อาทิตย์หนึ่งผ่านไปกับ Wonderfruit ถึงแม้ว่าเรายุ่งมากๆกับการเตรียมงานครบรอบ 1 ปีของร้านอาหาร Bitterman ที่ทำกับเพื่อนๆ (แอบ tie in แปป) แต่เราก็ยอมรับเลยว่า Wonderfruit ยังคงเข้ามาโผล่ในฝันทุกคืน ยังมีอิทธพลในชีวิตประจำอยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว ที่เรารู้สึกอินไปกับ style hippie + cowboy จังช่วงนี้ หรือบทสนทนากับคนรอบๆข้าง รวมถึงเพื่อนใหม่ที่ได้รู้จักจากงาน

_dsf0350

Wonderfruit ปีนี้ นอกจากที่เราจะไปทำตัวรั่วๆเรื้อนๆอยู่ในงาน หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเราได้ไปทำงานตั้ง 3 งานนะจ้ะ

1) คือถ่ายแบบสำหรับคอลเลกชันใหม่ของแบรนด์เสื้อผ้าวัยรุ่น Something Boudior 2) โปรโมทคอลเลกชันใหม่ของแบรนด์เสื้อผ้า เชื้อสายสแกนอย่าง Marimekko และ 3) ไปเล่นดนตรีสร้างสีสันให้กับ The Knack Market นั่นเอง! ซึ่งทำให้การมา Wonderfruit ครั้งนี้ เราไม่ต้องเติมเงินใน wristband แม้แต่บาทเดียว! เย่!!! ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอบคุณสปอนเซอร์ใจดี Something boudior ที่เปิด Villa ทั้งหลังให้ได้นอนทุกคืน อาหารเครื่องดื่มก็ต้องขอบคุณพี่ๆ The Never Ending Summer และ Moontaste ที่เมตตาตลอด และในส่วนการเดินทางนั้น เราใช้วิธีการหลอกเพื่อนให้ไปส่ง ฉะนั้นก็ต้องขอบคุณพี่พัด พี่จ๋า และพี่ๆ Desktop Error ด้วย เรารู้สึกว่า Wonderfruit ให้มิตรภาพ และความรู้สึกดีๆ กับเรา ..มีอยู่วันหนึ่งเราไม่สามารถหาคนมารับเราจากโรงแรมไปที่งานได้ เราเลยเดินไปล็อบบี้โรงแรม เพื่อจะไปขอให้เขาช่วยไปส่ง ซึ่งล็อบบี้กับ Villa ที่เราอยู่นั้นไกลกันมากกกกก แต่ก็โชคดีที่เมื่อเดินไปได้ครึ่งทางก็มีรถแวนคันหนึ่งขับผ่านมา และเปิดกระจกถามว่าไปงานด้วยกันไหม และเขาก็พาเรานั่งไปด้วยกันจนถึงงาน เรายังประทับใจภาพนั้นอยู่จนถึงวันนี้ ขอขอบคุณพี่ๆด้วยนะคะ

_DSF0331.jpg

ผ่านมหกรรมซาบซึ้งบุณคุณมา เรามาพูดถึงตัวงานบ้างดีกว่า Wonderfruit เป็นเทศกาลศิลปะ ดนตรี และไลฟ์สไตล์ที่จัดอยู่บนพื้นที่ใหญ่ยักษ์ของสยามคันทรีคลับ และพื้นที่แห่งนี้ก็ถูกเนรมิตรให้อัดแน่นไปด้วย เวทีคอนเสิร์ต art and design installation งาน workshop ที่น่าสนใจ ซุ้มอาหาร และสถาปัตยกรรมหน้าตาแปลกประหลาดอีกมากมาย ซึ่งเรารู้สึกว่าพอเข้ามาแล้วเหมือนเราหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่งจริงๆ เราประทับใจกับรถบัสหมอลำที่เอาเก้าอี้มาติดข้างบนหลังคา ซึ่งพอพระอาทิตย์เริ่มตก คนก็จะเริ่มขึ้นไปนั่งตากลมเย็นๆ ข้างบนพร้อมกับฟังดนตรีหมอลำที่เล่นสดอยู่ข้างรถด้วย หรือจะกระโจมที่รูปร่างมันกึ่งๆ เหมือน chocolate hershey ที่เขาบังคับให้ถอดรองเท้าก่อนเข้าไป พอเราเข้าไปแล้วก็จะเจอกับเตียงน้ำหลายๆ เตียง และช่องทางเดินแคบๆ ที่พอมุดเข้าไปก็จะได้เจอห้องกระโจม hershey อีกอัน และอีกอันไปเรื่อยๆ ณ จุดนั้นเรารู้สึกเหมือนตัวเองเข้าไปอยู่ในหนังของ Tim Burton ยังไงก็ไม่รู้ แต่สิ่งที่เราชอบสุดๆ ของงานนี้คือ Vibe หรือพลังงานของผู้คนในงาน เรารู้สึกว่าอะไรๆ มันก็ใช่ ทุกอย่างมันดูเยอะ มันดูเวอร์ แต่มันกลับลงตัวมากๆ เรากลับมาบอกเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนที่ไม่มีโอกาสได้ไปในปีนี้ว่าปีหน้าห้ามพลาดเด็ดขาด มันดีมากกกก นอกจากจะสนุกแล้ว มันยังให้แรงบันดาลใจ และเติมพลังให้กับจิตวิญญาณอีกด้วย

