“ผมไม่มีทางซื้อรถเกียร์ออโต้อย่างแน่นอน” เสียงส่วนใหญ่บอกเรามาอย่างนั้น! วันนี้ RUBBERS จะบอกคุณว่า ลองแล้วคุณจะติดใจ

 

มันคือความจริงที่ว่า ร้อยทั้งร้อยจะมีสักกี่คน ขี่รถแนวแอดเวนเจอร์แล้วซื้อ HONDA CRF1000L AFRICA TWIN เกียร์ Dual Clutch Transmission (DCT) หรือที่เรามักเรียกว่าเกียร์ออโตเมติกจนชิน ซึ่งก็ไม่ผิดเท่าไหร่นักเพราะมันเป็นระบบเกียร์ออโตเมติกจริงๆ เพียงแต่ RUBBERS เฝ้าติดตามผลงานการออกแบบชิ้นนี้ของ HONDA มานานตั้งแต่พวกเขาลองจับใส่รถขนาดกลางอย่าง INTREGRA ที่เป็นรถสกู๊ตเตอร์ไซส์กลาง รวมทั้งNM4 CTX700 NC700X NC750X ไปจนถึงรุ่นใหญ่ Sport Touring อย่าง VFR1200 และพวกเขาก็มีความเชื่ออะไรบางอย่างในระบบเกียร์ DCT ที่กล่าวมา

แล้วในการจับใส่ใน CRF1000L AFRICA TWIN ล่ะ? คุณนฤพน ทองสดใส หรือ “พน” รับหน้าที่พารถใหม่ 0 โลกริ๊บๆ จากคุณกัณทรากร กิกิจพ่วงสุวรรณ ที่อนุเคราะห์รถใหม่ให้เราได้ศึกษา และนำมาถ่ายทอดให้ท่านผู้อ่านในคอลัมน์ “Test Ride” ประจำ ฉบับกันยายนนี้ กองบรรณาธิการมีหน้าที่เรียบเรียงให้เข้าใจง่ายๆ ตามท้องเรื่อง

ผมขอเกริ่นรื่องของคอนเซ็ปต์ในการออกแบบก่อนว่า Honda Motorcycles ต้องการให้มันคือ “อนาคต” ของการขับขี่มอเตอร์ไซค์สองล้อ พวกเขาบอกว่ามันคือความสุขและความอิสระเสรีที่พึงมีแต่สุดท้ายความสนุกสุดเหวี่ยงก็ยังคงตอบสนองได้ดี งงไหมครับ เขาบอกมาอย่างนี้ ผมเองก็เพิ่งเข้าไปดู VDO ทุกตัวของเขาเพื่อที่จะทำ ความเข้าใจ

“รถมอเตอร์ไซค์มีอิสระมากยิ่งขึ้น การได้สัมผัสกับความเร็วของสายลม ความตื่นเต้นที่ได้ควบคุมเครื่องยนต์ แรงปรารถนาในการออกเดินทางค้นหา ความรู้สึกของการอยู่เพียงลำ พังบนถนนที่ปิดกว้าง เทคโนโลยีของเราช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงความรู้สึกเหล่านี้ เราสร้างนวัตกรรมเพื่อสร้างความสุข จะไม่มีการขับขี่ครั้งที่ไหนที่น่าเบื่อด้วยเทคโนโลยีดีซีที รถมอเตอร์ไซค์ของคุณจะมีอิสระที่แท้จริง ให้ความรู้สึกราวกับคุณมีปีกบิน มาขับขี่ไปสู่อนาคตไปด้วยกัน” HONDA MOTORCYCLES

อะไรคือ “อิสระ” ในความหมายของพวกเขากันแน่?

ก่อนให้คำ ตอบเรามาดูระบบเกียร์ DCT กันก่อน

P8280719.JPG

DUAL CLUTCH TRANSMISSION (DCT)

“เทคโนโลยีDCT (Dual Clutch Transmission) อันเป็นเอกลักษณ์จากฮอนด้า ถือเป็นครั้งแรกในโลกที่นำ เทคโนโลยีนี้มาใช้ในมอเตอร์ไซค์ ระบบคลัตช์ควบคุมด้วยเครื่องยนต์ และระบบเปลี่ยนเกียร์ที่ช่วยรักษาความรู้สึกในการเร่งความเร็วแบบรถเกียร์ธรรมดา สัมผัสความสนุกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความรู้ของการเร่งความเร็ว เปลี่ยนทิศทาง และชะลอความเร็วรถ คุณควบคุมรถมอเตอร์ไซค์ตามที่ใจคุณต้องการ DCT ถือเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนความรู้สึกพื้นฐานของการขับขี่มอเตอร์ไซค์ จากแค่ความสนุกในการขับขี่และการควบคุมเครื่องยนต์ กลายมาเป็นความรู้สึกใหม่ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” ดังนั้นมาทำความเข้าใจในการทำงานแบบง่ายๆ กัน

