screen-shot-2558-06-08-at-5-36-39-pm


 

As I walk through this wicked world searching for light in the darkness of insanity… –Sofia Coppola


             

ทันทีที่ได้ยินข่าวร้ายว่า Sofia Coppola ได้ถอนตัวจาก The Little Mermaid ในเวอร์ชั่นที่ใช้คนแสดงให้กับค่าย Universal Pictures ความรู้สึกเซ็งอย่างบอกไม่ถูกก็ถาโถมเข้ามาอย่างเต็มที่ เพราะหลังจากที่ตัวอย่างของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ออนแอร์ลงใน Youtube เราก็ตั้งตารอคอยมันมาเกือบหนึ่งปีเต็ม

ทำไมถึงเซ็งหน่ะเหรอ? ก็เพราะเธอเป็นหนึ่งในผู้กำกับหญิงที่เราชื่นชอบมากที่สุด และไม่ใช่เพราะ Sofia เป็นลูกสาวของ Francis Ford Coppola ผู้กำกับชาวอเมริกันระดับเทพที่ฝากผลงานไว้ใน The Godfather ทั้ง 3 ภาค หรือเป็นเซเลบริตี้ที่มีคนดังๆ รายล้อมแต่อย่างไรหรอกนะ แต่ลูกไม้ใต้ต้นของ Francis Ford Coppola คนนี้ ได้กระแทกใจเราอย่างจังในฐานะของนักเขียนบท ผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์นอกกระแส และเป็น muse ให้กับสุดยอดแบรนด์ไฮแฟชั่นอย่าง Chanel และ Marc Jacobs เป็นที่รู้กันดีในหมู่คนรักการดูหนังอยู่แล้วว่าหนังแต่ละเรื่องของ Sofia มักจะเต็มไปด้วยเคมีที่น่าสนใจจากตัวเธอมาสะท้อนลงสู่ภาพยนตร์ อย่าง Lost in Translation ผลงานชิ้นเอกที่ส่งให้เธอเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม และสาขาเขียนบท ซึ่ง Sofia ได้นำประสบการณ์จริงที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในโตเกียวคนเดียวหลังเรียนจบมาเขียนเป็นบทภาพยนตร์เรื่องนี้ Lost in Translation เล่าถึงความเหงา ความโดดเดี่ยว และความอ้างว้างของคนแปลกหน้า 2 คนที่ีอยู่ท่ามกลางมหานครโตเกียวเมืองหลวงที่มีความสับสนวุ่นวายที่สุดเมืองหนึ่งในโลก โดยมีดนตรีประกอบจากวงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟ อย่างวง Air กับเพลง Alone in Kyoto วง My Bloody Valentine กับเพลง Sometime หรือวง The Jesus and Mary Chain กับเพลง Just like Honey ขับเคลื่อนให้อารมณ์ดำดิ่งลงไปสู่ความเหงาแบบสุดขั้วหัวใจ

LOST IN TRANSLATION
LOST IN TRANSLATION de SofiaCoppola avec Scarlett Johansson, 2003

