เครื่องยนต์สูบเดียวกับอาวุธร้ายที่ไม่มีใครมี

RUBBERS Magazine เปิดคอลัมน์ Techno ขึ้นด้วยเรื่องของเครื่องยนต์ “สูบเดียว” หรือ “Single” เพื่อเป็นเรื่องราวที่สอดคล้องกับฉบับที่หนึ่งของเราและที่สำคัญมันคือสุดยอดของเครื่องยนต์ ที่ไม่ว่ากี่สูบก็ตามก็ไม่สามารถต่อกรกับความเป็น “Single” ของมันได้ ถามว่า “ทำไม” อย่างแรกคือนิสัยใจคอของเครื่องยนต์สูบเดียวนั้นให้พละกำลังมหาศาลที่รอบตํ่า ออกตัวได้เร็ว ภาษาเราๆ ก็คือ “ต้นจัด” นั่นเอง นิยมมากในรถประเภท “Off Road” หรือรถวิบากที่ต้องการการชิงออกตัวที่รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นโค้งหรือเนินที่จะต้องโดดข้ามไปให้ไกลในระยะเวลาที่สั้นที่สุดตอนเปิดคันเร่ง

เครื่องยนต์สูบเดียวใช้ต้นทุนการผลิตที่ตํ่ากว่าเครื่องยนต์อื่นๆ และด้วยเหตุที่มันมีชิ้นส่วนต่างๆ ที่เคลื่อนไหวระหว่างการทำงานที่น้อยชิ้นทำให้มันเป็นเครื่องยนต์ที่ช่างทุกคนรักเพราะเซอร์วิสที่ง่ายกว่าเครื่องยนต์ที่มีมากกว่าหนึ่งสูบ ทุกอย่างของเครื่องยนต์สูบเดียวจะดูเรียบง่ายไปหมด เจ้าของรถเองก็แฮปปี้ เพราะค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษานั้นไม่แพง ใช้อะไหล่น้อยชิ้นกับค่าแรงที่ใช้เวลาไม่นานในการซ่อมบำรุงเป็นต้น

ทำให้รถเกือบทุกค่ายหากเป็นรถ “วิบาก” ล้วนแต่เทใจให้เทคโนโลยี ‘สูบเดียว’ แทบจะทั้งหมด

สำหรับรถที่ใช้บนถนน ชื่อที่คุ้นหูอย่าง Royal Enfield ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศอังกฤษแต่ไปโด่งดังที่ประเทศอินเดียนั้น นับว่าเป็นแบรนด์ที่เก่าแก่ที่สุดแบรนด์หนึ่ง เพราะเริ่มพัฒนาเครื่องยนต์สูบเดียวมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1931 โดยใช้ชื่อว่าเครื่อง “Bullet” และเชื่อหรือไม่ว่า Royal Enfield ก็ยังคงเดินหน้าผลิตเครื่องยนต์ชนิดนี้มาจนถึงยุคปัจจุบัน เครื่องยนต์ของ Royal Enfield นั้นเป็นเครื่องยนต์สี่จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศมีขนาดตั้งแต่ 250 350 และ 500 ซีซี โดยเฉพาะ เครื่องยนต์ 350 ซีซีนั้น กองทัพบกอังกฤษได้ใช้ในการทำสงครามในยุคสงครามโลกครั้งที่สองอีกด้วย

ต่อมาเมื่อโรงงานที่ประเทศอังกฤษปิดตัวลง Royal Enfield ย้ายถิ่นฐานมาที่ประเทศอินเดีย และมันก็กลายเป็นมอเตอร์ไซค์ที่คนอินเดียนิยมเป็นอย่างมากเพราะมันขึ้นชื่อเรื่อง “ความทนทาน” และมันถูกใช้งานได้ในทุกสถานการณ์คือบนทางเรียบ และไต่ภูเขาสูงชันอย่างภูเขาหิมาลัยกันเลยทีเดียว

ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่มีอะไรสำคัญไปมากกว่า ความทนทาน ความประหยัด การดูแลรักษาง่าย นํ้าหนักเบา ล้วนเป็นเหตุผลหลักของเครื่องยนต์สูบเดียวทั้งนั้น ส่วนสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดก็คือ การพัฒนาระบบการจ่ายนํ้ามันแบบคาบูเรเตอร์เป็นแบบหัวฉีดในยุคปัจจุบันนอกนั้นส่วนมากยังคงเดิม

มาที่ค่ายญี่ปุ่นกันบ้าง Yamaha เริ่มพัฒนาเครื่องยนต์สูบเดียวมาตั้งแต่ประมาณปี 1978 ซึ่งเริ่มต้นที่ เครื่องยนต์ขนาด 400 และ 500 ซีซี แต่ที่ทำให้คนทั้งโลกขนานนามเครื่องยนต์ Yamaha SR ว่า “The Big Single” ก็เพราะมันถือตำแหน่งเครื่องยนต์ที่มีลูกสูบขนาดใหญ่ที่สุดของ Yamaha ในยุคนั้นแต่ในขณะเดียวกันก็พัฒนาเครื่องยนต์ขนาด 400 ซีซี ควบคู่กันไปด้วยแต่ในที่สุดก็ยกเลิกการผลิตขนาด 500 ซีซี ไปเพราะเหตุผลใดไม่อาจทราบได้ เหลือเพียงขนาด 400 ซีซี ที่ยังอยู่ยงคงกระพันจนถึงทุกวันนี้

“เครื่องยนต์สูบเดียวไม่จุกจิกไม่ซับซ้อน ดูแลง่ายมาก มีอะไหล่น้อยชิ้นต้องดูแล ไม่ต้องห่วงเรื่องการปรับจูนให้เข้ากับลูกสูบอื่นๆ ระบายความร้อนด้วยอากาศยิ่งดูแลรักษาง่าย โดยเฉพาะเครื่องยนต์ของ SR นั้นถูกออกแบบให้ใช้นํ้ามันเครื่องเข้าไปหมุนไหลเวียนในเฟรมรถเพื่อระบายความร้อนอีกขั้นตอนหนึ่ง ทำให้เครื่องยนต์ตัดปัญหาความร้อนเมื่อใช้งานถึงขีดจำกัดครับ” คุณจ๊อป เมคานิคจอมเก๋าจาก Yamaha Rider Club บอกกับเรา

เครื่องยนต์สูบเดียวนั้นก็ไม่ได้ตอบโจทย์เราเสียทุกอย่างเพราะเมื่อได้ความจัดรอบต้น แน่นอนว่าความเร็วปลายนั้นก็สวนทางกันเช่นกัน! คือมันไม่ตอบโจทย์ความเร็วปลายและมักจะออกอาการ “สั่น” จากการใช้รอบที่สูง หลายคนไม่ชอบแต่หลายคนก็รักและคิดว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง

ไม่นานก็มีอัศวินสีส้มเข้ามาปฏิวัติวงการ “Single” และออกแบบให้ใช้ในการแข่งขันได้แบบเต็มรูปแบบด้วยสโลแกน “Ready To Race” เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก KTM จากประเทศออสเตรียนั่นเอง

KTM สร้างรถในตำนานของพวกเขาขึ้นมาด้วยเครื่องยนต์ “Single” ในรุ่นเล็กอย่าง Duke200, RC200 ที่นำความจัดจ้าน ของอารมณ์ “เรซซิ่ง” มาใส่ถนนแถมยังเพิ่มความแรงขึ้นไปอีกด้วยเครื่องยนต์ ขนาด 390 ซีซี ในบอดี้เดียวกันเพื่อตอบสนองสโลแกน “Ready to Race” ของพวกเขา ที่เขาพยายามบอก โลกว่ามันไม่ได้ตั้งชื่อขึ้นมาเล่นๆ เพียงแต่เน้นไปที่มือใหม่ก่อน โดยเฉพาะ Duke 390 และ RC390 นั้นตอบโจทย์มือใหม่และการใช้งานในสนามแข่งทางเรียบที่มีขนาดเล็ก ตั้งใจกินเรียบจากการออกจากโค้งที่จัดกว่าใครเพื่อน เป็นความสนุกที่ KTM มอบให้กับลูกค้าของพวกเขา

