PHOTOGRAPHER : Mc Suppha-riksh Phattrasitthichoke

WRITER : CAP ‘P’

คงไม่มีคำไหนเหมาะสำหรับเฮดไลน์เท่ากับคำว่า “อาร์ท ออฟ สปีด” อีกแล้ว สำหรับงาน Bangkok Hot Rod Custom Show ครั้งที่ 1 ที่เพิ่งจะจบลงไปอย่างสวยสดงดงาม ระหว่างวันที่ 20-21 มีนาคม 2016 ที่ผ่านมา เพราะโลกใบนี้ของพวกเขา จะต้องมีครบทั้งสองอย่างคือ ศิลปะและความเร็ว

 

โดยทีมงานของคุณบอม นันทพัฒน์ อุ่นพิกุล ประธานจัดงาน Bangkok Hot Rod Custom Show และกลุ่มเพื่อนๆ ที่ในวงการรู้จักกันดีในชื่อเล่นของพวกเขา มาร์ค Fat Boy Design, กิ๊ก V-Rod Supercharge, เหนือ จิ๊กกะดี้, โด่ง สายแดรก, แบงค์ พฤทธิ์ และทีมงานที่เป็นตัวจริงทั้งหมดของ “ฮ็อทรอดคัลเจอร์” ในบ้านเรา

งานประเภทนี้ต้องบอกว่าหากไม่มีรถเจ๋งๆ ร้านแต่งที่มีของมาโชว์ รวมทั้งอุปกรณ์เสริมหล่อ หรือแม้แต่ค่ายรถต่างๆ มาให้พวกเราได้เปิดหูเปิดตากัน ก็คงแทบจะไม่มีอะไรน่าสนใจ

เพราะหัวใจของงานประเภทนี้ก็คือผลงานของศิลปินนั่นเอง ที่พูดแบบนี้เพราะผมมองว่าสำนักแต่งรถ หรือ ดีไซเนอร์ออกแบบเสื้อผ้า หรือแอคเซสซอรี่นั้น พวกเขาคือเซนเตอร์ของงานเลยทีเดียว งานนี้จึงเปรียบเสมือนแกลเลอรี่ขนาดมหึมาที่ขนเอางานศิลปะขนาดใหญ่มาเปิดให้ชมและแลกเปลี่ยนทัศนคติกัน

งาน Bangkok Hot Rod Custom Show ครั้งที่ 1 ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงามเพราะจำนวนรถที่นำมาดิสเพลย์นั้น แทบทุกคันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หลายคนรวมทั้งตัวผม อยู่ที่นั่นได้ทั้งวัน เพื่อที่จะค่อยๆ เสพความสุขให้เต็มที่ยามที่ได้มองพวกเขา

ภายในงานนั้นมีธีมที่ชัดเจนคือ อเมริกัน ฮอท รอด ทำให้เราได้เห็นรถยนต์วินเทจโบราณแนว Low Rider เยอะแยะมากมายจากทั่วประเทศที่ตั้งใจมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ส่วนรถบางคันก็ถูกสั่งตรงมาจากต่างประเทศเพียงเพราะเจ้าของเป็นนักสะสม ส่วนทางด้านมอเตอร์ไซค์ ก็ไม่น้อยหน้ากัน ที่สะดุดตามากที่สุดก็คือรถสไตล์ “หน้ายาว” ที่หาดูได้ยาก Harley Davidson คัสตอมที่ถือเป็นหัวใจหลักของงาน และกลุ่ม Café Racer ที่มากันเพียบทั้งยุโรปและญี่ปุ่น

ภายในงานเราจะเห็นไบค์เกอร์ที่แต่งตัวจัดสุดๆ แต่ละคนมีคาแรคเตอร์ที่เป็นตัวของตัวเองทำให้เราสงสัยว่าพวกเขาได้ไอเดียเหล่านี้มาจากไหน คำตอบทั้งหมดอยู่ในงานนี้เพราะร้านค้าในงานที่มาล้วนแต่เป็นตัวจริง ตั้งแต่ประเภท ของแต่ง แกลเลอรี่ ภาพถ่ายและภาพวาดสีน้ำมัน งานแกะสลัก งานเครื่องหนัง หมวกกันน็อคหายาก เฟอร์นิเจอร์ แอคเซสซอรี่ต่างๆ ร้านจิลเวลรี่ เสื้อผ้า หรือแม้แต่ร้านตัดผมก็มีให้เห็น

