ในขณะที่ศูนย์การค้า และสถานบันเทิงยามค่ำคืนผุดขึ้นในกรุงเทพมหานครมากมาย สถานที่สร้างแรงบันดาลใจชั้นดีอย่างพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ หรือพื้นที่แสดงงานศิลปะก็เริ่มกระจายตัวออกไปตามย่านต่างๆ มากขึ้นไม่แพ้กัน ส่งผลให้ Bangkok City City อาร์ทแกลเลอรีน้องใหม่ใจกลางเมืองที่โดดเด่นด้วยการเล่นกับสเปซ และโครงสร้างอาคารทรงกล่องสีขาวตัดกับเส้นขอบฟ้า ซึ่งดำาเนินงานโดย ลูกตาล ศุภมาศ พะหุโล และ อ๊อป อรรคพล สุทัศน์ ณ อยุธยากำลังกลายเป็นผลผลิตชิ้นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในอุตสาหกรรมทางศิลปะที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างแข็งแรง

dsc_3168

จุดเริ่มต้น

ลูกตาล: ก่อนจะมาเปิดแกลเลอรี เราคลุกคลีอยู่ในวงการศิลปะอยู่แล้ว ซึ่งจริงๆ การทำงานไม่ได้ต่างกันมาก คือแต่ก่อนเพื่อนศิลปินมักจะมาให้เราช่วยคิวเรทงาน หรือติดตั้งงานให้ มันก็เริ่มมาจากตรงนั้น จากการจัดงานเล็กๆให้กับเพื่อนที่เรารู้จัก

กับ Bangkok City City Gallery

ลูกตาล: รู้สึกว่าถ้าเราสร้างสเปซขึ้นมาเองก็จะสามารถดีไซน์ให้มันเป็นพื้นที่ๆ แสดงงานศิลปะในแบบที่เราคิด และอยากจะนำเสนอได้ อย่างเราไปจัดนิทรรศการ บางที่เค้าก็จะมีเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้เราไม่สามารถทำอย่างที่วางแผนไว้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ คิดว่าคงจะดีถ้ามีพื้นที่ๆ สามารถแสดงงานศิลปะแบบที่เราอยากเห็นได้ มันเริ่มมาจากสิ่งที่เราสองคนอยากเห็นก่อน

อ๊อป: เราสองคนหลงใหลใน contemporary art กันทั้งคู่ แล้วมันเกี่ยวข้องกับอะไรหลายๆ อย่าง เช่น วิดีโอ ภาพนิ่ง หรือเสียง เราสร้างพื้นที่เพื่อให้มัน

อำนวยความสะดวกในทุกความต้องการของคนที่จะมาใช้พื้นที่นี้ เหมือนเป็น art space เพื่องานศิลปะโดยแท้จริง

ลูกตาล: อันนี้เป็นสิ่งที่สำาคัญที่สุดสำหรับที่นี่

อ๊อป: ครับ ที่เหลือเราให้ความสำคัญรองลงมา

dsc_3082

ระบบการทำงาน

อ๊อป: ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากการที่เราสองคนตกลงกันก่อน

ลูกตาล: เราตั้งกันสองคน ฉะนั้นเวลาจะทำากิจกรรม หรืออะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้นที่นี่ เราจำาเป็นต้องเห็นด้วยทั้งคู่ คือเรามีความชอบในศิลปะเหมือนกัน แต่วิธีการมองค่อนข้างแตกต่าง นี่คือสิ่งที่ทำาให้เราอยากทำสเปซนี้กับอ๊อป เพราะเค้ามีอีกด้านนึงที่เราขาด เค้าเห็นในสิ่งที่เรามองไม่เห็น ต้องยอมรับว่าความชอบของเราบางทีมันไปจนสุดโต่ง การมีอีกคนนึงมาช่วยเบรค หรือช่วยคิด มันก็ทำให้บาลานซ์มากขึ้น ส่วนเรื่องการทำงานในตอนนี้จะเป็นวิธีการเชิญศิลปินที่เราทั้งคู่สนใจมาร่วมงานกัน ในขณะเดียวกันเราก็ยังเปิดรับให้คนส่งงานเข้ามาให้พิจารณาด้วย

