ไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นวงหมอลำประยุกต์ชื่อยาวเพียงอย่างเดียว แต่ Paradise Bangkok Molam International Band นั้นถูกจดจำในฐานะวงดนตรีไทยวงแรกที่โกอินเตอร์ไปสร้างชื่อเสียงข้ามทวีปในเทศกาลดนตรีแถบยุโรป

เรียกได้ว่าไปทัวร์ที่ไหนก็ทำเอาบัตรขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาอันรวดเร็ว เพราะด้วยจังหวะเพลงแซ่บๆ ไม่ต่างไปจากรสชาติของอาหารอีสานที่ถูกผนวกเข้ากับกลิ่นอายดนตรีสมัยใหม่ พร้อมกับเสน่ห์ในการแสดงแบบอิมโพรไวส์ที่ทำให้ฝรั่งลุกขึ้นมาเต้นรำกันอย่างเมามันส์แล้ว การถูกเชิญให้ไปเล่นตามเทศกาลดนตรีต่างๆ ทั้งที่มีเพียงแค่สองซิงเกิ้ลออกมาใน Youtube เท่านั้น ก็สามารถพูดอย่างเต็มปากเต็มคำได้ว่า Paradise Bangkok (เรียกแบบย่อๆ) เป็นวงดนตรีที่มีฝีไม้ลายมือหาตัวจับได้ยากที่สุดในเวลานี้!

 

img_7290

 

 

พาราไดซ์ แบงค็อก หมอลำ อินเทอร์เนชันแนล แบนด์

– มาฟท์ไซ: เริ่มมาจากปาร์ตี้ที่เคยจัดมาก่อนหน้านั้นคือ Paradise Bangkok ตั้งแต่ปี 2009 เมื่อก่อนเป็นแค่ดีเจเซ็ทอัพโปรโมตวินเทจมิวสิคจากเพลงลูกทุ่ง หมอลำ ไปจนถึงเพลงจากแอฟริกา เอธิโอเปีย กาน่า ไนจีเรีย ตะวันออกกลาง อินโดนีเซีย และเพลงจากหลายๆ ที่ี ตอนหลังเริ่มมีวงมากขึ้น มีศิลปินที่เราชอบที่เราเปิดเเผ่นเสียงของเค้าแล้วเอามาแสดงใหม่ มีดาว บ้านดอน, ศักดิ์สยาม เพชรชมภู, พิมพ์ใจ เพชรพลาญชัย และอังคนางค์ คุณไชย เป็นต้น พอทำมาซักพักเราอยากจะ develop อะไรใหม่ๆ ขึ้นมา เลยทำโปรเจกต์วง Paradise Bangkok จริงๆ คอนเซ็ปต์ชื่อจะคล้ายๆ กับพวกวงจากเซเนกัล ไนจีเรีย กาน่า จะมีชื่อยาวๆ แล้วต่อด้วย National Band อันนี้มันบ้านนอกมากแล้วพอใส่ Inter มันก็ดูอินเตอร์ และตรงไปตรงมา เริ่มจาก Paradise Bangkok ทำหมอลำ International คือต้องการ develop ซาวด์ใหม่ๆ เข้ามา ชื่อเลยยาว ไม่ได้มีเหตุผลอะไรมาก (หัวเราะ…)

img_7182

การรวมตัวกันของสมาชิกในวง

– มาฟท์ไซ: ปั๊มกับอาร์มรู้จักกันอยู่แล้ว พี่คำเม่าผมเจอตอนที่จัดงานศักดิ์สยาม เพชรชมภู ในงานนั้นพี่คำเม่ามาดีดพิณให้ด้วย ส่วนพี่ไสวก็มาเป่าแคนให้กับงานดาว บ้านดอนที่ผมจัดเลยรู้จักกัน พอเริ่มทำโปรเจกต์วงผมคุยกับปั๊มว่าอยากจะ develop ซาวด์ใหม่ๆ ขึ้นมา ปั๊มเลยชวนอาร์มเข้ามาทำ ผมก็ชวนพี่คำเม่ากับพี่ไสวเข้ามา ผมบอกคอนเซ็ปต์ไปแล้วทุกคนค่อนข้างที่จะชอบ เปิดรับ แล้วมาลองทำกันดู ตอนนั้นยังไม่มีซาวด์อะไรที่ตั้งใจว่าจะ develop ไปถึงขนาดไหน เราลองเริ่มต้นจากซาวด์ 70’s ที่เป็นหมอลำก่อน หลังจากนั้นค่อย develop ไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นซาวด์ใหม่ขึ้นมา

