img_6407

ผมดีใจที่เรามี Art Ground กันครับ

ระหว่างที่ผมกำลังเดินอยู่ชั้นสองของพื้นที่ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นโครงนั่งร้านต่อขึ้นไปสองชั้นของส่วนสำคัญที่ Art Ground ที่ชื่อว่า Art Found (1) เพื่อนชาวต่างชาติคนหนึ่งก็เดินปรี่เข้ามาหา เขาแนะนำให้ผมรู้จักกับศิลปินคนหนึ่งซึ่งขายงานภาพแนวคอลลาจอยู่ตรงนั้น เขาบอกว่าเขาเป็นแฟนผลงานของศิลปินคนนี้ที่จตุจักรมานานแล้ว และดีใจมากที่มาเจอเขาที่นี่ มันง่ายมากสำหรับเขาที่วันนี้จะได้มีโอกาสคุยและซื้องานของศิลปินที่เขาชื่นชอบ ในสถานที่ที่สะดวกสบายกว่าจตุจักร และก็ได้ราคาที่ดีมากๆ

เพื่อนฝรั่งผมบอกว่าเขาบอกว่าเขาดีใจมากที่มีคนจัดงานแบบนี้ขึ้น เขาคิดเสมอว่าคนไทยมีความสามารถที่หลากหลายมาก และตลอดเวลาที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยหลายปี เขาได้พบคนไทยและศิลปินไทยที่มีความสามารถอยู่มากมายเต็มไปหมด มันดีมากที่เขามีโอกาสพบคนเหล่านั้นหลายคนในวันนี้ และเขาก็สนุกกับงานนี้มาก

img_6353

ผมเจอกับ มิน Lilanan ศิลปินสาวตัวเล็กที่ผมชอบงานชุดเด็กหมวกปลิวของเธอมาก เธอแสดงงานชุดที่แล้วอยู่บนชั้นสองของโซน Art Found นี้ ผมถามเธอว่ามีงานใหม่ออกมาบ้างหรือยัง เธอก็ยิ้มอย่างสำนึกผิดนิดหน่อย แล้วก็บอกว่ายัง ไม่ได้เขียนงานใหม่เลย รับแต่งานภาพประกอบทั่วไป ผมบอกเธอว่าผมชอบงานของเธอมาก และคิดว่าความคิดสำหรับงานชุดที่เธอทำนี้น่าจะยังพัฒนาต่อไปได้ ผมบอกเธอว่าน่าจะทำงานกับแนวคิดนี้ต่อไปอีกสักชุดหนึ่ง มันน่าจะสนุกมากถ้าได้เห็นงานของเธอไปอยู่บนของบางสิ่งที่ผู้คนจับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า แก้วชา หรือจานใส่ขนม ผมบอกเธอว่าศิลปะมันอยู่ได้ทุกๆ ที่แหละครับ ตราบใดที่มันทำให้ชีวิตเราเบิกบาน

img_6355

คุณนำทอง เจ้าของนำทองแกลเลอรี แฟนประจำของแกลเลอรีที่ The Jam Factory เดินเข้ามาทักทายผมอย่างตื่นเต้น แล้วก็ลากผมเข้าไปเจอศิลปินอีกคนในโซน Art Found ตอนที่ผมเดินผ่านไปครั้งแรก ผมแทบไม่ได้สังเกตงานของเขาเสียด้วยซ้ำ แต่พอคุณนำทองหยิบงานขาวดำขึ้นมาให้ดูสองชิ้นที่เป็นคู่กันแล้วบอกผมว่านี่เป็นงานภาพวาดและไม่ใช่งานภาพพิมพ์ ผมรู้สึกตื่นเต้นกับงานชิ้นนั้นขึ้นมาหลายเท่าตัวทีเดียว ในใจคิดว่าถ้าชิ้นละ 3,000 บาท ผมก็จะซื้อเลยโดยไม่คิด พอศิลปินบอกมาว่าชิ้นละ 1,500 บาท ผมรีบวางเงินแทบไม่ทันพร้อมกับความตื่นเต้นที่แปลกประหลาด

