Rolling Wild

dsc_3248

 

แค่ชื่อก็ตรงตัวแล้วว่า Rolling Wild ที่ถือกำเนิดโดยกลุ่มคนที่มีแนวคิดแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ อย่าง แชมป์ ชูเกียรติ วงศ์สุวรรณ และ ณัฐ ณัฐพรรณ แย้มแขไข นั้นมีจุดมุ่งหมายที่จะผลิตงานสารคดีที่เกี่ยวกับธรรมชาติโดยเฉพาะ แต่ความพิเศษ หรือแตกต่างของ Rolling Wild ที่เราบอกไปข้างต้นก็ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เพราะมันอยู่ตรงที่พวกเขาใช้ฟิล์ม 8 มม. ซึ่งเป็นฟิล์มที่ขึ้นชื่อว่าไม่มีแล็ปในเมืองไทย และไม่มีใครรับล้างมาเป็นตัวสร้างสรรค์ผลงานต่างหากล่ะ!

 

dsc_3279_1

ความหลงใหลในฟิล์ม 8 มม.

แชมป์: สมัยเรียนเราไม่มีตังแล้วอาจารย์ให้ทำา MV อะไรก็ได้ที่ใช้ฟิล์ม ในห้องมีอยู่ 20 คน แบ่งกลุ่มกัน 9 คน 2 กลุ่ม แล้วเหลือเรากับรุ่นพี่ที่ซิ่วอีกคนหนึ่ง กลุ่มเพื่อนๆ รวมเงินกันได้ 4-5 หมื่น เค้าก็มีงบที่จะถ่ายด้วยฟิล์ม 35 มม. เป็นระบบสตูดิโอ อุปกรณ์ครบ อีกกลุ่มนึงเงินน้อยลงมาหน่อยก็เลือกถ่ายด้วยฟิล์ม 16 มม. ส่วนเรากับรุ่นพี่มีกันอยู่ 2 คน งบน้อยก็ต้องใช้ 8 มม. อย่างไม่มีทางเลือก ถ่ายและกำกับ MV กันเอง สมมุติว่าพรุ่งนี้เป็นวันส่งงานเราไปถ่ายเอาวันนี้ เริ่มงานตอน 10 โมง ถ่ายเสร็จมาคิดเรื่องกันตอนเย็น พอมาถึงขั้นตอนเทเลซีน (กระบวนการเปลี่ยนจากฟิล์มให้เป็นไฟล์ดิจิตอล) กลุ่มอื่นเค้าเอาเข้าแล็ปกันได้ แต่ฟิล์ม 8 มม. มันไม่มีแล็ปเทเลซีนในเมืองไทย คือเราลืมคิดเรื่องเทเลซีนไปเลย

dsc_3206

ตอนนั้นแก้ปัญหายังไงกับเรื่องเทเลซีน

แชมป์: มันเป็นการเอาตัวรอด ถ้าไม่ทำาก็ไม่รอด แล้วจะไปพึ่งใครวะ อันนี้คือโจทย์ ไม่มีเงินด้วยก็เลยต้องหาวิธีประดิษฐ์ และทดลองกันไป

 

ผลลัพธ์ที่ออกมา

แชมป์: ชอบมาก ตอนนั้นล้างเป็นครอสโพรเซส เราใช้ฟิล์มยูนิเวอร์แซลล้างน้ำายาสี คืองานทดลองแบบนี้ ตัวชิ้นงานที่ออกมามันก็จะไม่ปกติอยู่แล้ว คือมีภาพขึ้น แต่จะได้เอฟเฟกต์ประหลาดๆ เราว่ามันมันส์ดี อันนั้นส่งประกวดด้วย คืออาจารย์บังคับให้ส่งประกวดทุกกลุ่ม

นัท: ส่งประกวด MV ของ Channel V

แชมป์: ของเราเข้ารอบ 10 ทีม สุดท้าย เป็นทีมเดียวที่ใช้ฟิล์ม 8 มม. คนก็ฮือฮากัน

 

เลยส่งผลให้เราคลุกคลีกับฟิล์มจนมาถึงวันนี้

แชมป์: มันเป็นผลพวงมา เพราะหลังจากงานชิ้นนั้นเราก็ไม่ค่อยได้สัมผัสกับงาน 8 มม. เท่าไหร่ ยุคนั้นใครจะมีตังซื้อฟิล์มวะ ตอนเรียนเรารับจ้างล้างฟิล์มใช้น้ำยาที่โรงเรียนนั่นแหละ แต่มีเพื่อนที่ขี้เกียจออกแรงเลยมาจ้างเราล้าง พอเรายิ่งล้างมันก็ยิ่งได้ประสบการณ์ เราทำจนเราพอจะควบคุม หรือเข้าใจว่าวิธีแบบไหนจะได้เอฟเฟกต์ยังไง อันนั้นเกิดจากที่เราได้ทำาบ่อยๆ อันนี้เราหมายถึงการล้างภาพนิ่งนะ จริงๆ ไม่มีใครถ่าย 8 มม. ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว

dsc_3192

Rolling Wild

นัท: มันเริ่มมาจากพี่มนต์ (ปฐมพล เทศประทีป) เค้าเป็นคนทำหนังที่ค่อนข้างมุ่งเน้นด้านศิลปะด้วย คือเค้ามีโปรเจกต์ที่ต้องการจะฉายงานที่หอศิลป์กรุงเทพฯ มีงานของศิลปินหลายคนของพี่มนต์เป็นหนึ่งในโปรแกรมนั้น เค้าอยากถ่ายฟิล์ม 8 มม. พี่มนต์เค้าไปหาที่ล้างก็เลยรู้ว่าในเมืองไทยมันไม่มี พอดีเค้ารู้จักกับแชมป์อยู่แล้วเค้าเลยนึกถึงแชมป์ขึ้นมา