ขออนุญาตกลับมา tie in อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เกี่ยวกับ Wonderfruit จริงๆ อย่างที่บอกไปว่าครั้งนี้เราไปเพื่อเล่นดนตรีด้วย พี่ด้วงชวนวงใหม่ของเรา (ซึ่งเพิ่งเริ่มตั้งได้ไม่นาน) ไปเล่น กับวงที่มีชื่อว่า X0809 สมาชิกทั้งหมด 2 คนนั่นคือเรากับพี่เยล รุ่นพี่ที่คณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ก่อนหน้านี้ X0809 ได้ไปเล่นที่ The Jam Factory ให้กับงานเปิดนิทรรศการ The Who? ของพี่รอง จิตต์สิงห์ แล้วดันไปเข้าตาแมวมองอย่างพี่ด้วง และพี่ผ้าป่าน จนทำให้ได้มาเล่นประจำทั้ง 4 วัน ซุ้มของ The Knack Market อยู่ข้างเวทีใหญ่ หลังจากทดลองกันในวันแรก-วันที่สอง เราก็พบว่าเราควรเล่นระหว่างช่วงเค้าผลัดเปลี่ยน และ set up เครื่องดนตรีจากวงที่หนึ่งไปวงที่สองเลย เล่นตอนช่วงที่คนดูเขากำลังเดินออกจากเวทีใหญ่ไปทำอย่างอื่นนั่นแหละ เขาจะได้มาเวทีเรา!!! และมันก็ได้ผลจริงๆ เราได้รับผลตอบรับที่น่าชื่นใจกลับมา และวงเรายังได้รับการติดต่องานไปเล่นที่ต่างประเทศอีกด้วย!!!! ถือว่าเป็นกำลังใจที่ดีมากๆ สำหรับวงเล็กๆ ซึ่งมีอายุวงเพียงแค่ 1 เดือน และยังไม่ได้ออก single หรืออะไรเป็นของตัวเองจริงจัง เราประทับใจวันสุดท้ายที่มีพี่ๆ ใจดีหลายคนเอาพร็อพ และแอคเซสเซอรีมาให้ใส่ตอนแสดง ไม่ว่าจะเป็น พี่นี Taste of Nowhere พี่โพด Munchu’s หรือพี่มาร์ก มารุวุตม์ที่มาช่วย styling ยังมี brand t-rex, diybypanida และอื่นๆ อีกมากมายที่มาร่วมแจมกัน จนทำให้การเล่นในวันสุดท้ายนี้คอสตูมเรายิ่งใหญ่อลังการมากกก เราเชื่อว่าที่ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ มันเป็นเพราะพลังของ Wonderfruit ทุกๆ คนที่มาที่นี่พร้อมจะเปิดใจรับสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา และเขาก็พร้อมจะทำความเข้าใจ รวมถึงสนับสนุนศิลปะทุกชนิดที่ศิลปินแต่ละคนตั้งใจสร้างสรรค์ออกมาเพื่องานครั้งนี้โดยเฉพาะ

From the bottom of my heart, I would like to thank you Wonderfruit (และขอบคุณพี่ด้วงด้วยค่ะ อิอิ)

n5.jpg

Writer : NOTEP – Note Panayanggool
Photographer : Nutchanon Kerdumpaeng

#photobyprokie

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s