คุณสามารถเลือกโหมด AT (ออโตเมติก) ประกอบด้วย DMode, Standard drive mode สำ หรับงานง่ายๆ เครื่องรอบวิ่งตํ่าๆ เปลี่ยนเกียร์ตามธรรมชาติ หรือ S-Mode, sport mode ที่ให้คุณลากรอบสูงขึ้นกว่า D-Mode เกียร์ละ 1000รอบ ฟังให้ดีนะครับว่า “ทั้งสองโหมดเราสามารถกดปุ่มเพิ่มลดเกียร์ได้ทุกเวลา หากรู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงสไตล์การขับขี่กระทันหัน มันสามารถทำงานร่วมกันได้ และที่เจ๋งคือ S-Mode สามารถเลือกได้อีก 3 แบบ ก็คือการเลือกให้รอบทำ งานมากน้อยต่างกันอีก 3 ระดับ”

MT โหมดหรือ (Mannual) โหมดนี้ปุ่มอยู่ติดกับ AT โหมดครับ เมื่อเลือก MT คุณจะสามารถควบคุมเกียร์และรอบทั้งหมดได้เพียงใช้นิ้วชี้กดปุ่ม “+” สำหรับเพิ่ม และนิ้วโป้งกดปุ่ม “-”สำหรับเชนหรือลดเกียร์ รอบจะทำตามคุณสั่ง

และสุดท้ายคือ G-Mode, Gravel mode สำ หรับทางฝุ่นที่แยกปุ่มใช้งานไปอยู่บริเวณใต้จอ LCD ครับ เพื่อให้คุณใช้งานกับสภาพถนน Off-road ที่ระบบนี้จะทำ ให้การเปลี่ยนเกียร์กระชับขึ้น เหมาะกับการใช้งานจริง

ความอัจฉริยะของมันยังไม่หมด เมื่อเราใช้รถขึ้นเนินสูงระบบจะคำ นวณรอบเครื่องและเกียร์ให้เอง รับรองว่าเปลี่ยนเกียร์ให้ถูกจังหวะ และรอบก็ไม่หมด ไม่มีดับล้มกลางเนินอย่างแน่นอน เขาบอกกันว่ามันจะทำให้คุณขี่รถไปกับคนที่มีทักษะดีๆ ได้โดยไม่ต้องเก่งเท่าเขา ทีนี้เรามาดูข้อดีข้อเสียกัน

 

ข้อดี

ปราศจากความกังวลเรื่องการเปลี่ยนคลัตช์และเกียร์ ราบรื่นไร้การสะดุดขณะเปลี่ยนเกียร์ การไปเที่ยวด้วยมอเตอร์ไซค์ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แค่บิดสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วบิดคันเร่งทำตัวตามสบายแล้วสนุกไปกับอิสระในการขับขี่ที่มีมากยิ่งขึ้น เลือกปรับระหว่างการขับแบบอัตโนมัติและแมนนวลตามความเหมาะสมของสภาพการขับขี่ เคยเมื่อยมากๆ เวลาบีบคลัตช์ยามรถติดไหม? มันไม่ใช่เรื่องแย่อีกต่อไป เปลี่ยนเกียร์ให้คุณราวกับเป็นนักขับขี่มืออาชีพ ตอบสนองความต้องการได้อย่างดี

เปลี่ยนเกียร์ด้วยวิธีกดปุ่มด้านซ้ายของแฮนด์

ขี่รถมือเดียวได้ อีกมือหนึ่งถือแก้วกาแฟได้ อีกมือถือขากล้องเซลฟี่ตัวเองได้ อีกมือหนึ่งโบกมือให้เพื่อนได้ อีกมือหนึ่งทำอะไรหลายๆ อย่างได้ในขณะขับขี่

ไม่เหนื่อย ไม่เมื่อย

ตัดปัจจัยหลายอย่างในการควบคุมรถออกไป เพลิดเพลินกับวิวและทิวทรรศน์ข้างทางได้ไม่ต้องห่วงเรื่องเกียร์

หากคุณง่วงนอน เบื่อแล้ว มีโหมด MT หรือ Mannual ให้เล่น

รถไม่ดับหากคุณต้องการลุยสไตล์ Enduro รถดับเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้รถล้ม

คนพิการสามารถขับขี่ได้ ตามฝันของพวกเขาได้เปิด ปิด เบรก ABS หลัง ได้ และ เปิด ปิด Traction Control ได้ทำให้เราดูขี่เทพมากเพราะรถช่วยเราหลายอย่าง

 

