dsc_5325

PHOTOGRAPHER: TANAPOL KAEWPRING
WRITER: CAP ’P’

 

Mr. Bart Janssengroesbeek

Senior Designer, Ducai Holding S.p.A

Ducati Monster เป็นรถที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ Ducati เพราะเป็นรถ Naked ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเปลี่ยนโฉมไป 3 เจนเนอเรชั่นแล้วก็ตาม เพราะด้วยการออกแบบทำให้ Monster ยังคงความเป็น Monster ตั้งแต่ยุคเริ่มแรกเมื่อปี ค.ศ. 1992 กับ Monster 900 โดยดีไซเนอร์ Miguel Galluzzi นำ prototype มาอวดโฉมครั้งแรกที่งาน “Cologne International Motorcycle Show” จนถึงปัจจุบันกับ Monster 821, 1200S และ 1200R

คอนเซ็ปต์ของการออกแบบ Ducati Monster คือ “ความต้องการมอเตอร์ไซค์ที่มีเพียงแค่ที่วางเท้า ถังนํ้ามัน เครื่องยนต์ ล้อ เบรก และแฮนด์บาร์” เอาเป็นว่ามันคือความเรียบง่ายที่เป็นหัวใจของการออกแบบ “ปีศาจ” ตนนี้นั่นเอง

แต่บนความเรียบง่าย กลับแฝงไว้ด้วยการออกแบบที่นำเอาวิศวกรรมยานยนต์ที่พัฒนามาจากเวทีการแข่งขันโลกของ Ducati นั่นก็คือ เฟรมถัก Trellis Frame และเครื่องยนต์สองสูบ V-Twin อันทรงพลัง (บ้านเราเรียก L-Twin แต่ที่อิตาลี เรียก V-Twin 90 องศา)

Monster ถูกพัฒนาต่อเนื่องมามากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งมันไม่ง่ายเลยที่ Ducati จะยังคงรักษาภาพของโมเดลนี้ให้ดูเป็น Monster กับดีไซน์ใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง

ปีนี้ Ducati Monster 821 ได้ฤกษ์เปิดตัวที่เอเซีย และแน่นอนว่ามันเป็น

อีกรุ่นหนึ่งที่ถูกผลิตจากโรงงาน Ducati จังหวัดระยอง เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจ

ของคนไทยที่ประกอบรถมอเตอร์ไซค์ระดับ “ท็อปคลาส” สู่ตลาดโลก และ RUBBERS Magazine ก็ได้รับโอกาสให้เป็นนิตยสารหนึ่งเดียวที่ได้สัมภาษณ์พิเศษกับ คุณบาร์ธ ยาสเซนโกรเบค ดีไซเนอร์อาวุโส เจ้าของโปรเจคนี้ (Mr. Bart Jassengroebeek, Senior Designer, Ducati Motor Holding S.p.A) และบทสัมภาษณ์นี้จะไขข้อข้องใจให้เราเกี่ยวกับวิศวกรรมยานยนต์ที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งของวงการมอเตอร์ไซค์

 

dsc_5286

RB: เจ้าของ Ducati Monster 821 ตัวจริงคือใคร

BJ: เขาต้องมี “แพชชั่น” ในแบรนด์และมีไลฟ์สไตล์ที่ตรงกันกับเรา เพราะเราไม่ได้ขายรถ แต่เราขายความฝัน! รถคุณภาพต้องดีบวกกับดีไซน์ที่โดดเด่น ในยุคนี้มอเตอร์ไซค์คือ accessory มันไม่ใช่ศูนย์กลางของการขับขี่อีกต่อไป มันคือไลฟ์สไตล์

RM: คอนเซ็ปต์ของดีไซน์ใหม่ของ Monster 821

BJ: สิ่งแรกคือต้องมองเแล้วรู้ทันทีว่ามันคือ “Monster” เริ่มจากว่าแค่เห็น “เงา” เราก็รู้ว่ามันคือ “ใช่” ต่อมาคือคาแรคเตอร์ของ Monster คือความ “ดิบ” และ “ดุดัน” ที่ทั้งสองอย่างต้องถูกถ่ายทอดลงมาที่เส้นสายของรถตามคอนเซ็ปต์ที่วางไว้ โดยมีสองสิ่งที่เป็นแกนหลักคือเส้นของถังนํ้ามันที่ลากลงไปถึงด้านท้ายของรถ

ส่วนอื่นๆ นั้นเน้นไปที่รูปลักษณ์เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยรายละเอียดสวยงาม เช่น ไฟหน้าทรงวงรีสะอาดตา แต่มีรายละเอียดสวยงามเมื่อเจาะลึก คอนเซ็ปต์นี้จะถูกส่งไปในทุกส่วนของรถทำให้รถดูเรียบง่ายแต่มีรายละเอียดไม่ธรรมดา

