RB: ชีวิตนักแข่งของ Jeremy McWilliams

JM: ผมต้องมีสภาพร่างกายฟิตอยู่เสมอ มีระเบียบวินัยเคร่งครัดในการดูแลสุขภาพ ผมอยากมีใครสักคนออกแบบชีวิตให้ผมทำตามแบบง่ายๆ ในเมื่อไม่มีผมก็ต้องควานหาเองและมันใช้เวลานานมากกว่าจะค้นเจอแบบแผนที่ดี ทุกวันนี้ผมมีระเบียบวินัยในการจัดการตัวเองทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ สภาพจิตใจที่แข็งแกร่งสำคัญมากในการใช้ชีวิต หากมีอะไรแย่ๆ เข้ามาในชีวิตผมก็จะกำจัดมันออกไปอย่างรวดเร็วและดำเนินชีวิตด้านบวกต่อไป

นั่นคือธรรมชาติของไรเดอร์ คุณทำผลงานดีก็ดีไป หากพลาดต้องหาทางออกและกลับสู่โหมดที่เป็นบวก และเมื่อนำมาใช้กับชีวิตประจำวัน คุณจะชิลกับชีวิตของคุณ

RB: โปรเจค Super Duke เริ่มต้นอย่างไร

JM: KTM มีโปรเจค “P3” มาก่อนแล้วพวกเขารู้ว่าเขาต้องการ “THE BEAST” ผมมีหน้าที่ทดสอบมันในโลเคชั่นที่แน่ใจว่าไม่มีปาปาราซซี่แอบถ่ายรูปความลับนี้ได้ ตอนนั้น “The Beast” แตกต่างจากวันนี้โดยสิ้นเชิงเพราะมันดูเป็นรถสไตล์สปอร์ตและสูงจากพื้นไม่มาก ท่านั่ง แฮนด์บาร์ล้วนต่างจากปัจจุบัน หลังจากทดสอบกลับมาผมคิดว่ามันไม่ใช่และทาง KTM ก็บอกผมว่า “อยากทำอะไรก็ทำ”

RB: นั่นสิ แล้วทำอะไรกับมัน

JM: ทุกอย่างเลย ท่านั่ง แฮนด์บาร์ เบาะ ความสูงจากพื้น แต่มีข้อกำหนดมาบ้างว่าบางอย่างต้องเก็บไว้ เช่นห้ามทำให้เกิด “Self-Steering” หรือการที่รถจะมีอาการแฮนด์วูบเมื่อถึงจังหวะเลี้ยวความเร็วต่ำ รถจะต้องเป็นธรรมชาติมากที่สุด นี่แค่ยกตัวอย่าง

หลังจากนั้นผมกับทีม R&D ก็ใช้เวลาหลายเดือนที่ประเทศสเปนในบริเวณที่มีรั้วมิดชิดมั่นใจว่าไม่มีใครเห็นเรา ทำการหาทางจัดการกับเบสิคดีไซน์ของรถก่อน เมื่อปรับเปลี่ยนเป็นที่พอใจ WP Suspension ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับเราก็จัดโช้คสเป็คต่างๆ มาให้ทดลอง เราก็ทดสอบมันจนได้ข้อสรุปทั้งโช้คหน้าและหลัง ตำแหน่งแฮนด์บาร์ที่ต้องพอดิบพอดีกับเบรกและคลัตช์ ทุกอย่างสัมพันธ์กัน “The Beast” มีโจทย์ให้ขี่สนุกบนถนนและในสนามแข่ง

RB: นี่คือหัวใจของ The Beast?

JM: ใช่ ทุกคนมองว่าผมมาจากวงการแข่งรถผมต้องอยู่แต่ในสนามแต่มันไม่ใช่ ผมขี่รถบนท้องถนนพอๆ กับที่ผมใช้มันในสนาม ต้องใช้ความเร็วตั้งแต่ต่ำไปสูง Super Duke sinv The Beast จำเป็นที่จะต้องทำงานได้ดี “ทุกช่วง” ของการใช้งาน บนถนนหลวงที่พื้นผิวไม่ดีความเร็วต่ำไปจนถึงสภาพถนนเรียบกริ๊บ

RB: คิดอย่างไรกับ Ready to Race ในเอเซีย

JM: ผมคิดว่าทั่วทั้งโลกส่วนมากหลงใหลในแพชชั่น และเพอร์ฟอร์แมนซ์เมื่อพูดถึงการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์มันไม่ใช่แค่ออสเตรียแต่นี่คือธรรมชาติของคนขี่รถเหมือนคุณเหมือนผม KTM ทำรถออกมาเพื่อคนที่มีความรู้สึกเหมือนพวกเรา เมื่อเขาเข้าใจตัวเขาเขาก็เข้าใจเรา

RB: พูดถึงแบรนด์ และโรงงาน

JM: KTM ถือเป็น โกลบอลแบรนด์ เรามีด้วยกัน 5 โรงงานที่ผลิตรถต่างรุ่นต่างสถานที่แต่สิ่งที่เราอยากสื่อออกไปคือไม่ว่ารถจะมีซีซีเล็กหรือใหญ่ คำว่า Ready to Race จะมาก่อนเสมอ พนักงานของเราจำเป็นที่จะต้องขี่รถเป็น ตั้งแต่พนักงานบัญชีไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง เรามีสนามฝึกขี่รถที่ให้พนักงานได้ใช้ในช่วงพัก สิ่งเหล่านี้สำคัญสำหรับเรา ไม่ใช่แค่พูดแต่ต้องทำจริง