ข้อเสีย

ใช้ทักษะขั้นเทพ Advance มากๆ คงไม่ได้ รถหนักกว่ารุ่นเกียร์ธรรมดา ยกล้อไม่ได้ (ได้เหมือนกันแต่ต้องเก่งมากๆ) 93.8 แรงม้า น้อยไปนิด ทำ ให้เราไม่พยายามเรียนรู้เพราะสบายเกินไป

สรุปง่ายๆ คือ ทั้งสองรุ่นคือเกียร์ธรรมดาและเกียร์ DCT นั้น ขึ้นอยู่กับว่าคุณขับขี่แบบไหน “ผมชอบ DCT ของ AFRICA TWIN มากๆ แต่ผมจะใช้ในการแข่งขันผมจึงต้องใช้เกียร์ธรรมดา” คุณกมล (สุกี้) สุโกศล แปะข้อความเอาไว้ในเฟสบุ๊คของผม อ้อ มันยกล้อไม่ได้นะบอกไว้ก่อน

 

ส่วนตัวแล้วผมสัมผัสรถมอเตอร์ไซค์ Honda จากค่ายบิ๊กวิงมาหลายโมเดล แต่หลังๆ นี้ผมลงฝึกเรียนหลักสูตร “Dirt Drill” ของเขาด้วยรถสองโมเดลคือ CB500X และ NC700X DCT ผมจึงได้รับประสบการณ์ตรงจากพวกเขามาบ้าง และคิดว่า DCT เหมาะมากสำ หรับผู้ที่รักการท่องเที่ยว รักความสบาย ยามที่ไม่จำเป็นจะต้องเหนื่อยกับสิ่งที่ไม่จำ เป็น และที่สำ คัญสามารถปลุกวิญญาณความ “ฮาร์ดคอร์” ในตัวคุณได้ทุกเมื่อกับโหมดแมนนวลที่ให้มา

 

ถึงแม้มันจะเทียบเท่าเกียร์ธรรมดาไม่ได้ แต่เชื่อเถอะว่ามันฟินในระดับหนึ่งทีเดียว กับ 93.8 แรงม้า คุณสามารถกดปุ่มเลือก เพิ่มหรือลดความแรงรถได้ที่ “Selectable Torque Control” วันแรกที่คุณยังเพิ่งเริ่ม กับวันหลังๆ ที่คุณเก่งแล้ว คุณพารถไปในมุมที่คุณขี่ได้เสมอ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

TEST RIDER: NARUEPON (PON) THONGSODSAI

สำหรับ Honda CRF1000L Africa Twin (DCT) นักทดสอบรับเชิญของเราฉบับนี้คือคุณ “พน อัมพวา” นักขับขี่มากประสบการณ์สายฝุ่น ที่จะมาตอกยํ้าในทฤษฎีของรถว่าภาคปฏิบัตินั้น ใกล้เคียงกับสิ่งที่ Honda พยายามจะสื่อสารกับเราหรือไม่

 

“ผมว่าท่านั่งมันเหมือนรถแข่งนะ เพรียว ผอม เบา ทำให้ออกแอคชั่นได้ หากมีกิ่งไม้ โขดหิน มันลอดไปได้ เหมาะกับ Cross-country หรือขี่ลุยระยะไกลได้สบายมาก” คุณพนเริ่มบทแรกกับเรา

ผมสูง 175 ซม. ขาพอแตะๆ พื้น ไม่เต็มเท้า ใส่รองเท้าบูทสไตล์โมโตครอสหรือเอ็นดูโร่ฟิตพอดี แต่คนตัวเล็กที่ไม่สูงมากแนะนำเปลี่ยนตุ๊กตาแฮนด์ให้สูงขึ้นช่วยได้

จุดที่ต้องใช้ขา “หนีบ” ลำตัวรถก็ออกแบบมาให้เหมือนรถวิบากดีๆ นี่เอง เพียงแต่มันมากับ 1000cc แล้วถ้าพูดถึง 1000cc ของ Africa Twin รู้สึกไม่ล้นมากทั้งๆ ที่มีถึง 1000cc แน่นอนว่าระบบเซฟตี้อย่าง Traction control หรือ Slipper Clutch นั้นจัดมาให้เต็มแม็ก อีกจุดหนึ่งที่ผมชอบก็คือ ระบบเบรก ABS มีปุ่มเปิดและปิดให้กดได้แบบใช้งานได้ทันที ทำให้ Africa Twin พร้อมเป็นทั้งรถที่มือใหม่ขี่ได้ และเมื่อเก่งแล้วสามารถพามันไปได้ถึงระดับแอดวานซ์