นี่แหละ คือคัลเจอร์ของพวกเขา

มีรถหลายต่อหลายคันที่ต้องหยุดมองเพื่อพินิจพิจารณาแล้วมโนไปเองต่างๆ นานาว่า คนทำนี่มาจากต่างดาวหรือเปล่า ภาษาชาวบ้านคือ “มันทำขึ้นได้ยังไงวะเนี่ย!” มันไม่ใช่เงินอย่างเดียว มันต้องมีความคิดสร้างสรรค์มากถึงมากที่สุด การออกแบบเชิงวิศวกรรมไม่ใช่แค่เขียนลงบนกระดาษ แต่มันต้องนำลงไปสู่กระบวนการผลิตที่เป็น 3D Scan แล้วขึ้นรูปเพื่อส่งไปยังเครื่อง CNC หรือ Computer Numerical Control เป็นการนำเอาระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยควบคุมการเคลื่อนที่เชิงตัวเลขของเครื่องจักรกลต่างๆ สิ่งเหล่านี้ถูกนำมาพัฒนาการออกแบบและผลิตของแต่งรถ และรถมอเตอร์ไซค์เพื่อความเที่ยงตรงและแม่นยำ

ที่มันเจ๋งไปกว่านั้นเรายังได้เห็นงานฝีมือแบบที่ว่าในบ้านเรามีเพียงไม่กี่คนที่ถือเป็นสุดยอดของงานการ “ยิงเฟรม” ให้กับรถคัสตอมหลายต่อหลายโมเดล ถ้าถามว่า เฟรมที่ยิงขึ้นใหม่โดยปรมาจารย์ในบ้านเรานั้นสำคัญอย่างไร

เอาเป็นว่าคนที่สะสมรถ เขาดูที่เฟรมรถว่าใครเป็นคนทำมากกว่าเครื่องยนต์เสียอีก

 

MOONEYES JAPAN

20 ปีที่แล้ว คุณ Shige Suganuma ประธานสำนักแต่งรถ “Mooneyes” และผู้จัดงาน Yokohama Hot Rod ประเทศญี่ปุ่นบินตรงเข้าร่วมงานครั้งนี้ด้วย พร้อมกับการดึงเอา artist ประจำสำนักมาให้บริการลงเส้นสายลาย Mooneyes กันแบบสดๆ ที่งานนี้ คิวยาวตั้งแต่เช้ายันปิดงาน แน่สิครับ เค้าไม่รู้จะมาอีกครั้งเมื่อไหร่ แฟนคลับในบ้านเราก็ไม่น้อย

ส่วนคุณ Shinge หรือ ลุงมูน ของเราก็บอกกับ RUBBERS ว่าเขาคิดว่างานของคนไทยนั้นพัฒนาได้อย่างเห็นได้ชัด มีรถสวยๆ ทำให้เขาแปลกใจหลายคันในงานนี้ ส่วนตัวลุงมูนเอง ก็ได้ทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคสั้นๆ ว่า “พวกคุณต้องไม่ทิ้งกัน” การจัดงานแบบนี้มันคือส่วนหนึ่งของคัลเจอร์ของพวกคุณ ซึ่งเขาก็คาดหวังว่าปีหน้าจะได้เจอกันอีก

TT & CO JAPAN by HIRO TAKAHASHI

หากเราเห็นหมวกกันน็อคคาแรคเตอร์กวนๆ กับดีไซน์ที่ใส่แล้วปกปิดจมูก หัวไม่โตแถมโคตรหล่อแล้วล่ะก็ นั่นคือหมวกจาก TT & Co. Japan ซึ่งเจ้าของคือคุณ Hiro Takahashi ที่บินตรงมาร่วมงานนี้โดยเฉพาะ

RUBBERS เคยสัมภาษณ์ Hiro ไปแล้วในเล่มแรก ต้องบอกว่าวิธิคิดของเขาที่แปลกกว่าใครนี่เอง ทำให้หมวกของเขามีคาแรคเตอร์ที่ไม่เหมือนใคร เขาเคยบอกว่าเราว่า “ผมจะดีใจมากถ้าไบค์เกอร์ผู้ชายชอบหมวกของผมแล้วชมว่ามันเจ๋ง บอกตรงๆ ถึงแม้สาวๆ ชมผมก็ว่ามันธรรมดาไป” คุณ Hiro ว่าไว้อย่างนั้น