img_7280

การทำงานร่วมกัน

– ปั๊ม: เริ่มจากให้ input พี่คำเม่า พี่ไสวก่อน เพลงของพิณกับแคนมันจะมีพวกลาย แล้วลายแต่ละลายจะมีชื่อของมัน

คำเม่า: ลายมันร้องเป็นคำไม่ได้ มันเป็นลวดลายจากการเล่น เป็นทำนองของพิณกับแคน

ปั๊ม: ลายหลายๆ อย่างจะเลียนเสียงจากธรรมชาติอย่าง ลมพัดไผ่ แมลงภู่ตอมดอกไม้ หรือรถไฟความเร็วสูง พอเราได้ชื่อพวกนี้มาผมกับอาร์มจะดูกันว่าสามารถใส่จังหวะอะไรเข้าไปได้บ้าง เราพยายามจะจินตนาการเหตุการณ์ที่สอดคล้องกับชื่อลายต่างๆ เพื่อให้เห็นภาพว่าเพลงนี้มันควรจะเป็นกลางวัน หรือกลางคืน เราใช้จินตนาการของเราเข้าร่วมไปกับลายต่างๆ เหล่านี้ อย่างน้ำตก มันตกยังไง จังหวะของน้ำต่างๆ เป็นยังไง

อาร์ม: ในมุมของคนฟังไม่ต้องไปคิดตามอะไรมาก มันเป็นเรื่องของความรู้สึกมากกว่า เราไม่ได้หมายความชัดเจนขนาดนั้นว่าเราจะสื่อถึงอะไร แต่ให้คนดูตีความจากการได้ยินเสียงเพลง แต่ละคนจะมีจินตนาการต่างกัน เช่น น้ำตกเกิดขึ้นที่จังหวัดนี้ แต่น้ำตกของผมอาจจะเกิดขึ้นอีกจังหวัดนึง พี่คำเม่าอาจจะนึกถึงน้ำตกหมู (หัวเราะ…)

คำเม่า: มีลาบมั้ย (หัวเราะ…)

img_7219

มาฟท์ไซ: วงเราไม่มีคำร้อง เวลาเล่าเรื่องเลยเหมือนกับการใช้อารมณ์ น้ำหนักเสียงของเครื่องดนตรี การเคลื่อนไหวของจังหวะต่างๆ ที่ทำให้มันสอดคล้องกับพิณและแคน

อิมโพรไวส์ไปด้วยกัน

ปั๊ม: อิมโพรไวส์คือการพูดคุยสนทนาด้วยกันภายในวง แต่มันต้องมีเรื่องว่าเรากำลังพูดอะไรกันอยู่ เราจินตนาการอะไร สมมุติเราพูดเรื่องบุญบั้งไฟ มันมีลายบั้งไฟอยู่แล้วเราก็ดูว่าบั้งไฟยิงขึ้นฟ้าระเบิดแล้วเป็นยังไง ทุกเพลงจะมีจินตนาการมีเรื่องราวของมันเองอย่างกวางน้อยเจ้าเล่ห์ที่เป็นเรื่องของกวางน้อยเดินเข้าไปในป่าจะยิงก็ยิงไม่โดนซักที แล้วโชว์แต่ละโชว์เพลงไม่ได้เหมือนกันทุกครั้ง

อาร์ม: ตอนที่อัลบั้มเสร็จเล่นครั้งแรกแบบนึง แต่พอโชว์มาประมาณ 30 โชว์ จากโชว์แรกจนถึงวันนี้คนละเรื่องเลย