img_6532

ผมเดินกลับออกมาด้านหน้าของ The Jam Factory ในส่วนของงานที่ชื่อ Art Now (2) และสะดุดตากับงานของ Tuna Dunn ศิลปินยุคใหม่ที่ผมชื่นชอบอีกคนหนึ่ง งานของเธออยู่ระหว่างเขตแดนของศิลปะและ กราฟิกดีไซน์ได้อย่างสมดุล เป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอหน้าเธอและคุยกับเธอแบบตัวเป็นๆ ผมเหลือบตาไปเห็นภาพวาดของเธอชิ้นหนึ่งที่แขวนแสดงอยู่ เลยลองถามออกไปด้วยใจพรั่นพรึงเล็กน้อยว่าราคาเท่าไหร่ เนื่องจากเห็นว่าเป็นภาพวาดซึ่งเป็นต้นฉบับ ไม่ใช่ภาพพิมพ์ที่ reproduction ออกมา

“3,000 บาทค่ะ”

ผมต้องใช้เวลานั่งคุยกับเธอ อธิบายกันอีกพักใหญ่ว่าทำไมผมคิดว่าเธอตั้งราคาถูกไป ผมมองเห็นงานชิ้นนี้มีคุณค่าอยู่ที่ไม่น้อยกว่า 8,000 บาท แต่ก็ดูเหมือนเธอพอใจและยืนยันที่จะขายราคานี้ ซึ่งผมก็คงทำให้เธอเปลี่ยนใจไม่ได้และทำอะไรไม่ได้นอกจากรีบจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมีใครมาแย่งหรือเธอจะเปลี่ยนใจ ผมคิดว่ามีบางสิ่งบางอย่างในบทสนทนาระหว่างผมกับเธอที่ทำให้เธอเริ่มมองเห็นคุณค่าของงานตัวเองในบริบทที่เปลี่ยนไป

ผมเดินถัดไปอีกบูทหนึ่งเพื่อขยับตัวให้เข้าใกล้เสียงเพลงที่มาจากเวทีของ Art Sound (3) ขึ้นมาอีกนิด เสียงเพลงหวานเหงาจากวง Stoondio ชึ่งเป็นวงโปรดของใครหลายคน ค่อยๆ ลอยเลื่อนมาอย่างช้าๆ จากเวทีที่อยู่ใต้ต้นไทร ผมหันหลังกลับ Jirayu Koo มาเจอศิลปินสาวอีกคนหนึ่งที่ผมแอบชอบงานของเธอพอๆ กับบุคลิกคมๆ ของเธอ ผมตั้งใจจะซื้องานพริ้นต์ของเธอที่ใส่กรอบไม้ไว้ในราคา 8,000 บาท แต่ก็พบว่ามีมือดีมาสอยไปก่อนแล้ว ด้วยเหตุผลที่โรแมนติกมากคือจะซื้อไปให้แฟน ผมเลยต้องยอมจำนนโชคชะตาพร้อมกับยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ สบตากับศิลปินสาว ทำสายตาละห้อยจนเธอหัวเราะ พร้อมกับบอกว่าถ้าผมอยากได้ขนาดนั้น เธอจะขายงานพริ้นต์ให้อีกรูปก็ได้ แต่ผมต้องเอาไปใส่กรอบเองนะ ผมก็ดีใจ รีบจ่ายเงินให้เธอไปพร้อมเรียกเพื่อนๆ มาเป็นสักขีพยานในความตื่นเต้นของผม

