ฟอน พาน ไบค์เกอร์สาวสวยจากประเทศสิงคโปร์ที่มีคน follow หลายหมื่นคนในบล็อกของเธอ

(vaunephan.blogspot.com) และอีกนับหมื่นคนในเฟสบุ๊คแฟนเพจ จากความน่ารักปนเซ็กซี่และการขี่รถ

อย่างจริงจัง แถมยังสามารถถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวหนังสือและภาพถ่ายได้อย่างสนุกน่าติดตาม 

ฟอนขี่รถ Ducati Hypermotard 796 แทนรถสตีททั่วๆ ไป และเริ่มต้นผจญภัยแบบเอ็กซ์ตรีมโดยการท่องเที่ยว เดินทางคนเดียวเป็นระยะทางไกลจากบ้านเกิดจนถึง

Base camp ภูเขาเอเวอร์เรส นับว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวฟอนยังเป็นบล็อกเกอร์ที่มีสปอนเซอร์มากมาย และเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับอีเว้นต์ใหญ่ อย่าง Singapore Bike Week ที่กำ ลังจะมาถึงด้วย ในบ้านเราก็มีแฟนคลับของฟอนอยู่ไม่น้อย ดังนั้น Women Ride ฉบับพิเศษของ RUBBERS Magazine จึงขาดเธอคนนี้ไม่ได้ RUBBERS มีโอกาสได้สัมภาษณ์เธอบนรถยนต์หลังจากรับเธอที่เครื่องบิน เธอใส่กางเกงยีนส์

รัดรูป เสื้อแจ็คเก็ตและรองเท้าบูทสำหรับขี่มอเตอร์ไซค์กับเป้หนึ่งใบ พร้อมหมวกกันน็อค มีเท่านี้จริงๆ กับการเดินทางท่องเที่ยวในไทยครั้งนี้ของเธอ

 

ชีวิตวัยเด็ก

ตั้งแต่เด็กๆ ตอนอายุ 9 ขวบ ฉันชอบดูการแข่งขัน โมโตครอสมากๆ ทำ ให้อยากขี่รถแนวนี้มาตั้งแต่เด็ก จบการศึกษา Fashion Management จนกระทั่ง 8 ปีที่แล้ว ตอนนั้นยังทำ งานเป็นแอร์โฮสเตส ได้เห็นผู้หญิงขี่รถมอเตอร์ไซค์คันโตทำ ให้ตัดสินใจขี่รถ

 

ห่วงเรื่องความสวยไหมเวลาขี่รถ

ห่วงสิ (หัวเราะ) ฉันชอบแฟชั่น อยากทาเล็บสีสวยๆ ใส่เสื้อผ้าสวยๆ แต่งหน้าสวยๆ เหมือนผู้หญิงทั่วไปแหละชอบใช้เครื่องสำอางค์จากประเทศเกาหลีและอเมริกา ส่วนมากจะเป็น “water proof” รักการขี่มอเตอร์ไซค์และชอบแต่งตัว จนเป็นเรื่องเดียวกันไปแล้ว

 

สไตล์การแต่งตัว

Versatile ฉันชอบสไตล์ทะมัดทะแมงแบบผู้ชายหรือเซ็กซี่ได้แบบสุดๆ ขึ้นอยู่กับสถาณการณ์ ฉันไม่ค่อยยึดติดกับแบรนด์เท่าไหร่ ชอบมิกซ์แอนด์แมทช์เองมากกว่า

 

img_7982-copy

 

งานที่ทำ

เป็นงานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ส่วนบล็อกเกอร์คืองานอดิเรก

 

บล็อกเกี่ยวกับอะไรบ้าง

ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการเดินทางเพราะเมื่อมีเวลาว่างก็จะขี่รถท่องเที่ยวเสมอ มีช่วงหลังได้ไปทดสอบรถรุ่นใหม่ๆ รวมทั้งอุปกรณ์เซฟตี้ หรือแม้กระทั่งยางรุ่นใหม่ที่ออกมาสู่ท้องตลาด คงเป็นมุมมองของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ชอบขี่รถ ทำ ให้แบรนด์ใหญ่ๆ ให้ความสนใจ ที่สำคัญมันคือบทความที่ตรงไปตรงมา ดีก็บอกว่าดี ไม่ดีคือไม่ดี

 

การขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่สิงคโปร์

ที่ประเทศสิงคโปร์ไม่ง่ายเลยกับการขี่รถมอเตอร์ไซค์ โดยเฉพาะบิ๊กไบค์ เพราะใบขับขี่จะมีสามระดับ ทุกคนต้องเริ่มที่ 200cc และต้องใช้เวลา 1 ปี ก่อนที่จะสามารถขยับขึ้นไปที่ 400cc และใช้เวลาอีกหนึ่งปี ก่อนที่จะขี่รถบิ๊กไบค์ได้ พูดง่ายๆ เราต้องรอสามปีกว่าจะขี่รถทุกประเภทได้ คนสิงคโปร์ใช้รถแยกประเภทชัดเจน หนึ่ง ใช้ทำงานในชีวิตประจำ วัน สอง ใช้ขี่เล่นๆ แนวไลฟ์สไตล์ สาม ใช้ในการแข่งขัน ตัวฉันเองไม่เหมือนทั้งสามอย่าง มันคือไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยว และเริ่มเป็นอาชีพที่จับต้องได้

 

รถคันแรก

รถคันแรกของฉันคือ KTM EXC 200 เป็นรถวิบาก เพื่อนๆ มองหน้ากันแล้วพูดว่าไม่น่าจะรอด จากการที่เห็นฉันลงไปคลุกฝุ่น ดิน โคลน แถมยังล้มอีกหลายครั้ง แต่กลับตรงกันข้าม เพราะฉันขอร้องให้พามาที่สนามทุกวันสุดสัปดาห์ เงิบกันหมดทุดคน (หัวเราะ)