ก่อนลอง DCT ผมกังวลนะว่ามันจะไหวหรือนี่กับการไม่มีคลัตช์ การทดสอบของผมจึงเริ่มจากการแกล้งยั่วรถเล่นก่อนเลย เพื่อลองการตอบสนองของเกียร์ ปรากฏว่า DCT ไม่หลงกลผมนะ มันฉลาดมาก เริ่มที่โหมดออโต้ D-Mode โดยเฉพาะการสับเกียร์ลงต่อกรกับการขับขี่ที่บ้าบิ่นพอสมควรในวันนั้น มันทำงานง่ายๆ พอความเร็วหายมันจะลดเกียร์ให้แบบพอดีๆ เพิ่มแบบพอดีๆ การเปิดคันเร่งคือเรียกก็มา

ความมันจะมาเริ่มที่ S-Mode หรือ Sport Mode ที่เล่นรอบได้ตามต้องการ ฉลาดมากๆ อีกเหมือนกัน และที่เจ๋งอีกอันคือ G-Mode หรือ Gravel Mode ที่ให้ระบบสั่งงานไปที่คันเร่งไฟฟ้าให้ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วที่สุดเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

G-Mode คือ Off-Road นะฮะ จำ ให้ดีๆ

ปุ่มตัด ABS และ Traction Control เป็นอะไรที่ผมอยากได้มานานแล้ว เปิดและปิดได้ตามต้องการและทันที ไม่ใช่รอนานมากหลายวินาที และมันไม่ต้องเข้าไปในเมนูให้รถล้มเสียก่อนจะเปลี่ยนมันได้ทัน เลิฟสุดๆ กับสิ่งนี้ เพราะบางช่วงบางตอนเราต้องใช้รถหน้าตาดุดัน สไตล์ทะเลทราย บาลานซ์ดีมากๆ รู้สึกปลอดภัย เบา ความรู้สึกคล้ายรถแข่ง เหมาะสำ หรับมือใหม่มากๆ ใช้ในชีวิตประจำ วันได้ดี สำ หรับคนมือเก๋า เบื่อใช้คลัตช์อยากมีอีกมือเอาไว้เล่นอย่างอื่นยามจำ เป็น เช่น ถ่ายรูป ถือของทักทายคน พักความเหนื่อยล้ายามเดินทาง ก็ไม่ได้แนะนำ ให้ขับขี่แบบสตั๊นท์แมนนะครับ มันอันตราย แต่มันเป็นออพชั่นที่บางครั้งอาจต้องใช้แค่นั้นเอง เรื่องยกล้อทำ ไม่ได้ครับ ตัดไปเลย

แม้ระบบไฟฟ้าอาจเทียบเท่ารถแอดเวนเจอร์ค่ายอื่น 1000cc ไม่ได้แต่อย่าลืมว่าราคาของ Honda CRF1000L Africa Twin ที่ 580,000 บาทนั้น ไปอยู่บนฐานราคารถค่ายอื่นที่มีแค่ 800cc ทำ ให้เราสามารถฟันธงได้ว่า สำ หรับราคานี้ กับสิ่งที่คุณได้ มีแต่วินๆ อย่างช่วยไม่ได้

 

SPECIFICATIONS:

ENGINE                                      LIQUID-COOLED PARALLEL TWIN
DISPLACEMENT                      998CC
BORE X STROKE                      92.0 X 75.1MM
INDUCTION                              EFI
TRANSMISSION                      CONSTANT MESH 6-SPEED MANUAL/6-SPEED
                                                     DCT W/ ON- AND OFF-ROAD RIDING MODES
FRONT SUSPENSION            45MM SHOWA CARTRIDGE INVERTED FORK;
                                                     9.0-IN. TRAVEL
REAR SUSPENSION               PRO-LINK SINGLE SHOCK W/ HYDRAULIC
                                                    PRELOAD; 8.7-IN. TRAVEL
BRAKES                                    DUAL 310MM WAVE DISCS FRONT, 256MM
                                                    WAVE DISC REAR; ABS; PARKING BRAKE ON
                                                    DCT MODEL
FRONT TIRE                            90/90R-21 TUBE TYPE
REAR TIRE                               150/70R-18 TUBE TYPE
SEAT HEIGHT                         34.3 & 33.5 IN.
WHEELBASE                           62.0 IN.
RAKE / TRAIL                          N/A
FUEL CAPACITY                     18.8 L
CLAIMED WET WEIGHT      511 LB. ABS, 534 LB. DCT/ABS
SPECIAL THANKS: DIRTSHOP THAILAND / FOX
RESOURCES: HTTP://WORLD.HONDA-DCT.COM

 

 

TEST RIDER : NARUEPON THONGSODSAI
WRITER: CAP ‘P’
IMAGES: CHAWALIT KUMSATOK
BIKE OWNER: KANTRAKORN KITPUANGSUWAN

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s