Hiro ไม่ได้ทำแค่หมวก TT & Co. แต่เขามีสำนักแต่งที่ญี่ปุ่นเช่นกัน โดยงานของเขาเน้นไปทาง Harley Davidson แน่นอนว่าไม่ธรรมดา ตามไปดูได้ในเฟซบุ๊คของเขา

 

THOR CHOPS & KUSTOMS

อีกหนึ่งสายแข็งบ้านเรา “ต้อ ช้อป” สุขุมวิท 62 กรุงเทพมหานคร กับรถไม่กี่คันที่นำมาโชว์ ครบเครื่องด้วยงานที่เนี้ยบ เป็นสีเงินอะลูมิเนียมวาววับทั้งลำ มาครบทั้งทีมช่าง ทีมออกแบบที่ทำโดยพี่ต้อเอง และทีมงานดีไซน์ที่ทำเพลทจากโลหะเช่นทองเหลืองเป็นหลัก เป็นงานรถแรงที่หนีไม่พ้นเรื่องศิลปะ และดีไซน์

K-SPEED

นำทัพรถคัสตอม JAPAN STYLE เข้าร่วมโชว์หลายคัน หนึ่งในนั้นเป็น BMW R80 ที่ได้รับเลือกให้ลง BIKE EXIF ที่เป็นเวบไซต์ รถคัสตอมที่ดังที่สุดในโลกในขณะนี้ เพราะฉะนั้นเจ้า BMW R80 คันนี้ จึงเป็นรถที่ต้องมาดูด้วยตาของเราเองเท่านั้น ที่ RUBBERS ชอบที่สุดคือการใช้งบประมาณไม่แพง บางชิ้นมาจากตลาดคลองถมเสียด้วยซ้ำ “Creativity has no limits” ใช้เงินไม่เยอะก็สวยได้ ขอให้มีดีไซน์ที่ชัดเจน

FAT BOY DESIGN (FBD)

ไม่กล่าวถึงไม่ได้เพราะ Fat Boy Design โดย คุณมาร์ค จักรพันธุ์ รุ่งสุขเจริญ นั้น นอกจากจะเป็นอู่รถที่สร้างสรรค์งานคัสตอมที่เน้นสวยและแรงจัดสไตล์ Hot Rod สามารถคว้าถ้วยงานแดรกมาแล้วหลายถ้วย เป็น Certificaton ที่รับประกันความแรงของเขาในยุคนี้ งาน Bangkok Hot Rod Custom Show ครั้งนี้จึงเหมือนเป็นสนามทดลองให้ทีม FBD ได้สร้างรถมอเตอร์ไซค์โปรเจคใหม่ให้เราได้ดูกัน แน่นอนว่าไม่ผิดหวังกับ Harley Davidson คันงามที่จัดมาเต็ม คว้ารางวัลใหญ่ไปครองได้สำเร็จจากการประกวดในครั้งนี้

อิ่มเอิบกับภาพรถสวยๆ ในงานนี้ไปก่อน แต่ RUBBERS เชื่อว่ามันยังไม่สุด มาเริ่มทำรถกันตั้งแต่วันนี้แล้วจัดให้หนักขึ้นไปอีกในปีหน้าดีกว่า

 

 

TWO HOT TO ROD!

_MG_9944.jpg

_MG_9499.jpg

นันทพัฒน์ อุ่นพิกุล ประธานจัดงาน Bangkok Hot Rod Custom Show

Mr.Shige Suganuma ประธานสำนักแต่งรถ “Mooneyes”

 

วงการรถแรงสไตล์ AMERICAN HOT ROD ในบ้านเรานั้นไม่ได้เป็นสิ่งใหม่ แน่นอนว่าเรามี “ตัวแสบ” ที่มีรถเจ๋งๆ

หลายสำนักกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่การรวมตัวกันในงานใหญ่นี่สิถึงเรียกว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน

ถามว่าทำไม? ก็ได้รับคำตอบเดียวกัน คือพวกเขาไม่ได้ต้องทำเพื่อให้โด่งดัง พวกเขาทำเพราะความรักล้วนๆ และส่วนมากก็เป็นกลุ่มปิดเสียมากกว่า ทำให้พวกเราไม่มีโอกาสได้เห็นงานศิลปะบนรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ Hot Rod จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมาคุณบอม นันทพัฒน์ อุ่นพิกุล กับเพื่อนๆ อีกกลุ่มหนึ่งได้ลงมือลงแรงทำให้มันเกิดขึ้นได้จริง ที่สำคัญยังได้รับเกียรติจาก Mr.Shige Suganuma ประธานสำนักแต่งรถ “Mooneyes” และผู้จัดงาน Yokohama Hot Rod ประเทศญี่ปุ่นบินตรงเข้าร่วมงานครั้งนี้

“ผมเป็นหนึ่งในหลายๆ คนที่เรียกได้ว่าหลงใหลงาน คัสตอมสไตล์ Hot Rod มานานมากและมีความฝันว่าอยากจัดงานใหญ่สักครั้งเพื่อให้ทั่วโลกเห็นว่าประเทศไทยมียอดฝีมือที่ทำรถได้ยอดเยี่ยมไม่น้อยหน้าใคร” คุณบอม นันทพัฒน์ อุ่นพิกุล ประธานจัดงาน Bangkok Hot Rod Custom Show กล่าว

งานนี้คณะทำงานเดินทางข้ามนํ้าข้ามทะเลไปดูงานหลายประเทศ เช่น อินโดนิเซีย มาเลเซีย ที่มีวัฒนธรรมการแต่งรถประเภทนี้เหมือนบ้านเรา จึงลงความเห็นว่าการจัดงานจะทำให้คนที่รักในสิ่งนี้ได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติกันในสังคม คนรักการแต่งรถ การนำรถมาโชว์ในงานถือเป็นความน่าภาคภูมิใจของเจ้าของรถที่สามารถสอดแทรกความคิดสร้างสรรค์ ผ่านการสร้างชิ้นงานประดับตกแต่งให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แน่นอนว่าหลายคันที่โชว์ในงานไม่ง่ายเลยที่จะมีโอกาสได้เห็นกับตา เพราะเจ้าของรถแต่ละคันทั้งห่วงและหวง

เมื่อ RUBBERS ได้พูดคุยกับคุณ Shige Suganuma ซึ่งเคยมาเมืองไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เขาบอกกับเราว่า “20 ปีก่อน ผมมางาน มอเตอร์โชว์ ที่สวนอัมพร ผมเห็นรถ Hot Rod หนึ่งคันกับโช้คไฮดรอลิคส์แค่นั้น แต่มาวันนี้ ผมเห็นรถสวยๆ สไตล์ ที่ผมชอบหลายคัน เต็มไปหมด นับว่าเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างมากสำหรับประเทศไทยที่นำพวกเขาออกมาให้พวกเราได้ชมกัน”

“พวกคุณคนไทยมีความสามารถในการแต่งรถ มีเทสต์ มีพลังอยู่ในตัวพวกคุณ ดังนั้นคุณต้องช่วยกันผลักดันให้งานโชว์รถคัสตอมอยู่ตลอดไปอย่าให้มันหยุดอยู่แค่ตรงนี้” คุณ Shige Suganuma กล่าวต่อไป

การโชว์รถในงาน festival จัดว่าเป็นวัฒนธรรมที่มีมานาน การจัดงานคือ “หัวใจ” ของคนทำรถที่จะได้มาแสดงงานของตัวเองปีละครั้ง มองไปก็ไม่แตกต่างจากการจัดแกลเลอรี่งานศิลปะภาพวาด การมีพื้นที่แสดงงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ

งานคัสตอมรถ Hot Rod จำเป็นที่จะต้องมีสูตรพิเศษสามสูตรคือ

   หนึ่ง เครื่องยนต์ที่แรงสุดขั้ว ส่วนมากจะเป็นเครื่องยนต์ Supercharge หรือ Turbo

   สอง งานดีไซน์ที่เป็นงานวิศวกรรม

   สาม งานศิลปะ สไตล์ Fine Art หรืองานลายเส้น กราฟิก ลวดลายบนตัวรถ

Mooneyes โดยคุณ Shige Suganuma จึงถือได้ว่าเป็น influencer อันดับต้นๆ ของโลกที่มีสาวกมากมายและที่สำคัญ เขามีครบทั้งสามข้อดังที่กล่าวมา เพราะฉะนั้นการมาเมืองไทยครั้งนี้ของเขาจึงถือได้ว่ามันคือการเปิดโลกของการแต่งรถให้เราได้ศึกษามันมากขึ้น และในปีหน้าเราหวังว่าจะได้พบกันอีกกับ Bangkok Hot Rod Custom Show 2017!