KTM ไม่หยุดแค่นั้นกลับพัฒนาเครื่องยนต์ 690 ซีซี ลงในรุ่น Duke 690 และ SMC690 ที่นับว่าในยุคนี้เป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์ “Single” ที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน และแน่นอนว่ามันจัดจ้านแบบว่า “เลือกเจ้าของกันเลยทีเดียว”

ใช้ไม่เป็นมีถอดใจกันไม่ใช่เรื่องแปลก

เพราะ KTM ขึ้นชื่อว่าไม่สนใจว่า ใครจะคิดอย่างไร ตั้งหน้าตั้งตาทำรถแบบที่พวกเขาคิดว่านั่นคือ KTM เพราะเขาจะบอกโลกทุกครั้งว่า พวกเขา “uncompromised” หรือ “ไม่มีอ่อนข้อให้” อยากขี่ต้องฝึกเอารถให้อยู่เอง มันเหมือนการขายงานศิลปะชัดๆ ใช้อารมณ์เป็นหลัก

กลับมาที่ค่ายรถจากแดนซามูไรกันอีกครั้ง

Kawasaki เป็นอีกหนึ่งค่ายที่โดดเด่นในเรื่องของมอเตอร์ไซค์วิบากหรือ “Motocross/Enduro” ซึ่งแน่นอนว่าใช้เครื่องยนต์สูบเดียวทั้งหมดด้วยเหตุผลเดียวกันกับที่กล่าวมาเบื้องต้นว่า ทอร์คเยอะ เหมาะกับการใช้งานสมบุกสมบัน ดูแลรักษาง่าย และในปี 2015 นี้ Kawasaki เริ่มพัฒนารถ street ที่ใช้สูบเดียวอย่างรุ่น Z250SL ก็ด้วยเหตุผลเดียวกันคือ ลดนํ้าหนัก ซ่อมแซมง่าย เหมาะกับรถที่เป็นรถราคาเริ่มต้น แต่ปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ภายในตัวเครื่องให้เหมาะกับ “ทางเรียบ” มากขึ้น เช่นช่วงชักที่มีขนาดไม่เท่ากันเมื่อเทียบกับสาย “วิบาก” ถือเป็น ทิศทางของ Kawasaki ที่ทำรถเพื่อมือใหม่โดยเฉพาะ ใช้ในเมืองเป็นหลัก มีความนิ่มนวลมากขึ้น

Kawasaki โลดแล่นอยู่ในวงการ Motorsport ไม่น้อยหน้าใครและถือว่าเป็น “ตัวจริง” เสมอ เพราะรถสูตรสไตล์ Motocross นั้น Kawasaki ก็ใช้เครื่องยนต์ขนาด 400 ซีซี ขึ้นไปเพื่อการใช้งานระดับมือโปร

มาถึงแบรนด์ยักษ์ใหญ่สุดท้ายที่ขอกล่าวถึงคือ Honda ที่ยึดครองตลาดมอเตอร์ไซค์ในบ้านเราติดต่อกันมาหลายปีด้วยรถสปอร์ตที่เป็นตำนานของพวกเขานั่นก็คือ CBR300R ที่พัฒนามาจาก CBR250R ที่ใช้เครื่องยนต์สูบเดียวเช่นกัน

ในเวบไซต์ของ Honda กล่าวว่า “เครื่องยนต์สูบเดียวนั้นสิ่งแรกที่สำคัญสำหรับพวกเขาคือความประหยัดนํ้ามัน แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถให้พละกำลังที่จัดจ้านแต่ไม่แรงจัดมาก เหมาะกับการใช้เป็นรถคันแรกที่ใช้ได้ทั้งในเมือง และออกสู่ไฮเวย์เดินทางท่องเที่ยวได้อีกด้วย ความเร็วปลายก็มีติดมาให้ด้วยการออกแบบที่ครอบคลุมถึงการใช้งานที่ถือว่า “ได้หมด” และออกมารองรับกฎหมายของทางฝั่งทวีปยุโรปและอเมริกาที่บังคับให้ใบขับขี่ใบแรกของคุณ ต้องเริ่มที่คลาสไม่เกิน 300 ซีซี การที่จะชนะใจผู้ใช้ที่เป็นมือใหม่นั้น แน่นอนว่าไม่ใช่แค่รถราคาไม่แพงแต่อาวุธต้องมีมาให้ด้วย!