กับการคัดเลือกศิลปิน

ลูกตาล: เหตุผลหลักๆ ที่เราจะเลือกเชิญศิลปินมาร่วมงานด้วยคือเราอยากพูดคำเดียวกับเค้า เราคิดว่า contemporary art สำาคัญตรงที่มันทำให้เกิดการมองเห็นบางอย่างที่กว้างขึ้น หรือบางอย่างที่เรานึกไม่ถึง ศิลปะมีประโยชน์ในลักษณะของการทำงานแบบนั้นในสังคม ฉะนั้นสิ่งที่ศิลปินพูดมันก็น่าจะเป็นสิ่งที่เราอยากพูดด้วย ไม่อย่างงั้นมันจะกลายเป็นว่าเราเอาศิลปินมาพูดในสิ่งที่เราไม่เชื่อ ตรงนั้นเป็นส่วนสำคัญของการคัดเลือก เราจะศึกษา และติดตามงานเป็นระยะเวลานึง จนรู้ในสิ่งที่คิดว่าเค้าจะพูด

อ๊อป: หลังจากที่เชิญศิลปินแล้วเค้าโอเค มันจะเป็นเรื่องของข้อตกลงต่างๆ คือเราคุยกับศิลปินเยอะพอสมควรสิ่งที่ถูกนำเสนอออกมาจริงๆ สุดท้ายเป็นความคิดร่วมกันของเราสามคน คือเรา ลูกตาล และตัวศิลปินเอง

ลูกตาล: ตอนนี้ศิลปินที่เราร่วมงานส่วนใหญ่จะเป็นศิลปินเดี่ยว อ๊อปบอกว่ายังไม่พร้อมจะทำนิทรรศการกลุ่ม ถึงแม้ว่าการทำงานกับศิลปินแบบกลุ่มมันจะดีกว่าในแง่ของคอนเนคชั่น ทั้งศิลปิน คิวเรเตอร์ หรือคนมาชมงานที่น่าจะมาเยอะขึ้นอีกเท่าตัว แต่พอมาคิดดูแล้วด้วยความสามารถที่เรามี หรือความถนัดที่เราทำาได้ ยังไม่พร้อมที่จะทำแบบนั้น เราสองคนคิดว่าดีลกับตัวศิลปินหนึ่งคนแล้วทำให้มันเกิดงานที่แข็งแรงก่อนดีกว่า ก็ไม่ได้ปิดกั้นการทำานิทรรศการกลุ่ม น่าจะเกิดขึ้นแต่เป็นหลังจากนี้

ไม่ได้จำกัดรุ่นของศิลปินที่จะมาแสดงงาน

ลูกตาล: เรามีพูดถึงเรื่องอายุของศิลปินที่จะร่วมงานด้วยเหมือนกัน (หัวเราะ…)

อ๊อป: 20 – 40 อะไรประมาณนั้น อย่างศิลปินที่แก่กว่านี้ ก็อาจจะมีแกลเลอรีอื่นที่เค้าร่วมแสดงด้วยอยู่แล้ว นอกจากนั้นคงเป็นช่วงเวลาที่โตมา จริงๆ คนที่เด็กกว่าหรือแก่กว่าบวกลบสิบปีก็อาจจะยังคุยกันได้ แต่ถ้าเลยไปเราคงต้องไปทำรีเสิร์ชมากขึ้นครับ

ลูกตาล: อย่างวิศุทธิ์มันง่ายมาก เพราะเราเกิดมาในยุคเดียวกัน เหมือนกับเราเข้าใจในสิ่งที่เค้าเป็น เราโตมาในช่วงที่ culture ยุค 90 มันบูมมาก อะไรๆ ก็ต้องญี่ปุ่น

เด็กยุคนี้อาจจะไปทางเกาหลี หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ ณ เวลานั้นเราอยู่ญี่ปุ่น (…หัวเราะ)

เลือกประเดิมงานแรกด้วยงานของตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

ลูกตาล: เค้าบอกอยู่หลายครั้งว่าเค้าทำไม่ทันแน่เลย ขอเป็นคนต่อไปได้มั้ย เราบอกไม่เป็นไร รอได้ (หัวเราะ…) คือในใจไม่ได้คิดว่าจะเปิดงานด้วยศิลปินคนอื่นเลย