 

 

THE BUILDERS

_mg_9184_mg_9164

  1. U. KUSTOMS / Ray Destroyer Customs / Pattaya Dyno

ถ้าพูดถึงอู่รถ American Hot Rod อันดับต้นๆ ของไทย ข.Kustoms คนในวงการจะรู้ดีว่าพวกเขาไม่ธรรมดา เพราะผลงานที่เข้าตากลุ่มคนเล่นรถทั้งสี่ล้อและสองล้อ ที่ต้องการความชัดเจนทั้งเรื่องความสวย และความ “แรง” จากโลโก้ของพวกเขาหุ้นส่วนสามคน คือคุณเขียด คุณโจ และคุณบอย เชื่อหรือไม่ว่าพวกเขาไม่มีเฟซบุ๊คแฟนเพจเหมือนคนอื่น แต่งานล้นมือเสมอ

ที่อู่จะเน้นในการทำรถแข่งรถอเมริกัน และรถมอเตอร์ไซค์ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสามสุภาพบุรุษจาก ข.KUSTOMS โดยคุณเขียด อนุชา บุญมาก Ray Destroyer Customs โดยคุณโจ จเร เชตุนุช ที่ดูแลด้านการวางแนวทางการแต่งรถมอเตอร์ไซค์ทั้งหมด และอีกส่วนก็คือ Pattaya Dyno โดยคุณบอย อธิชา ขำเหล็ง ซึ่งรับหน้าที่จูนเครื่องยนต์ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ สิ่งที่ทำให้เป็นจุดแข็งของที่นี่ก็คือการวางเครื่องซูเปอร์ชาร์จ และเทอร์โบให้กับทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ ด้วยประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 20 ปี โดยเฉพาะคุณบอย ซึ่งสะสมความชำนาญมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นการการันตีความขลังของที่นี่

กับการร่วมทำงานกันหนึ่งปีกว่าๆ ได้ส่งมอบรถให้ลูกค้าทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 30 คัน โดยก่อนจะทำรถแต่ละคัน ต้องวางแผนพูดคุยก่อนถึงทิศทางของการแต่งรถ การใช้งบประมาณ และระยะเวลาในการสร้างมันขึ้นมา เพราะอะไหล่รถส่วนมากต้องสั่งจากเมืองนอกเข้ามา

สำหรับทีมงานแม้ดูเบสิค คือประกอบด้วย ช่างเครื่อง ช่างเคาะ ทำตัวถัง ช่วงล่าง ทำสี และงานอาร์ท แต่ก็สามารถจบงานได้ที่นี่

ส่วนรถที่ทำแล้วถูกใจคนทำมากที่สุดในบรรดารถยนต์ก็มี กระบะ Vigo วางเครื่องยนต์ UZ Supercharge / Subaru GC 8 ปี ค.ศ.1998 ลงหนังสือ Race Magazine / Chevy 17 Streetrod / Harley Davidson V-Rod Turbo / Harey Davidson V-Rod Supercharge สไตล์รถที่ชอบทำก็จะเป็นแนว American Muscle เน้น Performance ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ และความเป็น Hot Rod ก็คือความแรง ก็คงหนีไม่พันเรือ่ง Performance เป็นหลัก

ทำไมถึงหลงใหลสไตล์รถอเมริกัน? คำตอบง่ายๆ สั้นๆคือ “ชอบ” ส่วนช่างบอย เขาบอกกับเราว่าเห็นมันตั้งแต่เด็กๆ พอโตมาก็มีความฝันที่อยากจะสร้าง และผลิตรถพวกนี้กับตัวเขาเอง

โดยตอนนี้รถที่ทำคือ Dodge Charger 1969 / Corvette Stingray 1969 / V Rod Torbo / Hayabusa Turbo เป็นพวกชุดคิทแต่งรถ

 

SUPERCHARGE ENGINE & TURBO

_mg_9124-2

 

เครื่องยนต์ Supercharge ของรถสไตล์ Hot Rod นั้นถือเป็นของคู่กัน จุดประสงค์หลักของทั้งสองอย่างก็คือความแรงที่ต้องการเพิ่มให้กับเครื่องยนต์ แต่รู้หรือไม่ว่าทั้งสองอย่างมีความเหมือนที่แตกต่าง