 

ให้คะแนนฝีมือตัวเอง

ไม่ใช่คนขี่รถเก่งเลยแม้จะเคยลงสนามแข่ง แต่ก็เป็นเพียงการแข่งกันเล่นๆ ยังต้องฝึกฝีมืออีกเยอะไม่กลัวหรือกลัวสิ ไม่มีใครสอนขี่รถด้วย กลัวแต่ความอยากมีมากกว่า สุดท้ายก็คิดว่าเกิดมาครั้งเดียวอยากทำตามความฝันก็ต้องลงมือ ถ้าไม่ใช่ตอนนี้แล้วต้องรอจนแก่หรือ

 

ทำไม “โมตาร์ด”

คงเพราะความชอบ Ducati มานาน ตัดสินใจเลือก Ducati Hypermotard เพราะชอบสไตล์นี้ รถมีน้ำหนักเบา คิดว่าเหมาะสุดแล้ว

 

ชีวิตเปลี่ยนมากไหมหลังจากนั้น

ก็เปลี่ยนนะ เพราะที่สิงคโปร์ไม่ค่อยมีผู้หญิงขี่มอเตอร์ไซค์ เพราะเรื่องคัลเจอร์หรือพูดง่ายๆ คือภาพลักษณ์ของบิ๊กไบค์คือ Bad Boy แก๊งกวนเมือง ทำให้หลายคนไม่กล้าแต่พอมีคนเห็นภาพลักษณ์ใหม่ๆ ที่เปลี่ยนไป ก็เริ่มยอมรับกันมากขึ้น ฉันอยากเห็นมันเป็นแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ที่สวยงาม ฉันเองก็ไม่ใช่ว่าต้องการจะเอาชนะใครหรืออะไร ที่ขี่รถเพราะชอบ ก็แค่นั้น

 

ทริปที่ผ่านมา

การขับขี่มอเตอร์ไซค์มีหลายประเภทที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทุกประเภทเหมือนโลกใหม่ๆ หลังจากการได้ขี่ Hypermotard ท่องเที่ยวจากสิงคโปร์ไปจนถึงทิเบต และ base camp ของภูเขา Everest โดยไปคนเดียวหนึ่งเดือน ประทับใจมากๆ เพราะผู้คนที่พบเจอนิสัยดีน่ารัก และที่ๆ ได้ผ่านไปก็ประทับใจมากๆ เพราะเป็นที่ๆ น้อยคนจะได้ผ่านไป

 

มีอะไรแนะนำ ไหมกับการเดินทางคนเดียว

จำ ได้ว่าก่อนเดินทางคิดว่าทุกอย่างง่ายมากๆ จนกระทั่งออกจากสิงคโปร์ก็รู้เลยว่าฉันคิดผิด! แต่เพราะทำการบ้านเยอะมาก และคิดอยู่เสมอว่าเป็นผู้หญิงคนเดียวห้ามทำ อะไรสุ่มเสี่ยง เช่น ไม่ขี่รถกลางคืนไปในที่เปลี่ยว ไม่จอดที่ปั๊มน้ำ มันนานเกินไป ฉันเรียนรู้การปะยางด้วยตัวเองก็แค่เอาเครื่องมือที่ต้องใช้ติดตัวไปอย่าให้ขาด สุดท้ายรถ

มาพังที่จังหวัดกาญจนบุรีเพราะน้ำ มันเครื่องแห้ง แต่โชคดีที่มันพังหน้าร้านซ่อมรถพอดี โชคดีมากต่างคนต่างพูดไม่รู้เรื่องใช้ภาษามือกัน สุดท้ายเขาก็ทำ ให้ฉันกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

 

อนาคตเล็งรถรุ่นไหนอยู่

ตอนนี้กลับมาอยากขี่รถสปอร์ตบ้างแล้วค่ะ Ducati 899 Panigale ยังรับไม่ได้กับท่อใหม่ของ 959 Panigale (หัวเราะ)

 

มาประเทศไทยครั้งนี้มาทำอะไร

เพื่อนๆ ขี่รถขึ้นมาจากสิงคโปร์เพื่อไปเชียงใหม่ แต่ฉันไม่มีเวลามากครั้งนี้ จึงบินมาแทนและขอยืมรถ Ducati Monster 821 จาก Ducati Chiangmai เพื่อขี่ไปดอยอินทนนท์และเชียงราย แล้วก็ช้อปปิ้งที่แพลทตินัมหนึ่งวันก่อนบินกลับค่ะ

 

เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้ใครบ้าง

มีชุดของ RS TAICHI จากประเทศญี่ปุ่น, หมวกกันน็อค HJC, เป็น Media Consultant ให้ยาง Pirelli Asia และงาน Singapore Bike Week ที่จะมาถึงในวันที่ 20-21 สิงหาคมนี้

 

ฝากอะไรถึงแฟนคลับไทยบ้าง

ขอบคุณที่คอยติดตามกัน อยากบอกว่าคนไทยโชคดีมากมีเมืองสวยๆ ให้ขี่รถได้อย่างสนุก ชอบเมืองไทยมาก แหล่งช้อปปิ้งที่ราคาถูกและดี สไตล์ต่างๆ ก็ทันสมัยตลอดเวลา

อย่าลืมไปทักทายกันที่บล็อก และเฟสบุ๊คนะคะ

 

PHOTOGRAPHER : MC SUPPHA-RIKSH PHATTRASITTHICHOKE
INTERVIEW BY : CAP”P”

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s