แชมป์: ตอนที่เราช่วยอาจารย์ล้างฟิล์มก็ยังมีคนส่ง 8 มม. มาล้างบ้าง แต่อาจารย์ไม่ล้างเพราะมันเป็นเครื่อง 16 มม. แรงดึงมันเยอะ ถ้าร้อยเอา 8 มม. เข้าไป

มันมีโอกาสสูงที่จะฟิล์มหัก ถ้าเป็นแบบนั้นกระบวนการทำทุกอย่างจะมีปัญหา

นัท: พี่มนต์รู้ว่าแชมป์ล้างเป็น และอยากล้าง เค้าเลยโทรมาคุยว่าเค้ามีโปรเจกต์น่าสนใจ ตัวแชมป์อ่ะสนใจอยู่แล้ว แต่ก็บอกเค้าไปว่ามันมีความเสี่ยงนะ เพราะถ้า

ไม่ได้ทำในระบบของแล็ป ผลงานที่ออกมามันก็จะไม่เป๊ะ

แชมป์: เราบอกว่าเราไม่รู้ว่าภาพจะออกมาเป็นยังไง แต่เราล้างให้เกิดภาพได้ด้วยกระบวนการที่เรามี

นัท: สรุปก็คือลองทำกันดู พี่มนต์ก็มาช่วยพวกเราทดลองด้วย

แชมป์: ล้างฟิล์ม 8 มม. 40 ม้วน จำานวนดูไม่เท่าไหร่นะ พอทำจริงๆ ก็เป็นเดือน ทำเต็มที่ตื่นมาล้างตั้งแต่ 8 โมง จนถึง 2 ทุ่ม ก็ได้แค่วันละ 4 ม้วน

 

ผลงานได้ไปฉายที่ไหนบ้าง

นัท: ‘Endless, Nameless’ ร่วมแสดงที่หอศิลป์กรุงเทพฯ ก่อนเลย แล้วก็ได้ไปตาม Film Festival ที่ลอนดอน

 

ผลตอบรับ

นัท: เราไม่รู้ผลตอบรับจากที่อื่น แต่กับการทำงานให้พี่มนต์ เค้าโอเคกับการที่ได้ทดลองไปด้วยกัน เราว่านั่นโอเคแล้วสำหรับเรา

 

หลังจากโปรเจกต์นั้น

นัท: มีน้องนิสิตนิเทศศิลป์จุฬาฯ กำลังทำทีสิสจบเป็นinstallation มันมีหลายอย่าง แล้วเค้าอยากได้ช่องนึงเป็นฟิล์มเหมือนเป็นภาพในหน้าต่างแทนความฝัน น้องเค้าติดต่อมาว่ารับล้างฟิล์มรึป่าว เค้าถ่ายเสร็จแล้วอยากให้ล้าง คืองานค่อนข้างเร่ง เหลือเวลาอีก 2-3 อาทิตย์ต้องแสดงงานแล้ว ซึ่งงานนี้น้องเค้าถ่ายมาเป็น

ยูนิเวอร์แซล แต่น้ำยาที่เรามีมันเป็นเนกาทีฟ แชมป์เลยคุยกับน้องดูว่าลองครอสโพรเซสมั้ย จะได้ไม่ต้องหาซื้อน้ำยาใหม่ ไม่งั้นจะเสียเวลาไปอีก น้องก็โอเค เราก็ทำให้เลย

dsc_3133

เราสนใจอุปกรณ์แต่ละชิ้นของ Rolling Wild

แชมป์: มีสองอย่างที่ซื้อมา แท้งค์ล้างที่บิดมาจาก eBay ขั้นตอนการล้างจะใช้ตัวนี้ทำหมดเลย แล้วก็มีตัวตัดต่อที่ซื้อมา อันนี้ได้มาจาการไปทำเทเลซีนกับเค้า ส่วนที่ทำเองจะเป็นที่ตากฟิล์ม ทำจากล้อจักรยานผสมกับราวตากผ้า

นัท: หลักการมันคืออะไรก็ได้ให้เป็นที่ตากและหมุนได้ พอมันหมุนได้มันก็จะรันฟิล์มไป

แชมป์: ไอเดียมันมาจากล้อตากฟิล์มที่เราเคยเห็นมันมีรูปทรงคล้ายๆ แบบนี้ พอเราเห็นล้อจักรยานกับราวตากผ้า มันก็ลงตัวเลย คือมันเข้ากันไง อันนี้มันรับใช้

เราได้ดีมาก นอกจากนั้นก็เป็นพวกถ้วยถังกะละมังหม้อ

นัท: เหมือนโปรเจกต์พี่มนต์เป็นงานศิลปะ แล้วเค้าไม่ได้มีต้นทุนเยอะ เราก็อยากช่วยให้เต็มที่

แชมป์: แค่ซื้อแท้งค์เงินก็หมดแล้ว

 

ที่กำลังทำอยู่นี่มันไม่ได้สร้างรายได้

แชมป์: มันจะสร้างอะไรได้

นัท: อย่างโปรเจกต์หนังก็ได้เงินนะ แต่เหมือนเราร่วมกันทำผลงานศิลปะมากกว่า เงินเลยจะถูกใช้ไปกับค่าอุปกรณ์

 

Writer : Mintra Ruengsakvichit
Photographer : Tanapol Kaewpring
Special Thanks : Rolling Wild / Chukiat Wongsuwan / Nuttaphan Yamkhaekhai

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s