CBR300R ของ Honda นั้นเน้นไปที่ความเป็น “Sport” ทางเรียบ มันจึงถูกออกแบบให้ตัวเครื่องยนต์ดูผอมเพรียว มี นํ้าหนักเบา ใช้การจ่ายนํ้ามันแบบหัวฉีดอัจฉริยะที่ Honda เจนสนามมากๆ กับเรื่องนี้ เครื่องยนต์ “Double-overhead cams” ไม่ต่างจากค่ายอื่นๆ เน้นใช้วาล์วมากขึ้น (4 วาล์ว) แน่นอนว่าเรียกแรงม้าให้มามากขึ้นด้วย อีกทั้งมากับระบบ “Counterbalancer” ที่เป็นหัวใจของการควบคุม “เพลาข้อเหวี่ยง” ของเครื่องยนต์สูบเดียว ที่ Honda ออกแบบให้มัน สามารถ “ขัดเกลา” ให้นิสัยของเครื่องยนต์นั้นอยู่ “ตรงกลาง” ที่มี “ทอร์ค” ให้เล่น แต่ “ปลาย” ก็มีให้ไหลเช่นกัน

การออกแบบเครื่องยนต์นั้น แต่ละค่ายมักจะมีนิสัยต่างกันไป ในขณะที่ Honda และ Kawasaki เน้นการใช้งานทุกวันเป็นหลัก จึงออกแบบมาให้เครื่องยนต์ของพวกเขามีความนิ่มนวลระดับกลางๆ แต่ KTM กลับออกแบบให้เครื่องยนต์ของพวกเขา “ดิบ” ในรอบตํ่าๆ ซึ่งทำให้เครื่องยนต์มีอาการสั่น แต่หากลากรอบสูง KTM กลับกลายเป็นรถที่ “นิ่มนวล” ซะงั้น

RUBBERS เห็นมากับตาว่า CBR300R ที่ลงสู้ศึก Asia Road Racing Championchip สนามที่ 4 “Home Race” สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ผ่านไปเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมนั้น ทีม AP Honda Racing Team Thailand กวาดดับเบิ้ลแชมป์ทั้งที่ 1 และ 2 ไปทั้งสองเรซเลยทีเดียว เหนือคู่แข่งที่ใช้เครื่องยนต์สองสูบอย่างเห็นได้ชัด แม้จะถูกคู่แข่งประเภทสองสูบเรียงทำได้ดีกว่าทางตรง แต่ตอนออกจากโค้ง Honda CBR300R ที่ใช้เครื่องยนต์สูบเดียวกลับทำได้ดีกว่า

บทสรุปเครื่องยนต์ที่เราเรียกติดปากว่า “Single” นั้นมีดีคล้ายกันหมดไม่ว่าจะเป็นรถจากค่ายใหนก็ตาม นั่นก็คือ รอบจัด ออกตัวเร็ว ประหยัดทั้งนํ้ามัน และอะไหล่ค่าบริการ นํ้าหนักเบา เหมาะกับมือใหม่ในทุก “Segment” ไม่ว่าจะเป็น วิบาก ถนนในเมือง เหมาะกับการใช้ในการแข่งขัน

แต่การออกแบบเครื่องยนต์ของแต่ละค่ายที่แตกต่างกันออกไป เป็นสูตรของใครของมันที่จะกำหนดนิสัยของรถให้ลูกค้าของพวกเขา

ขอให้สนุกกับการใช้ชีวิต “โสด” หรือ “Single” นะครับ ถ้าตัดสินใจแล้วรับรองสนุกแน่!

 

WRITER : CAP ‘P’
IMAGE : 123RF
References:
Yamaha Riders Club Thailand, Kawasaki Mobius Srinakarin, KTM Thailand,
AP Honda Co., Ltd. / Royal Enfield Thailand

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s