อ๊อป: ผมว่าตั้มเป็นศิลปินที่น่าสนใจ เค้าเป็น positive voice ที่คุยกับคนได้เยอะ งานเรียบง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็ซับซ้อน เป็นศิลปินที่ค่อนข้างลงตัว ธรรมดาเค้าจะทำงานแบบน้อยๆ มินิมอล แต่เผอิญมาเจอเรา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เค้าทำงานซับซ้อนกว่าปกติที่เค้าทำมันคงเป็นความรู้สึกว่าเราควรจะเลือกตั้ม

จุดมุ่งหวังของแกลเลอรี

ลูกตาล: เราไม่ได้อยากทำ commercial gallery หรอก เราอยากทำ art space ที่มีลักษณะเป็นสถานที่ให้ความรู้ หรืออะไรที่เกี่ยวกับการคืนกลับไปให้สังคม ไม่ใช่เรื่องเงิน หรือธุรกิจ แต่หลังจากที่ทำรีเสิร์ชมา มันทำให้ทิศทางเราเปลี่ยนไปนิดนึง เพราะจริงๆ แล้วถ้าอยากให้พื้นที่นี้อยู่ในระยะเวลายาว ศิลปินมีค่าใช้จ่ายเพียงพอที่จะผลิตผลงาน มันจำเป็นต้องสร้างความเคลื่อนไหว การเป็น commercial gallery อาจจะช่วยในเรื่องนั้นได้ ขณะเดียวกันเราก็ไม่ได้ทิ้งความตั้งใจเดิมที่อยากให้ความรู้เกี่ยวกับงานศิลปะ ถ้าเราพูดถึงในลักษณะรูปแบบที่เป็นรัฐบาล หรือองค์กรใหญ่ๆ เค้าก็สนับสนุน แต่ตามหลักการแล้วเค้ามักจะให้การสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นเงินก้อน หรือพื้นที่กับศิลปินที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป คือก็เข้าใจเค้าว่าศิลปินที่ทำางานมาเป็นเวลานาน มีผลงานต่อเนื่อง ก็น่าจะมีน้ำาหนักมากกว่าดีไซเนอร์เด็กที่ทำงานมาแค่ 5 ปี ที่ถึงแม้ผลงานจะโดดเด่น แต่เค้าก็อาจจะไม่เลือกสนับสนุนอยู่ดี

อ๊อป: ใช่ เหมือนที่ BACC ส่วนมากศิลปินที่มีโชว์ชั้นเดียวเค้าจะต้องอายุเยอะหน่อย ซึ่งจริงๆ ผมรู้สึกว่าศิลปินอายุเท่าเราเค้าก็ทำได้ แต่ทำไมเค้าไม่ได้ทำ

ลูกตาล: โชว์ชั้นเดียวหมายถึงชั้น 7-9 คือมันต้องมีชื่อ

อ๊อป: ไม่ใช่ชื่ออย่างเดียวต้องอายุด้วยครับ เกือบจะต้องเป็นศิลปินแห่งชาติแล้วถึงจะแสดงได้

ลูกตาล: แต่เราก็เข้าใจนะ เพราะเค้าต้องเอาเงินที่เป็นงบรัฐบาลมา มันจะต้องมีหลักฐานอะไรซักอย่างยื่น เราเลยเปลี่ยนมาทำอันนี้ดีกว่า

อ๊อป: เราว่าคนในยุคเราหลายคนแข็งแกร่งพอที่จะโชว์งานในที่ๆ นึงได้

ลูกตาล: ที่ถามว่ามุ่งหวังอะไร เราไม่ได้อยากทำแค่พื้นที่ สิ่งที่อยากทำมากที่สุดคือ เรื่องการสื่อสารกับกลุ่มคนที่ใหญ่ขึ้น ศิลปะไม่ได้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากไกลตัว มันเซิร์ฟคนละอย่างในแต่ละช่วงเวลา อย่างช่วงที่เราโตมารู้สึกว่ามันทำให้เรามองโลกได้กว้างขึ้น แต่คนยังยึดติดกับคำพูดบางอย่าง ส่วนนึงเป็นเพราะศิลปิน หรือวงการศิลปะไม่ยอมสื่อสารกับคนกลุ่มอื่น ไม่ใช่ว่าเค้าไม่รู้เรื่อง หรือไม่เข้าใจ แต่คุณพูดกับเค้าในอีกภาษานึง ซึ่งเค้ายังไม่เคยทำความเข้าใจกับมัน เค้าก็ไม่รู้หรอก แพลนของที่นี่โจทย์ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำนิทรรศการ แต่ยังมีส่วนของสื่อสิ่งพิมพ์ งานแปล หรืออะไรที่อาจจะเกิดตามมาในช่วงหลัง เพื่อที่เราจะได้สามารถคุยภาษาเดียวกันกับคนอื่นๆ ได้มากขึ้น