RB: สิ่งที่ท้าทายในการออกแบบ Monster 821

BJ: หม้อนํ้าครับ เพราะด้วยการทำเครื่องยนต์ที่แรงขึ้น ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ (air-cool) นั้นไม่สามารถทำได้ดีพอ ทำให้เราต้องใช้ระบบการใช้ของเหลวเข้ามาช่วยซึ่งแน่นอนว่าการใส่หม้อนํ้าเข้าไปทำให้มันดูเหมือนมีส่วนเกิน ดังนั้นเราจึงต้องหาทางทำให้สิ่งเหล่านี้ถูกออกแบบให้ผสมผสานเข้าไปในตัวรถอย่างลงตัว

 

RB: ทำไมถึงออกแบบ Trellis Frame ใหม่ที่สั้นลง

BJ: นํ้าหนักครับ การหั่นเฟรมให้สั้นลงทั้งสองข้างช่วยลดนํ้าหนักรถลง เพราะการเพิ่มหม้อนํ้าเข้าไปนั้นไปเพิ่มนํ้าหนักรถอย่างช่วยไม่ได้ เราจึงหันมาดูการลดนํ้าหนักและเรามั่นใจว่าเครื่องยนต์ของเราแข็งแรงพอ เพราะมันถูกพัฒนามาจากการออกแบบของ Panigale ที่ออกมาพักหนึ่งแล้วกับการเป็นเครื่องยนต์สูบ V-Twin (90องศา) ส่วนการยึดเฟรมเข้ากับฝาสูบทั้งสอง ทั้งสูบหน้าและหลังนั้นช่วยให้เกิดการยึดเป็นทรงสามเหลี่ยมตามหลักกลศาสตร์ทำให้เกิดความมั่นคงแข็งแรงและช่วยในการควบคุมรถให้ดีขึ้น

RB: เรื่องของการขับขี่และท่านั่ง

BJ: Monster 821 เป็นรถที่ใช้ได้กับแทบทุกสถาณการณ์ ไม่ว่าจะเป็น สปอร์ต ทัวร์ริ่ง หรือ เรซซิ่ง ทำไมน่ะหรือ ก็เพราะท่านั่งของ Monster สามารถขยับ ปรับเปลี่ยนไปได้หลายแบบมัน flexible มาก ยกตัวอย่างง่ายๆ คือหากพามันไป สนามแข่งคุณก็สามารถเข้าโค้งเอาเข่าเช็ดพื้นได้ไม่แพ้รถสปอร์ต ไม่ต้องเข้าโค้งหลังตรงๆ เหมือนรุ่นอื่นๆ คุณมี Hypermotard, Scrambler หรือ Multistrada คุณก็ไม่ได้ท่านั่งแบบ Monster

ผมไม่ได้บอกว่าทำได้เพอร์เฟคแบบเทียบเท่ารถสปอร์ต หรือเทียบเท่ารถทัวร์ริ่ง แค่บอกว่ามันทำได้ครบ มีเบาะผู้ซ้อนที่นั่งสบายขึ้นด้วยพื้นที่ที่มากขึ้น จากการเสริมโฟมให้นุ่มขึ้น มองเป็นรถครอบครัวก็ได้ แต่เน้นๆ กับการใช้ในเมือง การเดินทางไกลคงไปไม่ได้ไกลมากเพราะติดเรื่องพื้นที่กระเป๋าสัมภาระ สำหรับสองคน แต่ถ้าไม่มีคนซ้อน ปัญหาก็หมดไป

 

RB: เทคโนโลยีของ Monster

BJ: ในยุคนี้เรื่องเทคโนโลยีกลายเป็นเรื่องธรรมดาของเราไปแล้ว เราพัฒนาระบบไรดิ้งโหมดของการขับขี่มาจากสนามแข่งและเราก็นำมาสู่รถที่เราทำออกสู่ตลาด เพราะความจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงความ “สนุก” และความ “ปลอดภัย” เป็นหลัก โหมดทั้งสามนี้สามารถใช้งานได้ตามระดับความชำนาญของเจ้าของรถ ความสนุกจึงดูเหมือนจะไม่มีวันหมดไป

RB: Monster คือรถประเภทใหนกันแน่

BJ: ง่ายๆ เลยคือ Ducati ทุกรุ่น มี DNA มาจากรถ “สปอร์ต” ไม่ว่าจะออกแบบรถมากี่รุ่นก็ตาม กลิ่นอายของความเป็น “สปอร์ต” จะต้องถูกจับใส่เข้าไปพัวพันอยู่เสมอ

แน่นอนว่า Monster 821 ก็เช่นเดียวกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s