จะว่าไปแล้วตัวละครหลักส่วนใหญ่ของ Sofia มักจะเป็นผู้หญิงที่ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ไม่สมหวัง และกำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ The Virgin Suicides ภาพยนตร์ยาวเรื่องแรกของเธอที่สร้างจากนิยายขายดีชื่อเดียวกันของ Jeffrey Eugenides ก็มีส่วนที่หยิบเอาประเด็นนี้มาใช้เช่นกัน เพียงแต่ในหนังเรื่องนี้เธอตั้งใจจะสื่อสารเรื่องปัญหาวัยรุ่น ครอบครัว และช่องว่างระหว่างวัยออกมาอย่างหมดจด The Virgin Suicides เป็นเรื่องราวของครอบครัว Lisbon ที่มีลูกสาววัยรุ่น 5 คน ซึ่งจบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายอย่างปริศนา Sofia เล่าเรื่องนี้ผ่านมุมมองของเด็กผู้ชายได้อย่างเป็นธรรมชาติ และทำให้คนดูหลุดลอยไปสู่โลกแห่งความอ้างว้าง เปลี่ยว เหงา ได้อย่างไม่ต้องพยายามที่จะเอาอะไรมาบีบให้ต้องรู้สึกแบบนั้น เธอไม่ได้ใช้ประเด็นการขาดความอบอุ่นในครอบครัวที่มีปัญหา แต่กลับเอาเรื่องของความรักที่มากเกินไปของผู้ปกครอง โดยที่ไม่ได้เข้าใจในตัวลูกๆ จริงๆ มาเล่น แล้วถ้าดูดีๆ จะรู้ว่า Sofia มักจะสอดแทรกสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงปัญหา หรีือเรื่องราวต่างๆ เอาไว้ในหนังทุกเรื่องของเธอ ผู้กำกับสาวที่ทั้งเก๋ และเก่งคนนี้ได้เปรียบเปรยครอบครัว Lisbon กับต้นไม้หน้าบ้านที่ถูกติดป้ายว่าจะต้องโดนตัดทิ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้โรคระบาดแพร่ไปยังต้นไม้ต้นอื่นๆ ที่อยู่บริเวณนั้น ภายนอกต้นไม้ต้นนั้นดูปกติดี แต่ที่จริงมันตายไปตั้งแต่แรกแล้ว ครอบครัว Lisbon ได้พยายามที่จะขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ตัดต้นไม้โดยไม่ได้คำนึงถึงปัญหา หรืออาการที่ซ่อนอยู่ภายใน สุดท้ายแล้วพวกเขาก็รักษามันไว้ไม่ได้ ต้นไม้ได้ถูกโค่นลงในที่สุด นี่ก็น่าจะเป็นส่วนที่สะท้อนถึงปัญหาครอบครัว Lisbon ออกมาได้อย่างตรงจุดที่สุดด้วย

004-sofia-coppola-theredlist

ประเด็นความเปลี่ยวเหงา หรือความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวยังถูกนำมาใช้ต่อยอดทั้งใน Marie Antoinette และ Somewhere ถึงแม้ว่า Marie Antoinette จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าตีความ หรือดัดแปลงประวัติศาสตร์จนไม่เหลือชิ้นดีก็ตาม แต่เรารู้สึกว่าเธอเล่าเรื่องราวของหญิงสาวที่ต้องต่อสู้กับความโดดเดี่ยวคิดถึงบ้าน ซึ่งนำไปสู่ที่มาของราชินีที่รุ่มรวยรสนิยม สุรุ่ยสุร่าย สิ้นเปลือง และจัดเต็มเสื้อผ้าหน้าผมอยู่ตลอดเวลาออกมาได้อย่างดีโดยที่ไม่ได้แคร์สายตาใคร หนังเรื่องนี้มีส่วนที่โดดเด่นอยู่หลายอย่าง ทั้ง art direction ที่มีสีสันสดใส ฉากหลังของพระราชวังแวร์ซาย วัฒนธรรมป็อปที่ Sofia ใส่ลงมาอย่างเต็มที่จนทำให้มันดูเป็นหนังสมัยใหม่ที่มีบริบทเป็นประวัติศาสตร์ยุคเก่า รวมถึงดนตรีประกอบที่เป็นเพลงนอกกระแสจากศิลปินสุดเฟี้ยวอย่าง What Ever Happened จาก The Strokes, Ceremony จาก New Order หรือ Pulling Our Weight จาก Radio Dept มาสร้างอารมณ์ที่ดูเหมือนจะขัดกับการเล่าเรื่องย้อนยุค แต่กลับลงตัวและเท่อย่างสุดๆ และที่จะไม่พูดถึงเลยคงไม่ได้สำหรับคอสตูมสุดอู้ฟู่อลังการที่ทำให้ Marie Antoinette คว้ารางวัลออสการ์ในสาขาเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยมไปครอบครองด้วย มาถึงตรงนี้อย่าเข้าใจผิด หรือยกความดีความชอบให้กับทีมเสื้อผ้าเพียงอย่างเดียว เพราะ Sofia เองก็มีส่วนช่วยในเรื่องนี้อย่างเต็มที่เช่นกัน อย่างที่เราบอกไปข้างต้นว่าเธอเป็น muse ให้กับแบรด์ระดับท็อป จึงบอกได้ว่าเซ็นซ์ในด้านแฟชั่นของผู้กำกับสาวคนนี้ก็ไม่แพ้ใคร ตอนอายุ 16 Sofia เคยได้มีโอกาสฝึกงานทั้งกับ Chanel และ Karl Lagerfeld นอกจากด้านแฟชั่นแล้ว Sofia ก็ยังทำงานด้านภาพถ่าย รวมถึงศิลปะแขนงอื่นๆอีกด้วย นั่นจึงเป็นส่วนผสมสำคัญที่ีทำให้หนังทุกเรื่องของเธอมีดีเทลที่สวยงามและลึกซึ้งอย่างที่เธอตั้งใจสอดแทรกเอาไว้ด้วย

