graphic pic.jpg

ทฤษฎีของการติดตั้งไฟหน้ารถให้เป็นรูป “สามเหลี่ยม” จะช่วยลดอุบัติเหตุได้จริงหรือ?

SR 1.jpg

RAY OF LIGHTS

เปรียบเทียบให้เห็นระหว่างมอเตอร์ไซค์ที่ใช้แต่ไฟติดรถกับอีกคนติดไฟเพิ่มในตำแหน่งที่เหมาะสม จะเห็นว่าพื้นที่หน้าตัดต่างกันอย่างชัดเจน

อย่างแรกเลยคือการติดไฟมากกว่าหนึ่งดวง ลองนึกถึงรถบรรทุกที่มีไฟรอบๆ หรือเรือที่มีไฟสีแดงสีเขียวเพื่อบอกมิติของตัวรถก็ได้ครับ มันทำให้เราสามารถกะระยะได้ดีขึ้น มันคือ “Triangle Theory” หรือ มุมสามเหลี่ยมอันทรงพลังของไฟหน้ารถมอเตอร์ไซค์นั่นเอง

เข้าสู่หน้าหนาว ฤดูแห่งการท่องเที่ยวก็เริ่มต้นด้วย หลายคนกำลังโฟกัสกับการวางแผนท่องเที่ยว และฝันถึงเส้นทางสวยงามในป่าเขาพร้อมโค้งงามๆ ที่ทำให้ตื่นเต้นนอนไม่หลับก่อนการเดินทาง ทาง RUBBERS Magazine อยากให้ทุกคนเดินทางโดยสวัสดิภาพปลอดภัย จึงสรรหาข้อมูลความรู้ใกล้ตัวที่เป็นประโยชน์ให้เตรียมตัวก่อนการเดินทาง นั่นคือเรื่อง “ไฟ” “ไฟหน้า” หรือ “ไฟสปอตไลท์” ที่หลายคนสงสัยว่าคุ้มค่าต่อการควักกระเป๋าซื้อหรือไม่

“ไฟ” นอกจากจะทำหน้าที่ส่องสว่างให้เรามองเห็นทางแล้ว ยังมีไว้เพื่อให้ผู้สัญจรบนท้องถนนสามารถสังเกตเห็นเราได้ง่ายและชัดเจนเพื่อความปลอดภัย หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า “Be Seen to be Safe” เพราะอุบัติเหตุส่วนใหญ่ที่เกิดจากการมองไม่เห็นรถมอเตอร์ไซค์นั้น มักมีสองปัจจัยหลัก คือ การคาดเดาความเร็ว (35%) และการที่มองไม่เห็นมอเตอร์ไซค์ (35%) แค่สองปัจจัยนี้ก็คิดเป็น 70% ของอุบัติเหตุทั้งหมดแล้วครับ

จากการวิจัยต่างๆ ยังสรุปได้ว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้ทันสังเกตมอเตอร์ไซค์ แม้แต่คนที่มีประสบการณ์ในการขับรถมายาวนาน เพราะความเคยชินในการตัดสินใจ โดยคนใช้รถใช้ถนนมือใหม่มักจะใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษก่อนการตัดสินใจ ยิ่งโดยเฉพาะการเดินทางแนวราบนั้น ยิ่งคาดเดาได้ยากขึ้นเพราะการรับรู้ของประสาทตาเราจำแนกได้ยาก เพราะคนเรารับรู้การเคลื่อนไหวแนวราบ (z-motion) ได้ยากกว่าแนวตั้ง (x-motion)

ในทางทฤษฎีกล่าวไว้ว่าวัตถุที่เคลื่อนที่เข้าหาตัวเราจะเพิ่มขนาดเป็นสองเท่าเมื่อระยะทางใกล้เข้ามาครึ่งหนึ่ง แต่สำหรับมอเตอร์ไซค์ที่มีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับรถยนต์หรือรถบรรทุกคันใหญ่ๆ ต่อให้มอเตอร์ไซค์เคลื่อนเข้ามาในระดับหนึ่ง ก็ไม่ช่วยให้มันเป็นที่สังเกตง่ายขึ้น กว่าจะเห็นกันได้จะๆ ก็เข้ามาในระยะประชิดแล้ว ยิ่งใส่เสื้อผ้าที่กลมกลืมกับสภาพถนน หรือรถสีมืดทึมแล้ว ยิ่งแยกแทบไม่ออกเลยทีเดียว เป็นที่มาของอุบัติเหตุในหลายเคส

ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาให้รถเป็นที่สังเกตเห็นได้ง่าย ก็คือการติดไฟครับ ผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ในต่างประเทศติดไฟไว้เพื่อสองจุดประสงค์หลัก คือ ให้แสงสว่างส่องทางข้างหน้า และบอกตำแหน่งของผู้ขับขี่ ที่ฝรั่งเรียกว่า “Conspicuity lights” ดังนั้น ไฟรถจึงถือเป็นหน้าต่างของดวงใจก็ว่าได้ครับ อีกทั้งไฟหน้ายังเป็นจุดนำสายตาที่เห็นได้แต่ไกลก่อนตัวรถ และสร้างภาพลักษณ์ที่แตกต่างให้กับรถได้ชัดเจน

ปัจจุบัน ทีมวิจัยเรื่องความปลอดภัยต่างๆ รวมถึงโรงงานผู้ผลิตเองได้เล็งเห็นถึงคุณค่า ของการที่มอเตอร์ไซค์ควรเปิดไฟตลอดเวลา เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุ ทำให้แบรนด์ใหญ่ทุกแบรนด์ หันมาทำ DRL หรือ Daytime Running Lights ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานให้มอเตอร์ไซค์แทบจะทุกคันแล้ว

แต่ก็นั่นแหละครับ อาจจะเพราะกำลังไฟที่น้อย ไฟดวงเล็ก โคมก็เล็ก อีกทั้งหน้าตัดมอเตอร์ไซค์มีขนาดเล็ก จึงมีโอกาสสูงมากที่รถใหญ่ๆ จะมองไม่เห็นมีเหมือนเดิม

เรามักจะเห็นว่ามอเตอร์ไซค์แนว adventure ชอบติดไฟหน้ารถเพิ่มเติม เพราะนอกจากจะช่วยส่องสว่างแล้วเวลาขี่สวนกันคนที่ขับรถยนต์จะเห็นเราได้ง่ายขึ้น หรือทำให้คนขับรถยนต์ระมัดระวังมอเตอร์ไซค์ที่ตามหลังมามากขึ้น แทนที่จะเบี่ยงเลยทันทีเพราะมองไม่เห็น ก็จะรอจนมอเตอร์ไซค์ผ่านไปก่อน ทำให้ลดความเสี่ยงลง

ในส่วนของ “ไฟ” ที่ทำให้เป็นที่สังเกตง่ายก็สำคัญไม่แพ้กันในที่นี้จะหมายถึงรูปร่าง ขนาด แสง ฯลฯ ของไฟครับ เช่นไฟหน้ามีวงแหวนเรืองแสงอีกชั้น เช่นไฟของ Clearwater Lights ที่มีรูปร่างไม่เหมือนชาวบ้าน คือเป็นดวงเล็กๆ ย่อยๆ ข้างในโคมใหญ่อีกที เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ให้ความคมของแสงสามารถมองเห็นได้ในระยะไกลมากๆ ทำให้รถมอเตอร์ไซค์ที่มีหน้าตัดเล็ก กลายเป็นรถใหญ่ที่สังเกตเห็นได้ง่ายขึ้นทันที

สุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันคือตำแหน่งการติดตั้งไฟ ที่ต้องมีทฤษฎีเข้ามาเอี่ยวด้วย ไม่ใช่ว่าติดที่ไหนก็ได้ วิธีการคือต้องติดให้ไฟเป็น “สามเหลี่ยม” เพราะเวลามองเข้ามามันจะเด่นมาก เหตุผลเพื่อเพิ่มพื้นที่หน้าตัดให้กับมอเตอร์ไซค์ครับ “ยิ่งไฟอยู่ห่างกันเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มพื้นที่ให้คนใช้รถบนท้องถนน เห็นเราได้ง่ายขึ้น”   ลองจินตนาการภาพตามได้เลยครับ รับประกันเรื่องความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น หลักการติดไฟแบบสามเหลี่ยมนี้เรียกว่าทฤษฎี Triangle of Light ครับ

หวังว่าความเข้าใจเกี่ยวกับทฤษฎีง่ายๆ ของการมีไฟมากกว่าหนึ่งดวงในรูปแบบของ “Triangle Of Light” นั้น น่าจะช่วยลดอุบัติเหตุในการเดินทางได้ หลักการง่ายๆ แต่สำคัญคือ ไม่ใช่แค่เราที่ต้องเอาใจใส่เรื่องความปลอดภัยให้ดี แต่ต้องคำนึงถึงโอกาสที่คนอื่นอาจมาทำอันตรายกับเราได้อีกด้วย

 

 

PHOTOGRAPHERS : NIKKASIT WONGSAWAS
WRITER : Sirapong Tongpipatn

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s