ปั๊ม: เพลงเล่นวันนี้กับพรุ่งนี้ก็ไม่เหมือนกัน มันอยู่ที่ว่าเราเล่นที่ไหน เซตติ้งของสถานที่เป็นยังไง พลังของคนดูที่ส่งกลับมาเป็นยังไง แล้วอารมณ์ของเราตอนนั้นเป็นยังไง เรื่องราวจั่วหัวยังมีอยู่แต่บทสนทนาเปลี่ยนไป เหมือนเพลงแจ็สที่วันนี้ยาว 5 นาที เล่นพรุ่งนี้อาจจะเป็น 7 นาทีก็ได้ แล้วแต่อารมณ์ว่ามีเรื่องอยากจะพูดมากแค่ไหน วันไหนกินอาหารอร่อยคุยสนุกก็อยากจะคุยต่อไป

มาฟท์ไซ: วันนี้กินเยอะแล้ว รีบจบแล้วไปนอนดีกว่า (หัวเราะ…)

ปั๊ม: มันคือการสร้างบทสนทนาในเพลงอย่างนึง บางครั้งก็สร้างขึ้นมาสดๆ ตรงนั้นเลย เหมือน happening art มีทั้งจุดที่ดีไซน์ร่วมกันแล้ว และจุดที่เราสามารถสร้างบทสนทนาสดๆ

img_7247

หมอลำในความหมายของแต่ละคน

– มาฟท์ไซ: หมอลำคือจังหวะความจริงใจ มันไม่ใช่เพลงที่ทำมาเพื่อให้คนมองว่าเรามีแบ็คกราวด์ยังไง ไม่ใช่เพลงที่เสเเสร้ง หมอลำเป็นเพลงที่เล่าเรื่องตรงไปตรงมา หมู่บ้านเป็นยังไง ชีวิตเป็นยังไง ความเชื่อเป็นยังไง คิดยังไงก็พูดอย่างงั้น ถึงจะเป็นเพลงบรรเลงอย่างเดียว แต่เราสามารถรู้สึกได้จากเสียงดนตรี หรือทำนองของมัน หมอลำมีเครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ และมีความเป็นตัวเองสูงมากไม่เหมือนกับแนวดนตรีอื่น ซึ่งทำให้ผมสนใจและชอบหมอลำ

ปั๊ม: เหมือนกันครับ ผมมองว่ามันมีความจริงใจ ไม่ประดิษฐ์ประดอย มีความใสแต่ดิบ มีความติดดิน อย่างพิณสำเนียงและวิธีการเล่นมีลักษณะเฉพาะที่กีต้าร์ก็ทำไม่ได้ เสน่ห์ของเครื่องดนตรีอีสานที่เจ๋งสำหรับผมคือการเลียนเสียงธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมที่ผู้เล่นโตขึ้นมาจะให้แรงบันดาลใจกับผู้เล่นเครื่องดนตรี

คำเม่า: ถ้าวางไว้เฉยๆ มันก็ไม่มีเสน่ห์แล้ว เสน่ห์คือต้องเล่น (หัวเราะ… พร้อมโชว์ลีลาการดีดพิณเพลงแมลงภู่ตอมดอกไม้)

ไสว: พวกนี้จะมีสำเนียงของภาคอีสาน คนที่ฟังออกถึงจะรู้ความหมาย และซึ้งในหัวใจ แต่ถ้าเราฟังไม่รู้ภาษาก็แค่สนุกไปตามจังหวะและเมโลดี้เท่านั้น รู้จักหมอลำมากน้อยขนาดไหน ก็จะเห็นเสน่ห์มากน้อยตามไป

อาร์ม: เสน่ห์คือเมโลดี้ที่มันไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ มันเป็นเอกลักษณ์ตรงที่เราฟังแล้วรู้ว่าคือหมอลำ ชัดเจน และจริงใจในตัวของมันเอง หมอลำสำหรับผมไม่ใช่เครื่องดนตรีอีสาน แต่คือเมโลดี้ที่ออกมา รวมถึงคอร์ดที่อยู่ในนั้น

