นานเพียงใดแล้วที่คุณไม่ได้ตกหลุมรักใครสักคน

บางครั้ง เมื่อคุณหวาดกลัวความทุรนของ ค่ำคืน กริ่งเกรงความเมามายของไวน์รสหวาน และหวั่นใจต่อความซึมเซาที่จะเกิดขึ้นเมื่อแดดเช้าแผดเผาน้ำค้างวาวให้หายลับไป คุณก็เลือกที่จะไม่ดื่มด่ำไปกับความเสียงของการได้ตกหลุมรัก

 

แต่มีฤดูร้อนในแบบที่จะผ่านมาเพียงครั้งเดียวในชีวิตเสมอ ฤดูร้อนที่ – โดยไม่รู้ตัว, คุณได้ ร่วงหล่นลงไปในดินแดนอันไม่รู้จักแห่งนั้น ดินแดนแปลกหน้าอันนุ่มละมุน ผืนดินอ่อนหวาน นั้นโอบกอดคุณไว้ให้ตกจมลงไปในความมืดมิด ดิ่งลงไปลึกที่สุดเท่าที่คุณจะหยั่งลึกลงไปได้

 

บ่อยๆ ที่คุณชอบคิดว่าการตกจมลงไปน้ันคือ การหยั่งราก คุณจะอยู่ที่นั่น คุณจะไม่ไปไหนอีก ในที่ที่โอบล้อมไว้ด้วยอ้อมกอดสีดําเข้มของความรัก

 

คุณคิดว่าที่นั่นคือที่ทางของคุณ

 

และคุณจะอยู่ที่นั่น – ในความอ่อนหวานของกาลเวลา, ตลอดไป

 

แต่ความเยาว์และไร้เดียงสาไม่เคยบอกคุณหรอกหรือ ว่าไม่มีฤดูร้อนไหนยาวนาน มันจะจบสิ้นลงเสมอ เพื่อเปิดทางให้กับฤดูใบไม้ร่วงอันแสนเศร้า และฤดูหนาวที่เยือกเย็นลึกลงไปถึงกระดูก

 

มนุษย์เราพยายามยืดเวลาแห่งฤดูร้อนให้เจิดจ้าอบอุ่น ยืดเวลาแห่งการหยั่งรากลึกลงไปในดินแสนหวานนั่น จิกเท้าลงไป วาดมือลงไป เกร็งตัวขยุ้มไว้ เม็ดดินร่วงกราวลงไปในหลุมลึก

 

ทว่าบัดนี้หลุมลึกนั้นไม่ได้อบอุ่น ปลอดภัย และอ่อนหวานอีกต่อไปแล้ว มันไม่ใช่การปิดเปลือกตาหลับในค่ำคืนแสนสบายในอ้อมกอดของใครบางคน ทว่าเป็นการลืมตาอยู่ในความมืดมิด มืดจนคุณไม่อาจรู้อีกต่อไปว่านั่นคือ การหลับหรือลืมตา

 

และนั่นคือการตายแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่

 

ความรักทําเช่นนั้นกับคุณ มันโบยตีคุณ เฆี่ยนหัวใจของคุณจนเป็นรอยลาย กระทั่งคุณไม่กล้าที่จะรักอีกต่อไป และดังนั้น คุณจึงขังหัวใจของคุณเอาไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด เก็บมันไว้บนท้องฟ้าในที่ที่ไม่มีใครเห็น สร้างระยะห่าง ระหว่างหัวใจของคุณกับผู้คน มันล่องลอยอยู่ใน ความเวิ้งว้าง เดียวดาย

 

นานเพียงใดแล้วที่คุณไม่ได้ตกหลุมรักใครสักคน

 

