KACHAIN WONGLEAMTHONG
PHOTOGRAPHER
PHOTOGRAPHER : TANAPOL KAEWPRING
WRITER : MINTRA RUENGSAKVICHIT

 

ถ้าหากผลงานภาพถ่ายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะจะเป็นเหมือนกับกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนไปถึงตัวตน และคาแรคเตอร์ที่จัดจ้านชัดเจนของ เชน คเชนทร์ วงศ์แหลมทอง ช่างภาพหนุ่มมากฝีมือคนนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว Triumph Bonneville T100 มอเตอร์ไซค์คันโปรดที่โดดเด่นด้วยสไตล์วินเทจคลาสสิค ก็น่าจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงสไตล์ส่วนตัว และแพชชั่นที่มีต่อมอเตอร์ไซค์ออกมาได้อย่างชัดเจนไม่แพ้กัน

ว่ากันว่าเรื่องของความเร็ว และแรงของทั้งจากรถยนต์ และมอเตอร์ไซค์จะเป็นสิ่งที่ผู้ชายทุกคนต่างก็ชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก ไม่เว้นแม้แต่เชนที่ใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม และถึงแม้ว่าจะห่างหายไปจากการขึ้นคร่อมอยู่บนอานของรถสองล้อมาหลายปี เพราะเบี่ยงความสนใจไปที่รถยนต์คลาสสิคแทน แต่หลังจากที่ได้หันมาให้ความสนใจรถสองล้ออีกครั้ง มันได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้เขากลับมาขี่มอเตอร์ไซค์อีกครั้งนึง “ตอนแรกได้รถมาคันนึง แต่รู้สึกว่ายังไม่ใช่ ไปลองขับ Vespa ก็ยังไม่ใช่อีก จนกระทั่งได้มาเจอรถที่อยากใช้ และอยากได้จริงๆ คือ Bonneville T100 มันเป็นรถที่ทำให้เราได้ไปตามที่ใจอยากจะไป” และด้วยความที่เป็นคนชอบแฟชั่น และแต่งตัวแบบจัดเต็มไปทั้งโททัลลุค ทำให้ไลฟ์สไตล์มันส์ๆ ที่เริ่มมาตั้งแต่ขี่จักรยานฟิกซ์เกียร์ เล่นสเก็ตบอร์ด ไปจนถึงการขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ได้ทำให้สไตล์การแต่งตัวของเชนเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เขามีแต่จะยิ่งสนุกไปกับแฟชั่น และครีเอทลุคที่มีสไตล์เฉพาะตัวออกมาเหมือนกับรถที่ผ่านการคัสตอมให้มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

แน่นอนว่าการทำงานสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจถือเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้แต่ละผลงานมีความครีเอทีฟ มีเสน่ห์ และมีแนวคิดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการได้ใช้เวลาทำกิจกรรมโปรดอย่างการขี่มอเตอร์ไซค์ ก็ไม่ได้ให้แค่ความเพลิดเพลิน สนุกสนาน หรือได้เจอกับเพื่อนๆ เท่านั้น เพราะมันยังทำให้เชนได้ไอเดีย และมุมมองใหม่ๆ ที่นำมาใช้ในการทำงานด้วย “มันทำให้เราได้คิด คล้ายๆ กับเวลานั่งรถเมล์ หรือปั่นจักรยานที่อยู่คนเดียวแล้วทำให้เราได้เห็นมุมมองอะไรบางอย่าง และได้ปลดปล่อยออกมา การขี่มอเตอร์ไซค์เหมือนจะไม่เหนื่อยแต่จริงๆ แล้วเหนื่อย เพราะต้องใช้แรงเยอะ มันก็เลยทำให้เราได้ออกกกำลังกายมากขึ้น ช่วยให้มีสมาธิ และใจเย็นมากขึ้นด้วย” มากไปกว่านั้นเชนยังบอกว่าการขี่มอเตอร์ไซค์ยังทำให้เขาได้ทำความรู้จักกับกลุ่มเพื่อนใหม่ๆ ทำให้ได้ในเรื่องของสังคมเหมือนกับตอนทำกลุ่มจักรยานเจ้าหนูสิงห์นักปั่น (JNSNP) เพียงแต่ครั้งนี้ความหลงใหลที่มีต่อมอเตอร์ไซค์อาจจะไม่ได้เป็นไปในรูปแบบของการจัดนิทรรศการอย่างที่เขาเคยทำ แต่เป็นความสนุกในการได้ปั้นรถ และได้ทำในสิ่งที่เขาชอบ “มันคือการขายเทสต์ตัวเราเองในการปั้นรถมากกว่า เราไม่ได้เป็น garage หรือเป็นอู่ที่โมรถขึ้นมาเพื่อที่จะบอกว่าเราเป็นสำนักแต่งรถ แต่เราจะเป็นคนที่จับรถที่ผ่านมือผ่านการใช้งานมาปั้นให้มีเอกลักษณ์ และแนวทางที่ไม่เหมือนใคร เราว่าเรากำลังสนุกกับตรงนั้น”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s