ไปทัวร์ก่อนจะมีอัลบั้มเต็มออกมา

– มาฟท์ไซ: ตอนไปเล่นเทศกาลดนตรีที่เวียดนามเค้าจ้างผมไปเป็นดีเจ ผมเลยบอกเค้าว่าตอนนี้มีวงด้วยนะ สนใจมั้ย เราไปเล่นที่เวียดนามแล้วถ่ายวิดีโออัพโหลดขึ้น Youtube พอคนเริ่มเห็นใน Youtube เลยติดต่อมา ปีแรกมีเทศกาลดนตรีอันนึงของเยอรมัน กระทรวงวัฒนธรรมของเยอรมันเค้าจะจัดคอนเซ็ปต์เกี่ยวกับจุดเชื่อมโยงของดนตรีคนละฟากทะเล เค้าจะบุ๊ควงไปโดยออกค่าเดินทางให้เพื่อไปทำงานนี้ พอไปทำงานนี้ทางตัวแทนของผมเลยดูงานเพิ่มให้ มันเลยกลายเป็น 9 งาน 6 ประเทศ จุดพีคมันอยู่ที่เทศกาลดนตรีที่โปแลนด์ บินไปเปลี่ยนเครื่องที่รัสเซียแล้วตัวแทนผมส่งอีเมล์มาว่ามีงานเพิ่ม พอดีว่า Solange น้องของ Beyonce แคนเซิลเวทีใหญ่ เป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังตกพอดีด้วย เค้าเลยเอาเราเข้าไปแทน ผมก็โอเค มันเป็นนาทีสุดท้ายเราเลยไม่ได้แพลนอะไร แต่งานนั้นกลับเป็นงานใหญ่ที่สุดที่เราเล่นในปี 2013 แล้วฟีดแบ็คดีมาก มีคลิปใน Youtube มีคนบอดี้เซิร์ฟ จริงๆ ตอนนั้นไม่มีอัลบั้ม มีแค่วิดีโอ 2 ตัว แต่เรามีโปรเจกต์มาตั้งแต่สุดแรงม้า มีค่ายเพลง Paradise Bangkok และ re-issue แผ่นเสียง เลยทำให้กระโดดขึ้นมาง่ายขึ้น

ผลตอบรับ

– ปั๊ม: ปี 2013 ฟีดแบ็คดีมากครับมี 9 โชว์ ส่วนปี 2014 เราได้โชว์เยอะมาก ประมาณ 20 กว่าโชว์

มาฟท์ไซ : ได้ไปเล่นเปิดให้ Damon Albarn นักร้องนำวง Blur ที่เบอร์ลิน จริงๆ ตอนนั้นอัลบั้มยังไม่ออก เราออกตอนปลายปี 2014 แต่ก่อนอัลบั้มออกไปทัวร์มา 2 ปี พอไปเล่นหลายๆ งาน ในปี 2013 แล้วคนพูดต่อกัน ปี 2014 คนเลยตามมาดู ไปเล่นที่ฝรั่งเศสมีคนบินมาจากอิตาลีเพื่อมาดูเราเล่นแค่คืนเดียวแล้วบินกลับ เค้าเคยไปดูเราที่ Off Festival มาแล้วชอบ มันเริ่มมีกลุ่มที่สนใจวงเรามากขึ้นในยุโรป ก่อนอัลบั้มเต็มออกประมาณ 2-3 อาทิตย์ Giles Peterson เค้ายกให้เราเป็น Album of The Week ของ BBC และเป็น 1 ใน 20 อัลบั้มยอดเยี่ยมแห่งปีด้วย หลังจากนั้นก็มีสื่อต่างๆ มาช่วยโปรโมต และสนับสนุนเรามากขึ้น หลักๆ คือเราจะไปซัมเมอร์ทัวร์ แต่ปีนี้เราไปช่วงสปริงเพื่อโปรโมตอัลบั้ม เค้าจะได้พร้อมสำหรับช่วงซัมเมอร์เฟสติวัลตอนกลางปี

