อัศวินม้าขาวตัวจริง! มันคือไอคอนของ RUBBERS ในมือคุณนี้คือรถโมเดลที่เรีกได้ว่ากู้วิกฤตทางการเงินของ BMW ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเพราะ BMW ประสบปัญหาเรื่องการเงินอย่างหนักจนกระทั้ง เจนแรกของโมเดลนี้ถูกสร้างขึ้นมาก่อนโดยใช้ชื่อว่า “BMW New Class” กับเครื่องยนต์ OHC 1500cc ซีดาน สีสูบ รหัสเครื่องยนต์ M10 หรือ M115 ในยุคนั้น

BMW New Class ไม่ได้ประสบความสำเร็จเปรี้ยงปร้าง จนกระทั่งปี ค.ศ.1968 BMW ขึ่งเปิดตัว BMW 2002 หรือ “O2” และนี่แหละที่คือของจริงกับคลาส “Sport Sedan” ซึ่งเป็นครั้งแรกที่โลกได้มีรถที่ใช้งานได้หลายรูปแบบแถมยังขับขี่สนุกอีกด้วย เพราะสี่ที่นั่งของมันและพื้นที่ขนาดใหญ่ในที่เก็มสัมภาระด้านหลังนั้นโดนใจผู้ใช้เป็นอย่างมาก อีกทั้งเครื่องยนต์สองลิตรที่เติมความแรงแบบเหลือๆ มากับช่วงล่างเกรดดีทำให้มันทำยอดขายได้ถึง แปดแสนคัน

BMW 2002 ยังคงมีดีไซน์ที่แขวนอยู่บนแพลทฟอร์มของ รุ่น 1602 แต่วางเครื่องใหม่ 2000cc 115แรงม้า กับช่วงล่างอิสระสี่ล้อทำให้การควบคุมรถนั้นดีมากๆ แถมในตลาดยุโรปยังมีรุ่น 2002ti ซึ่ง “ti” หมายถึง Touring International ที่ใส่คาบูเรเตอร์ โซเล็กซ์คู่ เพิ่มม้าให้เป็น 120แรงม้า และยังมีแคมชาฟท์ 300องศามอบให้ถ้าอยากแรงกว่านั้น

ไม่พอ! ในปี 1972 รหัส 2002tii ถูกส่งลงมาเป็นตัวท้อป ด้วย “Touring International Injected” พร้อมระบบหัวฉีด Kugelfischer เติมม้าเข้าไปอีกเป็น 135 แรงม้า ในรุ่นนี้มีระบบเบรกที่ดีกว่าเดิม มีล้อที่ขนาดใหญ่กว่าเดิม ช่วงล่างที่แน่นกว่าเรียกว่าเป็นที่สุดของรุ่นก็ว่าได้และควรแก่การเก็บไว้ในครอบครอง

ในปี ค.ศ. 1974 เจ้า 2002 มาถึงจุดที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ด้วยการเปิดตลาดสู่อเมริกาทำให้ต้องปรับปรุงสเปคขนานใหญ่เช่นกันชนใหญ่ขึ้นทำจากวัสดุที่ยึดหยุ่นได้และไฟท้ายสี่เหลี่ยมแทนที่ทรงกลมสุดเซ็กซี่ในปีก่อน กระจังหน้าถูกเปลี่ยนให้เป็นพลาสติก

เครื่องยนต์นี่สิที่มีการใส่เทอร์โบเข้าไปเพิ่มม้าเข้าไปอีกเป็น 170 แรงม้า และที่คือครั้งแรกของ BMW ที่จัดชุดเทอร์โบชาร์จเทคโนโลยีให้รถของเขา

ในปี ค.ศ. 1976 ไลน์การผลิตของ “O2” ก็หยุดลงเพราะมันถูกแทนที่โดย BMW ซีรี่ 3 ซึ่งได้ถือเป็นความต่อเนื่องกับสายพันธุ์ “Sport Sedan” แต่เชื่อไหมว่า 40 ปีให้หลัง “O2” ของเรายังเห็นได้ตามถนนและมันยังโคตรดูดีอยู่เลยจนเป็นที่มาของ “ไอคอน” ของเราในเล่มนี้

ในเมื่อแรงได้ที่ก็หนีไม่พ้นกานเข้าร่วมการแข่งขันในรายการ European Touring Car Championship โดยมีสำนักแต่งแนวหน้าอย่าง Schnitzer และ Alpina ส่งรถเข้าแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

และแน่นอนว่า 40 ปีให้หลังยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่หลงใหลใน BMW 2002 และพามันกลับมาป่วนในสนามแข่งในรายการ Classic Car Racing

และคันที่อยู่ตรงหน้าคุณคันนี้ก็เป็นรถที่ทำเอาไว้เตรียมลงแข่งในรายการนี้และเจ้าของรถ เราก็รู้จักคุ้นเคยกันดีกับ “ภูริ หิรัญพฤกษ์” นักแสดงชื่อดังที่เรารู้กันดีในวงการว่าเขามีรถเจ๋งๆ หลายคันไว้ในครอบครอง

“รถคันนี้เดิมเป็นของเพื่อนรักที่เป็นนักแข่งรถ “อู๋วินเทจ” แต่เขามีรถแข่งหลายคันไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึงจึงปล่อยคันที่ไม่ค่อยได้ใช้งานออกมา ผมก็ได้มันมาแบบง่ายๆ ครับ” ภูริ บอกกับเรา

“ที่ชอบ BMW 2002 มากๆ ก็เพราะว่า คุณพ่อเคยบอกว่าตอนหนุ่มๆ เคยใช้มาก่อนและขับสนุกมาก พอได้เห็นตัวจริงก็ชอบในรูปลักษณ์ของ รู้สึกว่าสวยแบบคลาสสิค เล็ก แต่แรง แต่งแนวเรซซิ่งแล้วมีสเน่ห์มาก ใจจริงแล้วชอบไฟท้ายกลมมากกว่า เพราะเป็นปีแรกๆ และไฟกลมที่ว่ามันสวยมากๆ แต่ข้อดีของปีหลังๆ คือมันมีชุดแต่ง ตั้งแต่เครื่องยนต์ ชุดซุ้มล้อที่ตีโป่งออกมาคลุมได้อย่างลงตัว เจ้าของเดิมทำออกมาพร้อมลงสนามแข่ง” ภูริ กล่าวต่อ

เท่าที่เราเห็นคือเครื่องยนต์ที่มาพร้อมคาบูเรเตอร์คู่ปากแตร เสียงเครื่องยนต์คำรามอย่างดุดัน เมื่อเทียบกับความคอมแพคของรถกับเสียงของมัน ทำให้เจ้าจิ๋วคันนี้ดูไม่ธรรมดาขึ้นมาทันที ล้อแม็กซ์ขนาด 15 นิ้ว ลึกเข้าไปดูโหดดีจากซุ้มล้อที่ลงตัว ช่วงล่างถูกโหลดเตี้ยลงมาทำให้ล้อแบะออกสวยงามตามสไตล์ BMW เบาะเดิมถูกถอดออกหมด แทนที่ด้วยเบาะแข่งจาก Recaro และ โรลบาร์ สีขาวนวลของมัน รอที่จะประดับประดาด้วยสติ๊กเกอร์ลายแข่งแนวคลาสสิคต่อไปก่อนโปรเจค Classic Car Race จะเริ่มในเวลาอีกไม่นานในอนาคตข้างหน้า

PHOTOGRAPHER : Mc Suppha-riksh Phattrasitthichoke
WRITER : CAP ‘P’
Owner: Puri Hiranpruk

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s