screen-shot-2558-06-08-at-5-28-24-pm

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Somewhere ถึงแม้ว่าจะยังมีความเหงาของตัวละครเอกที่ปกคลุมอยู่ในแง่ของเนื้อหา แต่ในเรื่องขององค์ประกอบภาพ Sofia พยายามที่จะเน้นความสมจริงของเหตุการณ์ โดยพยายามจัดหรือเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบต่างๆ ให้น้อยที่สุด ในส่วนของการถ่ายทำก็เลือกใช้การ hand-held ติดตามตัวละคร 2 พ่อลูกอย่างเรียบง่ายเท่านั้น ส่วนผลงานล่าสุด เรื่อง The Bling Ring ที่หยิบเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของแก็งค์วัยรุ่นอเมริกันที่ให้คุณค่ากับวัตถุนิยม คลั่งไคล้ในแฟชั่น บ้าเซเลบดาราฮอลลีวูด และมีค่านิยมแบบผิดๆ จนต้องบุกเข้าไปขโมยของในบ้านของดาราดังก็ดูจะฉีกแนวออกไปจากหนังเรื่องที่ผ่านๆมา จะเห็นได้ว่าหนังทุกเรื่องของเธอมักจะเต็มไปด้วยประเด็นที่น่าสนใจ ชวนให้ติดตามไปกับอารมณ์ของตัวละคร โดยที่เกือบทุก เรื่องไม่ได้จบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้งด้วยซ้ำไป แต่สิ่งที่ทำให้น่าติดตาม และร่วมลุ้นไปกับตัวละครก็น่าจะอยู่ที่ลายเซ็นต์ที่ชัดเจนของเธอทั้งในเรื่องของ art direction ที่จัดจ้านสวยงามในแบบฉบับ pop culture องค์ประกอบทางด้านศิลปะ แฟชั่น สัญลักษณ์ที่ซ่อนอยู่ภายในภาพยนตร์ การปล่อยอารมณ์เหงา และโดดเดี่ยวเข้าสู่จิตใจของผู้ชม ความเป็นดราม่าชั้นดี การแสดงอันยอดเยี่ยมของทีมนักแสดง รวมถึงรสนิยมการฟังเพลงอันเป็นเลิศของเธอที่ทำให้ภาพยนตร์แต่ละเรื่องนั้นมีดนตรีประกอบที่แปลกไปจากภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่เราเคยเห็นมา โดยรวมแล้วเรารักผลงาน และคลั่งไคล้สไตล์ส่วนตัวของเธอเข้าอย่างเต็มๆ

Writer : Mintra Ruengsakvichit

Image : The Virgin Suicides (1999) / Lost in Translation (2003) / Marie Antoinette (2006)

 


 


 


 


 


 


 


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s