เป็นทั้งตัวแทนของความมีราคา”

ความสวยของแสง ส่วนเว้าโค้งเซ็กซี่ของป้ายนีออนดัดยามค่ำคืนในกรุงเทพมหานคร

ไม่ใช่เพียงตัวแทนวิทยายุทธของบรรดาช่างดัดนีออนที่ฝึกฝนทั้งทักษะมายาวนานเท่านั้น หากแต่มันยังเป็นเครื่องกักเก็บความทรงจำในวันที่เศรษฐกิจเมืองเติบโตสดใส

แสงสลัวยั่วยวนของนีออนผุดขึ้นตามเมือง พาให้ผมย้อนหวนกลับไปนึกถึงบ้านเราช่วงปี 2530 – 2540 วันวานที่เศรษฐกิจเติบโตชนิดวิ่งกระโดดกระโจนไกลใกล้ 4 เสือแห่งเอเชีย ข่าวในทีวี หรือตำราเรียนต่างพากันตะโกนสโลแกนดัง เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ตามคำคมของนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 เพียงเพื่อพบว่าพวกเราคือเสือขาเดี้ยงตั้งแต่ช่วงปี 2540 บวกกับหลอดไฟ LED เข้ามาแทนที่มากขึ้น ความนิยมในการทำงานหลอดดัดนีออนก็ลดลงตามไป

“ถามว่าจะกลับมาเป็นเทรนด์อีกไหม ผมว่ามันก็ไม่กลับมานะ หรือถ้ากลับมันก็ไม่ได้เยอะเหมือนเดิมแต่ก่อน แต่งานเดี๋ยวนี้มันมีความละเอียดมากขึ้น จากที่เคยดัดตัวใหญ่ๆ ป้ายใหญ่ๆ 2 – 3 เมตร ตอนนี้เราตัดอะไรทีมันประณีตขึ้นเหมือนงานของที่สหรัฐอเมริกาปีที่เราไปเป็นลูกมือช่างทำนีออนดัดที่นั่น” โต แบ่งปันความเห็นไปพลางดัดนีออนให้ร้านเปิดใหม่แถวสยามสแควร์ไปพลาง ส่วนเราก็ได้แต่มองสองมือพริ้วไหวไม่ละสายตา

“จะดัดนีออนหรอ? ทำอาชีพนี้ตอนนี้ไม่รวยหรอกนะ (หัวเราะ)” ผู้ก่อตั้งสำนักนีออนดัดถามเด็กสาวนักทำนีออนฝึกหัด เธอได้แต่ยิ้มกว้างรับหลอดนีออนจากเจ้าของคำถาม มาลองดัดหน้าเตาแก๊สร้อนระอุตรงหน้าแทนคำตอบ ส่วนโตก็กางโปสเตอร์งานศิลปะลายเส้นแปลกตาของศิลปินญี่ปุ่น นิ่งเงียบครู่หนึ่ง ก่อนผมจะหายตัวไป เขาหันมามองผมเป็นครั้งแรก

“งานรายละเอียดแปลกๆ สวยๆ มันน่าลองทำนะครับ จริงๆ พวกนี้ผมว่าผมทำได้ น่าสนุกดี จบท้ายตัวหลอดต้องเนี้ยบสวย รอยต่อต่างๆ ผมจะเก็บโดยบล็อคสีเอา

เวลาทำออกมาแล้วมันสวยเป็นช่วงที่ผมชอบที่สุดแล้ว”

1 ปิ้งเส้น = ศัพท์เฉพาะของช่างดัดหลอดนีออน มีไว้ใช้เรียกกระบวนการนำหลอดนีออนไปเผาในเตาแก๊สร้อนให้ทั่ว จนอ่อนยวบพร้อมดัดเป็นรูปทรงที่ต้องการ

ไนท์ นีออนไลท์

112/24 ถ.จรัญสนิทวงศ์ แขวงบ้านช่างหล่อ

เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700

Instagram : night_neonsign

Tel. 083 996 4118

“Keep the bulb steady. Rotate it around evenly. Don’t bend it just yet or else it might break once it cools down,”

Toe –Sitthisak Thanapaisa, second

heir to Thanasak Thanapaisan, one of the three pioneering craftsmen in neon

light bending of Bangkok, said after

witnessing the “Ping Sen” being

practiced by a young girl who decided

to be an apprentice craftsman for

a day.

Talking about the origin of Toe’s bended neon legacy, let’s go back to the year 1987, the time where Toe had just begun

learning the crafts from his father

and decided practicing his neon light

bending skill in New York with the

legendary neon bending studio

LET THERE BE NEON.

“When I was in New York, I wasn’t very good at the time so they wouldn’t

believe I had it in me. They only let me work with the ones that aren’t very

hard. Like the small vintage ones

you see today, they sure wouldn’t have me working on them back then.

There were lots of work back around 1987-1997. My crew back then was just me, two of my sons, and one other

fellow. There were 3 outstanding neon

manufacturers: one was Choi over at

Sapan Lueng, other was Teung at Trok Junt, and us. We are the latest addition

to the triad,”

Seducing glow of the neon lights popped up across the city reminds me of

the time around 1987-1997 when our

economy grew so rapidly we almost

became the Fourth Asian Tiger. News and school textbooks then started

coming out with the slogan “turning the field of battle into the field of trading”

coined by the 17 th Prime Minister only to later find out that we were a mere crippled tiger from the year 1997 onward in addition to the upcoming of LED lights making the popularity in neon lighting come into a slow stop.

“Asking if this would rise into popularity

again? I’d say no. And if it would, it wouldn’t be as popular as it once was. The works these days require details like the ones I used to work with back in America,” Toe shared his thoughts.

Just before I make my way outta there, he turned to look at me for the first time, saying “The really good weird-looking

ones are kinda tempting to work on.

It’s kinda fun. The best part of it is when

the whole thing’s done and turns to be

really good.”

Night Neon Light

112/24 Jarun Sanitwong Rd.,

Ban Chang Lo

Bangkok Noi

Bangkok 1070o

Instagram : night_neonsign

Tel. 083 996 4118

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s