อ๊อป: นอกจากนั้นเราพยายามแปลข้อมูลพวกนี้ให้เป็นสองภาษา เพราะรู้สึกว่ามันมีความต่างบางอย่างที่คนต่างประเทศไม่เข้าใจเกี่ยวกับเมืองไทย หรือแนวความคิดบางอย่างของต่างประเทศที่คนไทยไม่เข้าใจ ถ้าทำแบบนั้นแล้วน่าจะทำให้คนคุยกันได้ง่ายขึ้น

การขายงานศิลปะ

ลูกตาล: เราคิดว่ามีกลุ่มคนที่สนใจสะสมงานศิลปะที่อาจจะไม่รู้ว่าเริ่มต้นยังไง เราอยากเข้าหาคนกลุ่มนั้นด้วย ส่วนคอลเลคเตอร์รุ่นใหญ่หลายคน เค้าจะมีงานประเภทที่เค้าสนใจ หรือสะสมอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้คิดว่าถ้าจะให้แกลเลอรีอยู่ได้ เราต้องทำงานแบบที่คอลเลคเตอร์ชอบ ไม่รู้จะทำอย่างนั้นไปทำไม ไม่งั้นเรานอนอยู่บ้านดีกว่า

กลุ่มคนค่อนข้างหลากหลาย

ลูกตาล: ใช่ ด้วยความที่เราไม่ได้มุ่งว่าต้องเป็นคนที่อยู่ในแวดวงศิลปะเท่านั้น คุณจะเป็นใครก็ได้ อย่างโชว์ของตั้มนี่มีตั้งแต่อัยการ นักเรียน และคุณแม่ที่พาลูกมา

อ๊อป: มีสถาปนิก ดีไซเนอร์ และนักธุรกิจด้วย

ลูกตาล: พอคนมาเยอะเราเลยรู้ว่าต้องมีการอธิบาย หรือทำความเข้าใจอะไรบางอย่าง โอเค… คนที่ซื้องานอยู่แล้วเดินมาเห็นภาพพิมพ์ เค้าก็รู้ว่าจะซื้อไปทำอะไร ใส่เฟรมแขวนผนัง ตั้งโต๊ะ แต่บางคนเดินเข้ามาเค้าไม่รู้ว่ามันสามารถเอาไปทำอะไรได้ หรือทำไมถึงราคานี้ เราต้องคุยต้องอธิบายให้เค้าฟัง ซึ่งถึงเค้าจะซื้องาน หรือไม่ได้ซื้อมันก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เราพูดมันเสียเปล่า เค้าอาจจะไม่ได้ซื้องานนี้ แต่เค้าจะมีความเข้าใจในศิลปะมากขึ้น ที่เรามองไว้ในอนาคตคือเราอยากติดต่อพิพิธภัณฑ์ หรือสถาบันต่างประเทศ ต้องเข้าใจอย่างนึงว่างานศิลปะมันจะมีค่าขึ้นเมื่อไปอยู่ในพื้นที่บางพื้นที่ด้วย เรามีหน้าที่เป็นตัวกลางทั้งตีความเพื่อให้คนเข้าใจ เพื่อให้มันสื่อสารกับคนได้ง่ายขึ้น รวมถึงขยายให้งานศิลปะได้แสดงในกลุ่มที่กว้างมากขึ้นด้วย ถ้าเราทำหน้าที่ตรงนี้ได้มันก็น่าจะช่วยในเรื่องของการขาย และวงการศิลปะด้วย

