If I were a carpenter, and you were a lady.

Would you marry me anyway?

Would you have my baby?

If a tinker were my trade, would you still find me

Carrying the pots I made, following behind me?

dsc_6395              

เมื่อเท้าก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานใหญ่ของ If i were a carpenter บทเพลงชื่อเดียวกันกับสตูดิโอเวิร์คช้อปแห่งนี้ของศิลปิน Tim Hardin ก็กลับมาเด่นชัดอยู่ในห้วงความรู้สึกอีกครั้ง

ถึงแม้ว่าจะเพิ่งก่อร่างสร้างแบรนด์มาเพียงแค่ 2 ปีครึ่ง แต่ทั้งคุณโหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ผู้ก่อตั้งนิตยสาร a day คุณเต๋า สโรชา วาทิตตพันธ์ นักแสดงและพิธีกรสาวชื่อดัง และ คุณซัน เมธัส เทพนวล hair stylist ผู้มีอิทธิพลในวงการแฟชั่น รวมไปถึงคาเฟ่สุดฮิปแห่งยุคอย่าง Casa Lapin และ Root Coffee Roaster ต่างก็สั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ และเขียงไม้ จาก if i were a carpenter ไปใช้งาน จนทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางภายในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งหลังจากหมดที่สัญญากับทางเวิ้งโบราณ (เอกมัยช้อปปิ้งมอลล์) น็อต วชิร ทองหล่อ ดีไซเนอร์หนุ่มพูดน้อยต่อยหนัก ผู้ก่อตั้งแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีแนวทางชัดเจนในตัวเอง ก็พา If i were a carpenter ย้ายมายังฐานทัพแห่งใหม่ในซอยปรีดี พนมยงค์ 42 แยก 12 ซึ่งแต่เดิมด้านหลังของพื้นที่ตรงนี้เคยถูกใช้เป็นเวิร์คช้อปสำหรับทำงาน แล้วจึงค่อยส่งต่อไปยังโชว์รูมที่เอกมัย แต่ด้วยความไม่สะดวกที่ทำให้ต้องวิ่งไปวิ่งมาระหว่างสองที่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้น็อตตัดสินใจบุกเบิกพื้นที่รกร้างด้านหน้าขึ้นใหม่ ให้กลายเป็นทั้งโชว์รูม และออฟฟิศที่เชื่อมติดกันอยู่ภายในโกดังดีไซน์ดิบ เรียบ และเท่ เหมือนกับคาแรคเตอร์ของแบรนด์

ด้วยพื้นที่ที่กว้างขวางขึ้นมาก ทำให้ If i were a carpenter ถูกแบ่งการใช้งานออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกถูกวางให้เป็นโชว์รูมของเฟอร์นิเจอร์ที่ทางแบรนด์ออกแบบเอง ส่วนที่สองเป็นออฟฟิศสำหรับทำงานดีไซน์ และรองรับลูกค้าที่จะเข้ามาสั่งชิ้นงานแบบ made to order และส่วนที่สามเป็นเวิร์คช้อปทำงานไม้ และใช้เป็นที่เก็บของเก็บเครื่องมือ

dsc_6501

ฐานทัพใหม่แต่ความเท่มากกว่าเดิม เพราะพื้นที่สำหรับงานไม้เก่าแห่งนี้สามารถถ่ายทอดความเป็น If i were a carpenter ออกมาได้อย่างหมดจด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างที่มีการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ เหล็ก และไม้เข้ามาเป็นส่วนประกอบหลัก แล้วเติมแต่งด้วยวัสดุที่สามารถรื้อถอนได้ง่ายอย่าง สังกะสี ปูน กระจก และใบจาก ซึ่งช่วยสร้างความดิบ เท่ และบรรยากาศที่คล้ายโรงงานให้กับพื้นทีได้อย่างเต็มรูปแบบ จากโชว์รูมเดิมที่มีขีดจำกัดในการใช้งาน และมีลูกค้าเข้าออกอยู่ตลอดทำให้การคิดงานไม่ต่อเนื่อง น็อตจึงออกแบบพื้นที่ของ If i were a carpenter แห่งใหม่ให้กลายเป็นที่ที่ขับเคลื่อนแรงบันดาลใจ และเอื้อต่อการทำงานที่ตกผลึกไอเดียเมื่อไหร่ ก็สามารถเข้าไปทดลองทำงานต่อทันทีที่เวิร์คช้อปได้เลย นอกจากนี้ยังทำให้ลูกค้าตั้งใจที่จะแวะเวียนมาที่นี่จริงๆ มากกว่าสุ่มเดินเข้ามาเหมือนกับโชว์รูมเก่า ส่วนตัวเวิร์คช้อปเองก็ทำให้ลูกค้ามองเห็นศักยภาพในการทำงานของแบรนด์มากขึ้น และที่สำคัญยังมีบริการปล่อยเช่าให้เข้ามาถ่ายภาพ ถ่ายรายการ ถ่ายโฆษณา และทำเวิร์คช้อปภายในตัวโชว์รูมที่อุดมไปด้วยงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ชั้นดีแห่งนี้อีกด้วย

…If I were a carpenter, and you were a lady. Would you marry me anyway? บทเพลงเท่ๆ ในยุค 60 ไม่ได้ทำให้เรานึกถึงศิลปินที่ชื่อ Tim Hardin อย่างเดียวอีกต่อไป เพราะความรู้สึกที่ว่าถ้าเมื่อใดที่ต้องการจะหาเฟอร์นิเจอร์ไม้ร่วมสมัยไว้ประดับบ้านซักชิ้น เพลงนี้น่าจะดังก้องขึ้นมาในความรู้สึก และความคิดที่ว่าไป If i were a carpenter สิ ก็คงจะผุดขึ้นมาพร้อมๆ กัน!

Writer : Mintra Ruengsakvichit
Photographer : Tanapol Kaewpring
Special Thanks : Vachira Tongrow

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s