อาร์ม: ตอนช่วงสปริงไฮไลท์ของผมคือเอาแผ่นเสียงไป 100 แผ่น พอจบโชว์แผ่นหมดครับ เอามาเติมอีก 70 แผ่น ก็หมด หมดจนไม่มีอะไรจะขาย

มาฟท์ไซ: หลายคนเจอแผ่นของเราในร้านขายแผ่นเสียงอาจยังไม่แน่ใจ แต่พอได้มาดูโชว์เค้าก็ซื้อทันทีเลย

อาร์ม: อย่างงานบนเกาะที่สเปนเราเล่นเสร็จปุ๊ปเดินลงมาจากเวทีคนนั่งอยู่กันหมด พอเราเดินผ่านเค้าปรบมือให้ มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต แล้วมีบางคนซื้อแผ่นเพื่อให้เซ็นต์อย่างเดียวด้วย ฟีดแบ็คที่สเปนดีมาก

มาฟท์ไซ: จริงๆ ปีนี้ก็มีงาน Worldwide Festival ซึ่งถือเป็นเทศกาลดนตรีที่ดี และสวยมาก อยู่ที่ฝรั่งเศสตอนใต้ หลังเวทีเป็นทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก่อนหน้าที่จะเล่นกดดันมาก เพราะก่อนเราเล่นเป็น Roy Ayers เล่นกับ Ed Motta เซ็ตเพลงดีมาก แล้วเราก็นั่งชมกันว่าเซ็ตแม่งโคตรดีเลย

อาร์ม: ผมฟัง Roy Ayers มาตลอด เหมือนเป็นครูของผมที่ฟังเพลงเค้ามาตั้งแต่เด็กๆ แล้วแกะตาม พอมาเจอตัวจริงเล่นอยู่ข้างหน้าก่อนเรา ความรู้สึกแบบ… เย็ดเป็ด!

 

พี่คำเม่ากดดันมั๊ย

– คำเม่า: ผมฟังเค้าไม่รู้เรื่องหรอก

มาฟท์ไซ: พี่คำเม่าบอกนี่ใครวะ ดูหน้ามันแก่ดีเว้ย (หัวเราะ…) เค้าเล่นเสร็จปุ๊ปเราก็ขึ้นไปเล่นต่อ พี่คำเม่าไม่แคร์กูลุยเลย พอเพลงขึ้นมาทุกคนกลับกลายเป็นเฮลุกขึ้นมาเต้นกัน ปกติที่เราไปมันค่อนข้างเหนื่อยกับการเดินทาง รอบช่วงสปริงเล่น 7 วัน 7 เมือง แต่รอบนี้เรามีเวลาที่จะสนุกกับเมืองกับอาหารกับเทศกาลต่างๆ

 

เทศกาลดนตรีที่อยากพา Paradise Bangkok ไป

มาฟท์ไซ: Glastonbury ครับ

ปั๊ม: Glastonbury เหมือนกันครับ

อาร์ม: Glastonbury ครับ

มาฟท์ไซ: จริงๆ เราเคยคุยมา 2 ปีแล้ว แต่เวลาที่เค้าจัดไม่ตรงกับเวลาที่เราไป เค้าจะจัดอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนมิถุนา ปกติเราไปกันกรกฎาไม่ก็สิงหา แต่ปีหน้ามี 2 เทศกาล คือ Field Day Festival จะอยู่ก่อน Glastonbury หนึ่งวัน เค้าอยากให้กลับไปเล่นที่อังกฤษเลยคุยกันว่าถ้าสามารถเล่นที่ Field Day และ Glastonbury ได้ ก็น่าจะไปกันก่อนล่วงหน้า เพราะเราต้องเลือกเวลาไปทัวร์ว่าราจะโฟกัสงานไหนเป็นหลัก ตั้งแต่มิถุนา กรกฎา และสิงหา มันมีเยอะมาก แค่เนเธอร์แลนด์ที่เดียวมี 154 งาน ทั้งยุโรปมีเกือบพัน เราต้องเลือกอันที่เราต้องการจะไปมากที่สุดแล้วค่อยทำบุ๊คกิ้งรอบๆ เมืองนั้น อีกเรื่องหนึ่งคือเราไม่อยากไปนาน หนีึ่งเดือนนี่เยอะสำหรับเราแล้ว เพราะมันจะมีเรื่องของความเหนื่อย เรื่องของสุขภาพ หรือเรื่องงานของแต่ละคนที่ทำโปรเจกต์ทิ้งไว้ที่กรุงเทพฯ ถ้าจะไปกันเกินเดือนก็งานเข้า