นักออกแบบและศิลปินส่วนใหญ่มักจะให้คุณค่ากับงานของตัวเองที่ขาดเกินไม่สมดุลกัน คนที่รู้จักสมดุลตรงนั้นก็จะกลายเป็นนักออกแบบหรือศิลปินที่ประสบความสำเร็จ วิธีหนึ่งที่เขาจะเข้าใจคุณค่างานตัวเองได้ก็คือวิธีที่เขาออกมาอยู่กับผู้คน ซึ่งก็มักจะเป็นสิ่งที่ศิลปินไม่ค่อยชอบทำ และผมสังเกตได้ว่าตลาดนัดสำหรับงานศิลปะอย่าง Art Ground นั้น เปลี่ยนทัศนคตินี้ไปทั้งสำหรับศิลปินเองและผู้ชม ศิลปินที่มาก็เพื่อจะขายงาน ส่วนคนที่มาชมก็เพื่อจะมาซื้อ บทสนทนาในความตรงไปตรงมานี้ มันช่างช่วยเหลือเกื้อกูลให้คนทำงานกับคนซื้อได้แลกเปลี่ยนกันเพื่อสร้างสมดุลที่เหมาะสมในทางเศรษฐศาสตร์ และสร้างการเปลี่ยนแปลงสำหรับศิลปินได้ภายในสามวันได้อย่างไม่น่าเชื่อ

Pomme Chan เพื่อนเก่าที่ผมเฝ้าจับตาดูความเจริญเติบโตมาตั้งแต่เพิ่งรู้จักเธอที่อังกฤษเมื่อหกปีก่อน ในช่วงเวลาที่เธอกำลังโด่งดังที่สุดคนหนึ่งสำหรับงานเขียนภาพประกอบในอังกฤษและยุโรป เธอขนงานชิ้นใหญ่มาเขียนสดระหว่างนิทรรศการครั้งนี้ พร้อมเอางานตัวอักษรภาษาอังกฤษ Alphabets มาวางขายอย่างสนุกสนาน ทุกครั้งที่ผมเดินผ่านโซน Art Now นี้ ผมจะเห็นเธอพูดคุยกับแฟนๆ จำนวนมากที่มารุมล้อมเธอตลอดเวลา แต่คนที่ทำให้ผมอิจฉามากที่สุดน่าจะเป็นบูทของตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร ที่มาเขียนรูปกันแบบสดๆ ด้วยปากกาบนกระดาษร่างสีเหลือง ด้วยเสน่ห์ของเส้นสายแบบตั้ม ดึงดูดเอาสาวๆ น่ารักเกือบจะทั้งงานมารวมไว้ที่หน้าบูทของตั้มจุดเดียว

ผมเดินไปจนเกือบท่าน้ำของ The Jam Factory แดดตอนบ่ายอ่อนๆ ย้อนกลับเข้ามาอีกทางหนึ่ง ทำให้เงาของผมเดินล่วงหน้าไปบนลานไม้ ผมเห็นเด็กผู้หญิงสามคนกำลังนอนอยู่บนพื้น ปูด้วยผ้าดิบสีขาวที่รายล้อมด้วยเศษใบไม้และของเหลือใช้ในบริเวณงาน และโพสต์ท่าทางบิดเบี้ยวอย่างประหลาดและเก๋ไก๋ ก่อนที่ผมจะเดินไปถามเธอว่ากำลังทำอะไรกัน ผมก็มองเห็นป้ายขนาดใหญ่ที่กำลังบอกผมว่าผมยืนอยู่บนพื้นที่ของ Art How (4) ซึ่งเวิร์กช็อปของ Christian Hogue กำลังดำเนินอยู่ ผมจึงเริ่มเข้าใจว่า สิ่งที่สาวๆ ทั้งสามคนกำลังสนุกสนานกับมันนั้น เป็นส่วนหนึ่งของเวิร์กช็อป การทดลองพิมพ์ด้วยกรรมวิธี cyanotype ขนาดใหญ่บนผืนผ้าดิบนี่เอง ผมตั้งใจว่าจะวนกลับมาดูอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ที่ผืนผ้าแห้งสนิทแล้วดูว่าเงาของพวกเธอที่พาดลงไปเป็นเงาสีขาวในสีฟ้านั้นจะออกมาหน้าตาเป็นยังไงบ้าง