dsc_2901

โครงสร้างอาคาร และคอนเซปต์ในการออกแบบ

ลูกตาล: เราทำงานร่วมกับบริษัท Size Specific เค้าศึกษาพื้นที่ก่อนอันดับแรก เช่น ในซอยนี้จะมีเรื่องน้ำท่วม ตัวอาคารจึงถูกยกพื้นขึ้นสูงกว่าถนน หรือจะเป็นเรื่องมุมมองที่คนขับรถ หรือเดินทางผ่านไปมาจะเห็นตัวแกลเลอรีในแง่มุมไหนบ้าง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เค้าศึกษา ในส่วนของเรา เราดูเรื่องการใช้งาน เน้นฟังก์ชันเป็นหลัก โดยที่ไม่ได้นึกถึงหน้าตาของมันเลย สิ่งแรกคือจากพื้นที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เราต้องการเนื้อที่แกลเลอรีประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ เพื่อใช้แสดงงาน ก็เริ่มต้นไปแบบนั้น ไม่ใช่แบบว่า เฮ้ย… เราอยากได้อาคารสีขาว ไม่มีการคุยในส่วนนั้นตั้งแต่แรก เหมือนค่อยๆ ปรับไปด้วยข้อจำกัด เช่น เงินไม่พอ เราก็เลยไม่ได้ทำของที่หวือหวา พอออกมาทุกอย่างเลยดูน้อย เรียบง่าย

อ๊อป: มันต้องเกี่ยวกับฟังก์ชันอยู่แล้วครับ การทำแกลอรีเรายึดที่การแสดงงานเป็นหลัก เช่น เราต้องคำนึงถึงการแสดงงานที่ต้องการใช้แสงธรรมชาติ ก็ต้องจัดแบบนี้ แต่ถ้าบางโชว์ต้องใช้ไฟในการแสดงงานก็ต้องเป็นอีกแบบนึง มันเป็นไปตามสิ่งที่ต้องใช้งานเราต้องคิดเผื่อว่าศิลปินจะต้องการใช้อะไรบ้างในอนาคต

ลูกตาล: Size Specific ทำ pre-fabrication เหมือนพวกบ้านอาคารที่เสร็จแล้วเอาไปประกอบได้ง่าย อย่างประตูตอนแรกเป็นไม้แล้วตังค์ไม่พอ พอมันขาวเลยปล่อยขาวไปด้วยความที่งบประมาณเราก็มีจำกัด ทำให้ต้องศึกษาหนักหน่อยแล้วค่อยก่อสร้าง อันนั้นคงเรียกได้ว่าเป็นคอนเซปต์ของเรา (…หัวเราะ)

อ๊อป: เราพยายามจะร่วมงานกับคนที่มีความคิดเหมือนๆ กัน มันมีข้อจำกัดบางอย่างที่มันต้องเป็น ที่เหลือก็ค่อยคุยกัน

ลูกตาล: พอทำงานไปเรื่อยๆ เค้าก็รู้จักพวกเรามากขึ้น คงเพราะเราคุยกันเยอะ นี่สถาปนิกยังช่วยเลือกเครื่องทำกาแฟให้ที่แกลเลอรีเราได้เลย (…หัวเราะ)

ปัญหาการเก็บงานศิลปะของแกลเลอรีในเมืองไทย

ลูกตาล: เป็นเรื่องหลักของเราเลย เพราะโปรแกรมในการออกแบบตัวอาคารของเราตั้งแต่แรกก็แบ่งเป็นห้องแสดงงานใหญ่ ห้องขนาดกลาง และห้องเก็บของ คือมันเป็นส่วนที่เราให้ความสำคัญเพราะไม่ใช่แค่เก็บงานอย่างเดียว แต่เป็น loading zone และใช้เก็บอุปกรณ์ต่างๆ ด้วย เราต้องมีพื้นที่ๆ สามารถจัดเก็บของพวกนี้ให้ใช้ได้ในระยะเวลานาน

อ๊อป: แล้วมันก็ต้องมีระบบจัดการเรื่องแสง แมลง หรืออะไรก็ตามที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายด้วย ส่วนมากจะเป็นเรื่องแสง อุณหภูมิ ความชื้น คือพยายามทำให้ได้มาตรฐานตามที่ควรจะเป็น

Bangkok City City Gallery เปิดกว้างสำหรับอะไรบ้าง

ลูกตาล: ทุกอย่างเลยทั้ง workshop, talk และ film screening

อ๊อป: performance ด้วย หรือให้คนเช่าพื้นที่ได้ถ้าเราคิดว่ามันลงตัวครับ

Writer : Mintra Ruengsakvichit
Photographer : Tanapol Kaewpring
Special Thanks : Supamas Phahulo / Akapol Sudasna

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s