คำเม่า: กลับมาปั้นข้าวเหนียวไม่ได้เลย (หัวเราะ…)

 

 

นอกจาก ‘พิณ’ และ ‘แคน’

– มาฟท์ไซ: มันแล้วแต่คอนเซ็ปต์ที่เราจะทำ ตอนนี้เป็น 21st Century Molam ต่อไปน่าจะมีส่วนผสมของดนตรีอิเลกทรอนิกส์เข้ามา เราไม่ได้อยากชูเครื่องดนตรีพื้นบ้านไทยอย่างเดียว เราอยากมีส่วนผสมอย่างอื่นให้มันน่าสนใจมากขึ้นในตลาดโลก เพราะโปรเจกต์เราไม่ได้อยู่แค่ในเมืองไทย เราไม่ได้หยิบของเก่ามาอนุรักษ์อย่างเดียว แต่เราอยากจะผลักให้ดนตรีแนวนี้มันไปไกลที่สุดเท่าที่จะสามารถไปได้ ดังนั้นบางเพลงอาจจะเป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านอย่างอื่น หรือบางเพลงอาจจะมีส่วนผสมของอิเลกทรอนิกส์เข้ามา จริงๆ เรามีแพลนอยากจะใช้เครื่องดนตรีหลายๆ ชิ้น แต่พอเอาเข้ามาใช้จริงๆ มันอาจจะไม่เข้าก็ได้ มันอยู่ที่ development ที่เราต้องทำไปเรื่อยๆ

อาร์ม: สำหรับผมๆ อยากหนี เวลาไปเทศกาลดนตรี คนจะมองว่าเครื่องดนตรีมาจากประเทศไทย แปลกดี เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ผมอยากให้มองว่าวงนี้เป็นวง funk วงนึง มากกว่าที่จะมองว่าวงนี้มาจากประเทศไทย มีเครื่องดนตรีพื้นบ้าน

ปั๊ม: เราอยากจะนำเสนออะไรที่มันไปต่อได้ ไม่ใช่แค่เหล้าเก่าในขวดใหม่

 

ก้าวต่อไปของ Paradise Bangkok

มาฟท์ไซ: หลักๆ คือเราทำดนตรี ก้าวต่อไปเราคงไม่มองอย่างอื่นนอกจาก development ซาวด์ของหมอลำ ไม่ว่าจะเป็นเสียง เอฟเฟกต์ วิธีการเล่น หรือส่วนผสมที่แตกต่างจากหมอลำแต่ยังเป็นหมอลำอยู่ ตอนนี้เราทำคอนเซ็ปต์ 21st Century Molam ก้าวต่อไปต้องบียอนไปมากว่ากว่าศตวรรษที่ 21 มันต้องเป็นอะไรที่ใหม่กว่าที่เราทำขึ้นมา อาจจะมีเรื่องของลายที่ไม่ได้มาเต็มทั้งเพลง มีเรื่องของเอฟเฟกต์ที่จะใช้มากขึ้น มีเรื่องของอิมโพรไว์เซชั่น ทุกอย่างที่เราทำมาคูณสอง

ปั๊ม: พยายามจะสร้างประสบการณ์ทางเสียงใหม่ๆ จากเครื่องดนตรีอีกสานในแนวหมอลำครับ

 

Writer : Mintra Ruengsakvichit
Photographer : Suppha-riksh Phattrasitthichoke
Location : Studio Lam

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s