Supercharge จะทำงานด้วยด้วยการปั่นอากาศเพื่ออัดเข้าไปเล่นกับรอบเครื่องจากการดึงอากาศเข้าจากการปั่นลมจาก Turbine ที่ติดกับสายพานเครื่องยนต์ ทำให้ไม่ต้องรอรอบ มีการตอบสนองทันทีพร้อมเสียงหวีดร้องที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวข่มขวัญรถคันอื่นๆ ได้บนท้องถนน ยอมรับว่าเป็นอารมณ์โรคจิตนิดๆ ที่ใครๆ ก็ชอบ อาจต้องทำฝา ปาดฝา ลดกำลังอัด บีบห้องเผาไหม้ให้เล็กลง เปิดพอดไอดีไอเสีย ทั้งหมดต้องให้ช่างจูนรถให้เป็นถึงจะได้ความพอดี Supercharge สามารถทำให้รถแรงตามรอบเครื่องทำให้มันเหมาะกับการลงแข่งแดรกในระยะทางสั้น แรงจัดขึ้น แรงม้ามากขึ้น ส่วนมากใครที่หลงใหล Supercharge จะรักในเสียงเครื่องยนต์ที่ถือเป็นเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร และในยุคของเทคโนโลยีนั้น ปัจจุบันมีกล่อง ECU ช่วย ควบคุมเครื่องยนต์ทำให้การปรับจูนนั้นง่ายขึ้นกว่าก่อนมาก

แต่หากต้องการความแรงที่ได้ม้าที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับ Supercharge แล้ว Turbo ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพราะการหาแรงลมจากไอเสียมาดันเข้า turbine ผ่านเข้าไปที่เครื่องยนต์นั้นพาม้ามาได้เหมือนกับ Supercharge และมีข้อดีคือราคาถูกกว่าแต่รอบเครื่องที่ต้องรอหรือมาปลายจะให้อารมณ์ต่างกัน เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่าเราจะเห็นได้ว่ารถที่มีสูบเดียว มักนิยมติด Turbo ช่วยให้ความเร็วปลายไหลได้ดีขึ้นกว่าเดิมเพราะต้นมักจะจัดอยู่แล้ว แต่เสียงของเครื่องยนต์อาจจะไม่ดุดันเหมือนกับ Supercharge

ใครอยากใช้แบบให้ให้เปรียบเสมือนการมีเซ็กส์กับสาวสองคนที่มีคาร์แรคเตอร์ที่ต่างกัน จบไหม?

_mg_9077

หากใครก็ตามที่เห็นภาพเหล่านี้แล้วอยากมีเอาไว้ครอบครอง แนะนำว่าให้หารถในบ้านเราก่อน โดยศึกษาถึงตัวรุ่นรถว่าชอบรุ่นใหน ปีใหน หากไม่มีจริงๆ ค่อยสั่งจากเมืองนอก เครื่องยนต์ส่วนมากจะหาได้ในบ้านเรา อะไหล่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป เพราะมีคนเล่นรถประเภทนี้มากขึ้น

ถามว่ารถที่ป๊อปที่สุดในวงการ Hot Rod คือรุ่นใหน คำตอบคือ Ford Mustang 1967 Chevrolet Camero Yengo 1969 เครื่อง Big Block Chevrolet Corvette Stingray 427 Split Window ปี 1967 และ 1969

Chrysler Cuda Hemi Convertible ปี 1969

ส่วนที่ซุ่มทำอยู่ก็มีอีกหลายคันโดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์ตัวแรงอย่าง Harley Davidson และ Suzuki Hayabusa Supercharge Turbo ที่เล็งเอาไว้เป็นรถลงแข่งงานแดรก หรือควอเตอร์ไมล์ ที่จะมาถึงเร็วๆ นี้

เห็นภาพแล้วไม่แปลกใจทำไมถึงมีผู้คนหลงใหลและยอมเจ็บตัวด้วยเงินก้อนโตหารถ Hot Rod มาไว้ในครอบครอง เพราะความเท่ของมันช่างยั่วยวนมาก

PHOTOGRAPHER : Mc Suppha-riksh Phattrasitthichoke
INTERVIEW BY : CAP”P”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s