RB: ทำไมถึงออกตัว Duke 250 และ RC250 ทั้งๆ ที่มี 200 และ 390 อยู่แล้ว

JM: ผมรู้ว่าคุณต้องถาม (หัวเราะ) ทั้ง Duke250 และ RC250 มีขายเฉพาะในเอเซียเท่านั้นเพราะมันเหมาะกับตลาดนี้มันพัฒนามาจาก 390 ส่วน Duke 200 และ RC200 มีรากฐานมาจากเครื่องยนต์บล็อก 125cc อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือเรื่องของกฏหมายในแต่ละประเทศที่ต่างกัน

RB: Duke It สำคัญอย่างไรกับ KTM

JM: Duke It เกิดจากที่ประเทศไทยนี่เอง และพวกเราก็ชอบมากจึงนำกลับมาใช้อีก มันคือแสลงเก๋ๆ ที่มีความหมายว่า “มาแข่งรถกัน” มา Duke กัน อะไรประมาณนี้ มันคือการมาเล่นกันในสนามขณะเดียวกันก็เป็นวันของสื่อมวลชนที่จะได้ทดสอบรถของเราทุกรุ่นได้ทำความเข้าใจกับแบรนด์รวมไปถึงดีลเลอร์ของเราด้วย

RB: The Beast ในสนามแข่งได้เปรียบรถสปอร์ตเหรอ?

JM: เชื่อหรือไม่ว่าเราทำมันขึ้นมาเพื่อ “เก็บ” รถสปอร์ต และเราก็ทำมันบ่อยมากด้วย Super Duke ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการแข่งขันได้สบายๆ มันเข้าโค้งได้อย่างได้เปรียบคู่แข่ง และยังมีท่านั่งที่สบายขี่ได้นาน เอาเป็นว่าน้ำมันไม่หมดไม่มีเลิก ถ้าเป็น Endurance ยิ่งได้เปรียบมากๆ

RB: The Signature ของ The Beast

JM: ท่านั่งและถังน้ำมัน ผมไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องนั่งลอยๆ อยู่บนรถ Super Duke จึงถูกออกแบบมาให้มีลักษณะที่ “จม” ลงไปในตัวรถ ถังน้ำมันถูกออกแบบให้มีโหนกสูงขึ้นเพื่อรองรับ แน่นอนเครื่องยนต์ขนาดใหญ่แบบนี้ตัวคนขี่รถจำเป็นจะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับรถ มันกำจัดการเสียดทานของลมได้ในระดับหนึ่ง

หากคุณสูงสองเมตรคุณก็สามารถเข้ากับรถได้อย่างสบาย หรือแม้คุณจะสูงเพียง 1.60 เมตร คุณก็ยังขี่ได้อย่างไม่เคอะเขิน ที่คืออาวุธของเรา

RB: ปัญหาเรื่องสภาพอากาศร้อนกับ KTM

JM: เราทดสอบรถในสภาพอากาศที่ร้อนสุดๆ เย็นสุดๆ มาแล้ว และเป็นระยะเวลานานด้วยเจอสภาพอากาศที่เมืองไทยยอมรับว่าร้อนมากแต่เชื่อเถอะว่าไม่มีปัญหาเรื่องนี้แน่นอนครับ

RB: จะมีอะไรที่เจ๋งกว่านี้อีกไหมในอนาคต

JM: (หัวเราะ) เป็นคำถามที่ดีมาก เรากำลังจะเริ่มแล้วครับและพวกคุณจะต้องมีเซอร์ไพรส์แน่นอน เพราะมันจะต้องทำให้ตาของคุณต้องเบิกโพลง แต่อย่าถามนะว่าเป็นรถอะไร ผมไม่มีทางบอกหรอกแต่มันคือ Evolution ของการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ที่มาจากประสบการณ์จริงที่มาจากผลแห่งความสำเร็จของเรา ที่เหลือผมพูดต่อไม่ได้แล้วครับ

RB: เครื่องยนต์สองสูบเรียงหรือ?

JM: เรื่องนี้ไม่เป็นความลับแล้วเพราะที่ยุโรปก็เริ่มปล่อยข่าวออกมาพักใหญ่แล้วครับ เป็นรถขนาดกลางอีกรุ่นหนึ่งของเรา

RB: พูดถึงรถที่เปิดตัววันนี้ KTM 1290 Super Duke R Special Edition

JM: แน่นอนว่ามันมาพร้อมอุปกรณ์ติดรถที่พิเศษกว่าทุกรุ่นด้วยระบบช่วงล่าง และสีพิเศษที่ติดรถมา และจำทำการผลิตรถรุ่นนี้เพียง 1 ปีเท่านั้น ดีลก็คือไม่ได้จำกัดจำนวนแต่ลูกค้ามีสิทธิ์สั่งภายในปีนี้เท่านั้น

RB: The Beast ในมุมของคุณ

JM: ผมไม่หลงใหลในรถสไตล์ Supersport อีกต่อไปแล้ว ผมขี่รถมาทุกประเภท เมื่อมองหาตัวเอง ผมชอบรถแรงแต่ผมก็ไม่อยากก้มอีกต่อไป อยากได้รถที่ทำได้หลายอย่างในร่างเดียว ใช้ทุกวัน ซ้อมในสนามแข่ง หรือไปเที่ยวไกลๆ นั่นแหละครับ รถในอุดมคติของผม มันไปได้จากจุดธรรมดาๆ ไปจนถึงจุดสูงสุดของรถแข่งในสนามแข่ง

PHOTOGRAPHER : TANAPOL KAEWPRING
INTERVIEW BY : CAP”P”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s