นักปราชญ์บอกว่า การตกหลุมรักเป็นเรื่องของคนโง่ เพราะมีแต่คนโง่เท่าน้ันที่จะดื่มไวน์แสนหวานนั้นจนมึนเมา มีแต่คนโง่เท่าน้ันที่ยอมให้หนามกุหลาบเกี่ยวผิวจนเลือดซิบเพียงเพื่อจะสูดดมกลิ่นหอมชั่วคราวเบาบางน้ัน มีแต่คนโง่ เท่านั้นที่ยอมเจ็บเจียนตายเพราะความรัก

 

และมีแต่คนโง่กว่าโง่เท่านั้น ที่ยอมตกหลุมรัก ครั้งแล้วครั้งเล่า ยอมพ่ายแพ้ให้กับฤดูร้อนชนิดน้ัน ครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งโง่กว่าโง่กว่าโง่ที่พยายามฉุดรั้งดวงอาทิตย์เอาไว้ให้สาดแสงสว่างลึกลงไปถึงก้นหลุมอันอบอุ่น มืดสบาย เหมาะแก่การ หลับใหลไปในความรัก

 

คุณบอกตัวเองว่า ความรักคือการตัดเส้นด้าย บางๆ นั้นทิ้งเสีย รักษานิ้วมือของคุณเอาไว้ให้มั่นคง ตัดเส้นด้ายนั้นไป เพื่อรักษาหัวใจทั้งดวง ของคุณเอาไว้ไม่ให้หายไปแม้เพียงเสี้ยวเดียว ฤดูร้อนผ่านไป ฤดูใบไม้ร่วงแสนเศร้าก็จะผ่านไปด้วย และกระทั่งฤดูหนาวที่หนาวเหน็บ ไม่ว่ามันจะยาวนานแค่ไหน – ก็ต้องผ่านไป

 

คุณจะพบตัวเองวนเวียนอยู่ในฤดูกาลเหล่านี้ และบางคราวก็มีสายลมหนาวในฤดูร้อน ฝนกระหน่ำหนักในฤดูหนาว ใบไม้เปลี่ยนสี ในฤดูร้อน และน้ำท่วมในฤดูใบไม้ผลิ

 

ไม่มีอะไรน่ากลัวอีกต่อไป – ไม่ว่าจะเป็น การตกหลุมรัก ไม่มีใครรัก หรือกระทั่งความเย็นชา ด้านเฉยของหัวใจ

 

คุณถามตัวเองว่า – นานเพียงใดแล้วที่คุณ ไม่ได้ตกหลุมรักใครสักคน

 

คุณเห็นความจําเป็นของการตกหลุมรัก แต่คุณก็รู้ด้วยในเวลาเดียวกัน – ว่ามันไม่ได้จําเป็น ถึงขนาดนั้นหรอก

 

ไม่เลย

 

When was the last time you fell in love? Sometimes, when intimidated by lonely nights, intoxicated by wine, or unsure about the future, we can’t help but take the risk of falling in love.

 

In summer, unknowingly, you fall into a strange place, surrounded by darkness. Sometimes you just land there and remain there, in that dark embrace, thinking it’s where you belong. When you are innocent and naive, you probably haven’t learned that all summers come to an end eventually, making way for cold and lonely winter.

 

In a bid to prolong summer, we try to hold onto the warm ground. But the warm ground doesn’t remain warm for long. In darkness, there’s no difference whether your eyes are shut or open.

 

That’s what love does to you. It hurts you and makes you want to guard your heart in the safest place – loneliness. Wise man says only fools rush in. Only fools get themselves hurt over and over again. Only fools are fooled into thinking the sun will always shine.

 

When you hold onto something too tightly, it can cut your hands. Sometimes it’s better to let it go.

 

Summers end, and so do winters. Everything comes and goes. You find yourself in this never-ending cycle. But after a while, you realize nothing is scary anymore, be it falling in love or being loveless.

 

You see the beauty of being in love, but you are also aware that you can live without it.

 

Just about.

 

Text : Tomorn Sookprecha

Illustrator : Nuttapong Daovichitr

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s