img_6557

เสียงเพลงจากเวทียังลอยมาเบาๆ เป็นระยะ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ จีน มหาสมุทร เริ่มจะร้องเพลงแรกและที่นั่งในสนามก็ดูเหมือนจะคึกคักขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมเดินผ่านบูทที่อยู่หน้าสุดที่ โลเล ศิลปินชื่อดังคนโปรดของผมเอารูปจากสมุดสเก็ตช์ออกมาขายให้แฟนๆในราคาที่ทำให้ผมตาลุกวาว สำหรับศิลปินอย่างโลเลที่เขียนรูปขายได้เป็นหลักล้าน การได้งานรูปเล็กๆ ของเขามาครอบครองสักรูปหนึ่ง น่าจะราวกับการทำความฝันให้เป็นจริง ผมนั่งพลิกแฟ้มหลายเล่มที่โลเลวางเอาไว้ ภายในเป็นงานของเขานับร้อยชิ้นที่เรียงไว้อย่างเรียบร้อย แต่ละรูปมีราคาต่างกันตามความชอบของศิลปินที่มีต่อรูปนั้นๆ ราคาที่โลเลเขียนไว้มีตั้งแต่ 20,000 บาท 15,000 บาท ไปจนถึง 5,000 และ 3,000 บาท ด้วยความอยากได้งานดีในราคาที่ผมพอจะซื้อไหว ผมนั่งลงเลือกรูปทีละแฟ้มอย่างจดจ่อ พิจารณาซ้ำแล้วซำ้อีก ขณะที่โลเลยืนมองผมพร้อมกับรอยยิ้มสนุกสนาน และสายตาซุกซนของเขา

ผมตัดสินใจเลือกรูปหญิงสาวเปลือยรูปหนึ่ง ที่เธอส่งสายตาเย้ายวนให้ผมอย่างเว้าวอน ในวิธีที่ผมไม่สามารถปฏิเสธเธอได้ โลเลเขียนไว้เป็นลายเส้นแบบรวดเร็วและติดราคาขายเพียง 5,000 บาท หัวใจผมเต้นแรงอีกครั้งจนต้องนับเลขศูนย์อีกเพื่อให้แน่ใจว่าผมไม่ได้เข้าใจผิดไป ผมหันไปบอกศิลปินว่าผมเอารูปนี้แหละ เขาก็หยิบมันใส่ซองให้อย่างยิ้มๆ ขณะที่ผมยื่นธนบัตรให้เขา

“ผมเองก็ชอบรูปนี้มากเหมือนกันครับพี่ เขียนเร็วๆ แต่จังหวะมันพอดีมาก พี่โชคดีจริง”

ผมก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกันตอนหยิบซองนั้นเข้ามากอดไว้ในมือเสียแน่น ราวกับว่ามันจะปลิวหาย หรือใครจะมาหยิบไป และพร้อมที่จะเดินกลับบ้านไปกับงานศิลปะชั้นดีหลายชิ้นที่แสนจะคุ้มค่าในวันเดียวใน Art Ground

(1) Art Found เป็นบริเวณงานที่แสดงผลงานของศิลปินหน้าใหม่ที่น่าตื่นเต้น ผลงานส่วนใหญ่เป็นการทดลองหรือยังไม่สมบูรณ์แบบเต็มที่นัก แต่มีความท้าทาย บ้าบิ่น และราคาที่สมเหตุสมผลเอาอย่างมาก

(2) Art Now เป็นส่วนแสดงงานของศิลปินที่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างพอสมควร ส่วนใหญ่ทุกคนจะเคยได้ลงผลงานตีพิมพ์ใน The Jam Factory Magazine กันมาแล้วทั้งนั้น แต่ก็นำงานมาแสดงและขายในราคาที่จูงใจเป็นอย่างมาก

(3) Art Sound เป็นพื้นที่การแสดงดนตรีแบบกันเองของศิลปินที่ทำงานดนตรีเชิงศิลปะอย่าง Stoondio จีน มหาสมุทร หรือ เล็ก วงพราว

(4) Art How คือพื้นที่เวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้เข้าชมงานได้ฟรี นอกจากเวิร์กช็อปการพิมพ์ภาพแบบ cyanotype ของ Christian Hogue แล้ว ก็ยังมีเวิร์กช็อปการพิมพ์ระบบ silk screen จาก The Archivist ด้วย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s