หลังจากหนังสือ Alice’s Adventures in wonderland ที่สั่งจาก Amazon ถูกส่งตรงถึงบ้าน อารมณ์ตื่นเต้น และความพลุ่งพล่านได้ก่อตัวขึ้นทีละเล็กละน้อยไปจนถึงขีดสุดทันทีที่พลิกหน้ากระดาษจากหน้าแรกไปจนถึงหน้าสุดท้าย ทั้งผลงานภาพประกอบของศิลปินคนโปรด Yayoi Kusama และเนื้อเรื่องที่เพี้ยนไปจากต้นฉบับ ก็ทำเอาคนอ่านอย่างเราฟินไม่เลิกลาซักที

 

 

จากอารมณ์ฟินๆ ในหนังสือก็นำพาเราไปสู่ความสงสัยเล็กๆ ที่ว่าหนังสือสมัยนี้แต่ละเล่มนอกจากจะทำออกมาได้สวยงามแล้ว ก็ยังมีความหลากหลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะเล่มอีกด้วย ส่วนหนึ่งก็เพราะเทคโนโลยีการพิมพ์ในปัจจุบันที่ก้าวหน้าไปมากจนสามารถถ่ายทอดทุกสิ่งที่ดีไซน์เนอร์นั้นออกแบบไว้ได้ แล้วถ้าเป็นเมื่อก่อนหละ ถ้าย้อนกลับไป 30 ปีที่แล้วกว่าจะออกมาเป็นหนังสือหนึ่งเล่ม หรือชิ้นงานออกแบบสิ่งพิมพ์อื่นๆ เขาทำกันยังไง และแล้วความสงสัยเล็กๆ ที่ว่าก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เราได้มารู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า Dry Transfer!

Dry Transfer หรือตัวขูด เราไม่เคยได้ทำความรู้จักมาก่อน สืบเนื่องมาจากมันเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงปี 2510 ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะถูกนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายในงานสถาปัตย์ งานกราฟฟิกดีไซน์ งานโฆษณา งานหนังสือ หรืองานโปสเตอร์สิ่งพิมพ์ ยุคสมัยจึงไม่เพียงทำให้เรา และตัวขูดที่ว่านี้ดูจะกลายเป็นสิ่งที่ห่างไกลกันเหลือเกินเท่านั้น การใช้งานของมันถ้าเปรียบกับคอมพิวเตอร์แล้วก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเราอยู่กันคนละโลก แต่ท้ายที่สุดมันก็คือโลกใบเดียวกัน เพราะ Dry Transfer นี่แหละที่เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างยุคหลอมตะกั่ว หรือ Letter Press เข้ากับยุคของคอมพิวเตอร์ หรือ Desktop Publishing และถึงแม้ว่าจะกินระยะเวลาไม่นานเท่ากับยุคอื่นๆ แต่มันก็ได้สร้างเสน่ห์ และความน่าจดจำให้กับนักออกแบบรุ่นเก๋าไว้อย่างมากมาย ทั้งความยากลำบากในการขูดรูปตัวอักษรขนาดต่างๆ ด้วยมือลงบนอาร์ตเวิร์ค ความประณีตในการจัดตำแหน่งของตัวอักษร หรือการเว้นช่องไฟให้มีความสม่ำเสมอและสวยงาม ความท้าทายของมันจึงอยู่ที่การต้องคิดคำนวนในทุกขั้นตอนก่อนที่จะลงมือขูดตัวอักษรแต่ละตัว การทำงานในยุคนั้นเลยเป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่ด้วยความเชื่องช้านี่แหละที่กลับกลายเป็นเสน่ห์ ตัวขูดได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านเราช่วงปี 2530 จากนั้นก็ค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงไป เนื่องจากคอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามามีอิทธิพล และผู้ใช้ก็สามารถที่จะสร้างตัวหนังสือผ่านโปรแกรมต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง การทำงานจึงรวดเร็วและง่ายดายกว่าเดิม ในที่สุดตัวขูดก็ถูกระบบคอมพิวเตอร์เข้าแทรกแซงและกลืนกินจนจางหายไป

ทุกครั้งๆ ที่เทคโนโลยีกระชับคนเข้ามา อาชีพบางอาชีพก็ตายจากไป การเข้ามาของระบบ Desktop Publishing ก็เช่นกัน มันไม่เพียงทำให้ Dry Transfer หายไป แต่มันทำให้อาชีพที่ถูกเรียกว่าวิชวลไลเซอร์ถูกลบออกไปจากสารระบบของการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ด้วย การปรับตัวจึงเป็นเพียงทางออกเดียวของนักออกแบบตัวหนังสือในยุคทำมือสู่ยุคที่สามารถแก้ไขทุกอย่างๆ ง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสกับคีย์บอร์ด

feentatex-01feentatex-02scanarc1

Writer : Mintra Ruengsakvichit
Special Thanks : Santi Lawrachawee /
Practical Design Studio Co., Ltd